อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563

ศธ.ชงรมว.คลัง วางแผนปลดภาระหนี้ครู  

"อนุชา" เผย รมว.ศธ.มอบสานต่อแก้ปัญหาหนี้ครู เตรียม ชง รมว.คลัง วางแผนปลดภาระหนี้ครู ชู โครงการลดเงินต้นด้วยสวัสดิการเงินฝากในอนาคตของครู ด้าน ธนาคารออมสิน เจรจากองทุนกบข.แล้ว ชี้ ไม่บังคับครูเข้าร่วมโครงการให้เป็นตามความสมัครใจ อังคารที่ 13 ตุลาคม 2563 เวลา 18.25 น.

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานอดีตเลขานุการ รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ยังมอบหมายให้ตนดูแลแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการให้แล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้หารือร่วมกับสถาบันการเงินทั้ง ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่เป็นเจ้าหนี้หลักของกลุ่มข้าราชการครูแล้ว โดยมีรูปแบบการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่คิดไว้ครั้งแรก คือ โครงการลดดอกเบี้ย ยืดระยะหนี้ให้ยาวขึ้น เพิ่มสภาพคล่องให้ครู ซึ่งมองว่าโครงการนี้แม้จะลดดอกเบี้ยให้ครูแต่หนี้ก็ยังมีอยู่เท่าเดิม และยังสร้างภาระให้แก่ข้าราชการครูเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้น จึงมีข้อเสนอใหม่ที่อยากจะใช้วิธีการลดเงินต้นของครูให้ได้มากที่สุดด้วยเงินสวัสดิการของครูที่เก็บเป็นเงินฝากไว้ในอนาคต เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นต้น ซึ่งจะเป็นวิธีการนำเงินฝากบางส่วนมาลดเงินต้น  
            
แนวทางลดเงินต้นให้แก่ครูนั้น ขณะนี้ สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหน้าหนี้ครูได้ไปหารือกับกองทุน กบข.แล้ว ซึ่งโครงการลดเงินต้นจากเงินฝากที่สะสมของครูในอนาคตนั้น เราจะไม่บังคับให้ครูเข้าร่วมโครงการ แต่ให้เป็นความสมัครใจแทน โดยครูที่มีปัญหาเรื่องหนี้สินแต่ยังสามารถรับภาระผ่อนชำระไหวและไม่อยากนำเงินในอนาคตของตัวเองที่สะสมไว้มาโปะเพื่อชำระหนี้ก็ไม่เป็นไร เพราะไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องมีตัวเลขครูเข้าร่วมโครงการดังกล่าวจำนวนกี่คน เนื่องจากเราเน้นความสมัครใจในการเข้าร่วมโครงการมากกว่า ทั้งนี้ การลดเงินต้นได้เร็ว เชื่อว่าจะทำให้ภาระหนี้ครูลดลงไปด้วย และครูจะได้ไม่มีข้อกังวลสามารถจัดการเรียนการสอนได้เต็มศักยภาพ อย่างไรก็ตามแผนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะนำเสนอให้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง พิจารณาต่อไป.  
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    56%
  • ไม่เห็นด้วย
    44%

บอกต่อ : 45