อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

"อดุลย์"แจงบริหารงานองค์การค้าฯ 

ผอ.องค์การค้าฯ แจงสารพัดข้อหาการบริหารงาน ยัน สกสค.จ่ายเช็คให้เจ้าหน้าโดยตรงตามคำสั่งศาล ชี้จ้างเอกชนพิมพ์คุ้มกว่า  จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564 เวลา 16.00 น.

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายอดุลย์ บุสสา ผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวถึงกรณีเหตุใด สกสค.จึงจ่ายเช็คให้กับเจ้าหนี้ขององค์การค้าฯโดยตรงในเมื่อ สกสค.ให้องค์การค้าฯกู้เงินไปแล้วก็ควรเอาเงินไปให้องค์การค้าฯ และให้องค์การค้าฯจ่ายเช็คให้กับเจ้าหนี้เอง หรือเพราะอาจจะมีการเรียกเปอร์เซ็นต์อะไรกันหรือไม่ว่า เนื่องจากที่ผ่านมาองค์การค้าฯมีปัญหาสภาพคล่องของการเงินที่ไม่มีเงินจ่ายให้กับเจ้าหนี้จำนวนมาก โดยเฉพาะโรงพิมพ์ที่รับพิมพ์ตำราเรียนจากองค์การค้าฯ จนเจ้าหนี้หลายรายยื่นฟ้ององค์การค้าให้ใช้หนี้ที่ติดค้าง และศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดองค์การค้าชำระหนี้จำนวนมากและหลายคดี อีกทั้งในบางช่วงที่อยู่ในช่วงเวลาการจัดพิมพ์หนังสือโรงพิมพ์เจ้าหนี้ ได้ยื่นเงื่อนไข จะไม่พิมพ์ตำราให้องค์การค้าฯ หากไม่ชำระหนี้ที่ติดค้างก่อน ที่แย่ไปกว่านั้นบางคดี เจ้าหนี้ได้ทำการอายัดบัญชีเงินฝากของ สกสค. เนื่องจาก สกสค. เป็นนิติบุคคล และองค์การค้าฯอยู่ในสังกัด ดังนั้นการฟ้องคดี เจ้าหนี้จึงยื่นฟ้อง สกสค. เป็นจำเลย มิใช่องค์การค้าฯ ดังนั้น เมื่อองค์การค้าฯ ยืมเงินจาก สกสค. เพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ สกสค.จึงมิได้โอนเงินที่ให้กู้แก่องค์การค้าฯ แต่เพื่อให้เงินดังกล่าวส่งถึงมือเจ้าหนี้โดยตรง สกสค. จึงประสานกับองค์การค้าฯ ให้แจ้งเจ้าหนี้มารับชำระหนี้ในเงินที่ สกสค.โดยตรง ซึ่งวิธีการดังกล่าวเคยมีการปฏิบัติกันมาก่อนตั้งแต่ปี 2551 ดังนั้นที่มีการระบุว่า การชำระหนี้ด้วยวิธีการที่กล่าวไม่ถูกต้อง และน่าที่จะมีการทุจริตนั้น ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด 

ผอ.องค์การค้าฯ กล่าวต่อไปว่า ส่วนในประเด็นเรื่องของราคากลางที่องค์การค้าฯกำหนดในการจัดหาโรงพิมพ์นั้น ในการจัดพิมพ์ตำราเรียนขององค์การค้าฯที่ได้รับสิทธิจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นั้น  สพฐ.ได้มีการกำหนดราคาปกหนังสือ (ราคาจัดจำหน่าย) และราคาทุน โดยราคาปก คือ ราคาที่ระบุไว้ที่หน้าปกว่า หนังสือเรียนดังกล่าว จะจำหน่ายที่ราคาเท่าไหร่ ส่วนราคาทุน คือ ราคาที่ประกอบไปด้วย วัตถุดิบ ค่าพิมพ์ ค่าบริหารจัดการ ค่าลิขสิทธิ์ ส่วนลดทางการค้า และกำไร ซึ่งจะเห็นได้ว่า รายละเอียดของทั้ง ราคาที่จำหน่าย และ ต้นทุนทั้งหมด องค์การค้าฯไม่มีสิทธิที่จะกำหนดขึ้นได้เอง รายละเอียดของราคาขายและต้นทุน จะต้องอยู่ในกรอบที่ สพฐ.กำหนด ทั้งนี้ ในราคาขาย จะต้องระบุให้ตรงกับที่ สพฐ. กำหนด ส่วนต้นทุน องค์การค้า สามารถบริหารจัดการให้ต่ำกว่าที่ตัวเลขที่ สพฐ.กำหนดได้ แต่ไม่มีสิทธิกำหนดสูงกว่าที่ สพฐ กำหนด ที่สำคัญราคากลางในต้นทุนทั้ง 3 ส่วนดังกล่าว เป็นราคากลางที่กำหนดโดยกรมบัญชีกลาง มิใช่กำหนดโดยองค์การค้าฯแต่ประการใด  

นายอดุลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการจ้างโรงพิมพ์เอกชนเข้ามาพิมพ์ตำราเรียนของ องค์การค้าฯนั้น องค์การค้าฯมีการจัดซื้ออุปกรณ์การพิมพ์ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2525 ซึ่งถือว่าในขณะนี้ทันสมัยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่เคยซื้อใหม่ มีการใช้งานมาต่อเนื่องชำรุดทรุดโทรมเพราะมีการใช้งานมานาน และเครื่องตกยุคไปแล้ว ประกอบกับองค์การค้าฯไม่ได้เป็นผู้ผูกขาดการจัดพิมพ์นับตั้งแต่ปี 2542 ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 นับแต่นั้นมา กิจการขององค์การค้า เริ่มประสบปัญหาขาดทุนในการดำเนินการ โดยเริ่มชัดเจน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 จนถึงปี พ.ศ. 2562 ที่มีผลขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การพัฒนาของรูปแบบตำราเรียนเปลี่ยนแปลงไป ทั้งกระดาษ รวมถึงกรรมวิธีในการจัดพิมพ์ทั้งหมด เครื่องพิมพ์ที่องค์การค้ามีอยู่ ไม่สามารถรองรับภารกิจดังกล่าวได้ทั้งหมด องค์การค้าฯ จึงจำเป็นต้องจ้างโรงพิมพ์เอกชนทำการพิมพ์ตำราเรียนเป็นส่วนใหญ่ โดยเครื่องพิมพ์ขององค์การค้าฯ จะพิมพ์เฉพาะในส่วนงานที่สามารถดำเนินการได้เป็นเพียงส่วนน้อย เช่น การพิมพ์หน้าปก การพิมพ์แบบ ปพ. เป็นต้น  

“ที่มีการระบุว่า การจ้างเอกชนพิมพ์ตำราเรียนขององค์การค้าฯมีราคาแพงกว่าที่องค์การค้าฯจัดพิมพ์เองนั้น วิธีที่ผู้ผลิตและจำหน่าย จ้างเอกชนอื่นที่มีหน้าที่ผลิตสินค้าโดยตรง เป็นวิธีที่ใช้โดยทั่วไปของทุก ๆ ธุรกิจ รวมถึงการผลิตและจำหน่ายตำราเรียนด้วย การดำเนินการโดยวิธีนี้ ถือว่าเป็นการประหยัดต้นทุนของผู้ผลิตและจำหน่าย ที่จะไม่ต้องรับผิดชอบในเครื่องจักรที่ใช้ รวมถึงค่าบำรุงรักษาและบุคลากรที่จะมีรายจ่ายตลอดปี การที่องค์การค้าฯ ใช้วิธีจ้างโรงพิมพ์เอกชน ทำการพิมพ์ตำราเรียน โดยโรงพิมพ์ของ องค์การค้าฯ ทำการผลิตเฉพาะที่เครื่องจักรและลูกจ้าง ที่มีอยู่สามารถทำได้ เช่น พิมพ์หน้าปก แบบพิมพ์บางส่วน ถือเป็นการลดค่าใช้จ่าย อย่างเป็นนัยสำคัญ ทั้งในเรื่องเครื่องพิมพ์ ค่าบำรุงรักษา เงินเดือน และ ค่าล่วงเวลา” ผอ.องค์การค้าฯ กล่าวและว่า ส่วนการเลิกจ้างพนักงานนั้น องค์การค้าฯดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด มีพนักงานได้รับเงินชดเชยดังกล่าวตั้งแต่ 500,000 ถึง 4,000,000 บาทเศษ มีพนักงานมารับค่าชดเชยไปแล้วจำนวน 643 คน เป็นเงิน 1,323,113,593 บาท ส่วนที่เหลืออีก 318 คน ไม่ยินยอมมารับเงินชดเชย โดยอยู่ระหว่างการยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานกลาง  
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น