อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

"ณัฏฐพล"เข้ากระทรวงอำลาข้าราชการศธ.ทั้งน้ำตา

อดีตรมว.ศึกษาธิการ เดินทางเข้ากระทรวงศึกษาธิการ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกล่าวอำลาผู้บริหารและข้าราชการศธ.ทั้งน้ำตา ขอฝากการศึกษาไทยไว้กับทุกคน ช่วยเดินหน้าต่อแผนการศึกษาจังหวัด เผย ขอบคุณทุกคนที่ร่วมงานกันมาตลอดกว่า 1 ปี พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564 เวลา 09.38 น.


เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ ศธ. ได้แก่ พระพุทธรูปประจำกระทรวง พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์สยามิศรจักรี สัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์ศาลพระภูมิ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) หลังจากศาลอาญา พิพากษาจำคุก และทำให้ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ตามมาตรา 160(7) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมี นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ผู้บริหาร และข้าราชการ ศธ.ให้การต้อนรับ



โดยนายณัฏฐพล ได้กล่าวกับผู้บริหาร ศธ. ตอนหนึ่งว่า แม้ว่าตนจะเข้ามารับตำแหน่งในระยะเวลาที่สั้น แต่ก็ถือว่าเป็นระยะเวลาที่มากกว่าค่าเฉลี่ย จากนั้น นายณัฏฐพล ได้กล่าวทั้งน้ำตาว่า ต้องขอบอกว่าผมเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาทำงานที่ ศธ. ก็คงต้องฝากการศึกษาไว้กับทุกๆ คน และผมยังมั่นใจว่าอนาคตของการศึกษาเราทำได้ ต้องแก้ได้ ถ้าร่วมกัน ตั้งใจทำ ให้กับเด็กๆ คุณครู และกับประเทศ ขอบคุณครับ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความกังวล หรือมีข้อห่วงใยอะไรหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ทุกอย่างที่ตนทำเป็นเพียงเรื่องของนโยบาย ส่วนคนที่จะขับเคลื่อนไปให้ได้คือ ข้าราชการ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และตนหวังว่าความร่วมมือระหว่างข้าราชการทั้ง ศธ.จะยังคงอยู่ เดินหน้าความฝันของประเทศไทย ที่ต้องการให้การศึกษาไทยดีขึ้น สามารถแข่งขันได้ในอนาคตต่อ ส่วนเป็นห่วงอะไรหรือไม่ ตนไม่ห่วงอะไรมาก ห่วงเรื่องความต่อเนื่องนิดหน่อย ที่ต้องการให้ผู้ที่ขับเคลื่อนเรื่องบูรณาการ สามารถเชื่อมต่อกับแผนบูรณาการที่วางเอาไว้ได้ ก็ยังมั่นใจว่าเรื่องนี้จะเป็นแนวทางที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการศึกษาไทย และตนมั่นใจในความสามารถของบุคลากรของ ศธ. ว่าตราบใดที่ทุกคนร่วมใจกันทำทุกอย่างจะต้องดีแน่นอน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น