อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564

"ครูตั้น" เตรียมชงครม.ลดเวลาชั่วโมงเรียน

รมว.ศึกษาธิการ เตรียม ชง ครม.ลดเวลาชั่วโมงเรียน ชี้ ที่ผ่านมาเด็กเรียนหนักเกินไป ต้องทำกิจกรรมนอกห้องเรียนอย่างหลากหลาย ตอบโจทย์การเรียนการสอน จันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2563 เวลา 05.08 น.

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2564 นี้ตนถือว่าการปรับลดภาระงานครู และการปรับปรุงหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะครูจะเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ข้าราชการครู เพราะตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาตนได้ค้นพบปัญหาของข้าราชการครูแล้วว่าสิ่งใดที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของครูบ้าง โดยปรับปรุงการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะแนวใหม่ใน 4 สายงาน คือ ครู ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ต้องการให้การประเมินวิทยฐานะปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งระบบ เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาครูและยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยการประเมินวิทยฐานะรูปแบบนี้จะไม่เหมือนการประเมินแบบเดิมอีกต่อไป เพราะเราจะลดความยุ่งยากของการประเมินและการประเมินด้วยเอกสารทั้งหมด รวมถึงการปรับปรุงการเข้าสู่ตำแหน่งของครูจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย ขณะที่การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูนั้นสรุปแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจนแล้ว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนเตรียมที่จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องแนวทางการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนในห้องเรียน ซึ่งจะเป็นการปรับลดชั่วโมงเรียนในห้องเรียนลงด้วยการแบ่งชั่วโมงวิชาการครึ่งหนึ่งและชั่วโมงการทำกิจกรรมอีกครึ่งหนึ่ง แต่การทำกิจกรรมนั้นจะต้องเป็นกิจกรรมด้านวิชาการ โดยตนมองว่าที่ผ่านมาการปรับลดชั่วโมงในห้องเรียนจะเน้นการเรียนการสอนนับชั่วโมงเรียนให้ครบตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  อีกทั้งการเรียนการสอนในห้องเรียนครูผู้สอนเน้นการเรียนแบบท่องจำและจดเลคเชอร์  แต่ขณะนี้ศธ.กำลังปรับหลักสูตรใหม่แล้ว ดังนั้นการเรียนการสอนก็จะต้องถูกปรับล้อตามไปด้วย ขณะเดียวกันปัจจุบันนี้การรับรู้ของเด็กเปลี่ยนไปแล้ว และเด็กจำเป็นต้องมีทักษะชีวิตให้เรียนรู้และวิเคราะห์ค้นหาความรู้นอกห้องเรียนที่หลากหลายมากขึ้น

ต่อข้อถามว่า จะเป็นการเดินหน้านโยบายในอดีตเรื่องลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ใช่หรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ที่ผ่านมาทำได้ไม่จริง เพราะมองว่านโยบายดังกล่าวกลับเพิ่มเวลาเรียนและลดเวลารู้ของเด็กมากกว่า ดังนั้นจากนี้ไปอยากให้มีทำเรื่องลดเวลาเรียนในห้องเรียนและมาเพิ่มเวลารู้นอกห้องเรียนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเพิ่มเวลารู้ผ่านกระบวนการกิจกรรมจะตอบโจทย์การเรียนการสอนมากที่สุด
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    17%
  • ไม่เห็นด้วย
    83%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 62