อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564

ศูนย์พิทักษ์ฯเปิดหลักคำสอนยัน "พระพุทธเจ้าทรงตำหนิภิกษุผู้ฆ่าตัวตาย"

สำนักพุทธฯชี้กรณี “พระธรรมกร วังปรีชา” ใช้เครื่องประหารกิโยตินที่สร้างขึ้นเองตัดคอฆ่าตัวตายคาสำนักสงฆ์อ้างถวายเป็นพุทธบูชา เป็นความเชื่อส่วนบุคคล จันทร์ที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 15.55 น.

จากกรณี พระธรรมกร วังปรีชา อายุ 68 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ภูหินกอง จ.หนองบัวลำภู ใช้เครื่องประหารกิโยติน ที่สร้างขึ้นเองตัดคอฆ่าตัวตายคาสำนัก อ้างถวายเป็นพุทธบูชานั้น เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งโดยคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คงไม่มีเจตนาเช่นนั้น ในส่วนของคณะสงฆ์ พศ. โดยมหาเถรสมาคม (มส.) เคยมีมติแจ้ง เรื่อง ห้ามการทำไสยศาสตร์ ความเชื่อ เวทมนตร์คาถาที่ไม่ถูกต้องตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา รวมถึงกำชับให้พระผู้บังคับบัญชาคอยสอดส่องดูและพระลูกวัด รวมถึงให้คำปรึกษาการปฏิบัติตามหลักคำสอนที่ถูกต้องอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทาง พศ.จะส่งหนังสือแจ้งเรื่องดังกล่าว เพื่อทบทวนแนวทางการปฏิบัติของพระผู้บังคับบัญชาหรือเจ้าอาวาสไปยังวัดต่างๆ ทั่วประเทศอีกรอบ รวมถึงจะกำชับให้สอดส่องดูแลพระลูกวัดอย่างใกล้ชิด เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทำให้เห็นว่า ที่ผ่านมาอาจมีการละเลยไม่ได้ดูแลพระลูกวัดใกล้ชิดเท่าที่ควร ดังนั้น พศ.จะถือโอกาสกำชับเรื่องดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ขึ้นอีก

ด้าน พระครูปลัดกวีวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส ในฐานะรองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในปาราชิกสิกขาบทที่ 3 ว่าด้วยการพรากกายมนุษย์ วินัยปิฎก มหาวิภังค์ พระไตรปิฎกเล่มที่ 1 ระบุไว้ชัดเจนว่า พระพุทธเจ้าทรงตำหนิภิกษุผู้ฆ่าตัวตาย โดยทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า ภิกษุทั้งหลายฆ่าตัวตายเองบ้าง ใช้กันและกันให้ฆ่าบ้าง จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า ภิกษุทั้งหลาย การกระทำของภิกษุเหล่านั้น ไม่สมควร ไม่คล้อยตาม ไม่เหมาะสม ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช่ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนภิกษุเหล่านั้น จึงฆ่าตัวตายเองบ้าง ใช้กันและกันให้ฆ่า ภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้ ภิกษุใดจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต หรือแสวงหาศัสตราอันจะพรากกายมนุษย์นั้น แม้ภิกษุนี้ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้ สิกขาบทนี้พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้แก่ภิกษุทั้งหลายอย่างนี้ พร้อมกันนี้ตนขอให้ชาวพุทธยืนอยู่บนหลักไตรสิกขา คือ ปริยัติสัทธรรม ปฏิบัติสัทธรรม และปฏิเวธสัทธรรม ตามหลักพระไตรปิฎก ตลอดจนแนวทางปฏิบัติที่สมบูรณ์ ตามที่พระบรมศาสดาได้ฝากไว้ว่าแม้พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปนานแล้ว แต่ขอให้พระธรรม และพระวินัยเป็นสิ่งแทนพระองค์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น