อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

ศธ.รวมข้อมูลองค์กรหลักฯทำBig Data

รมว.ศึกษาธิการ รวมแผนงานข้อมูลการศึกษาของทุกองค์กรหลักฯ ผุด Big Data ลดความซ้ำซ้อนการบริหารงาน นำเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยรองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัล จันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 06.45 น.

เมื่อวันที่ 25 ม.ค.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ประชุมรับทราบนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และรายงานผลการดำเนินงานในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยทั้งการบริหารงาน และการจัดการศึกษารองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งเป็นการวางแผนการบริหารจัดการข้อมูลหรือ Big Data ของศธ. โดยตนจะนำข้อมูลของทุกองค์กรหลักในศธ.ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสภาการศึกษา (สกศ.) มาบูรณาการรวมข้อมูลไว้เป็นหนึ่งเดียว เพราะเป็นเรื่องข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการศึกษาถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณ เนื่องจากที่ผ่านมาการที่ศธ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณได้ไม่เต็มที่อาจเกิดจากข้อมูลการศึกษาที่ไม่ครบถ้วน
           
“ผมเห็นว่าเรามีข้อมูลด้านการศึกษาที่ครบถ้วนอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาโครงสร้างศธ.บริหารแบบเป็นแท่งขาดการบูรณการและสื่อสาร ดังนั้นผมจึงนำข้อมูลของทุกแห่งมารวมกันให้หมด เพื่อให้เกิดความเชื่อมต่อในการทำงาน และบอกถึงความต้องการให้ชัดเจนว่าเราอยากจะได้ข้อมูลด้านไหนบ้าง ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการศึกษาและการจัดทำงบประมาณ โดยเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากในการปฎิบัติ แต่ในอดีตกลับทำให้มีความยุ่งยาก เพราะแยกหน่วยงานกันบริหารงาน ดังนั้นจากนี้ไปหากหน่วยงานในศธ.หรือหน่วยงานภายนอกมาขอข้อมูลเราจะไม่ทำอะไรที่ซ้ำซ้อน เพื่อกรอกข้อมูลในรูปแบบเดิมอีก สำหรับการบูรณการฐานข้อมูลของศธ.นี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในหลายเรื่อง เช่น การทำสมุดพกนักเรียนเมื่อเด็กนักเรียนคนหนึ่งได้มาเรียนในโรงเรียดังที่กทม.ฐานข้อมูลที่ถูกใส่ไว้จะต้องระบุว่าเด็กมีการพัฒนาทักษะมากน้อยแค่ไหน มีความชอบอะไร และการเรียนการสอนตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งในอนาคตสมุดพกข้อมูลนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในความก้าวหน้าในวิชาชีพของครูเองโดยที่ไม่ต้องไปทำวิทยฐานะให้เสียเวลา รวมถึงหากหน่วยงานอื่นเข้ามาขอข้อมูลการศึกษาเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปกรอกข้อมูลให้ซ้ำซ้อน” รมว.ศธ.กล่าว
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น