อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

ศธ.ผนึกกรมอนามัยเตรียมพร้อมเปิดภาคเรียน14มิ.ย.นี้

กระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ เตรียมพร้อมเปิดภาคเรียน 14 มิ.ย.นี้ ผุดแคมเปญ ‘ตัดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน มุ่งมั่นป้องกันโควิด-19’ ในสถานศึกษา เสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 13.00 น.

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางสาวตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) และนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ร่วมแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนและแผนเผชิญเหตุกรณีป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในสถานศึกษา

โดยนางสาวตรีนุช กล่าวตอนหนึ่งว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ศธ.มีความตั้งใจพยายามให้มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้เด็กไม่หยุดกระบวนการเรียนรู้ ทั้งการเรียนภายใต้ 5 รูปแบบ ได้แก่ ON-SITE, ONLINE, ON-AIR, ON-DEMAND และ ON-HAND โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นอันดับแรก และขณะนี้โรงเรียนยังได้ประเมินสถานศึกษาก่อนเปิดเทอม ให้ผ่านทั้งหมด 44 ข้อใน Thai Stop COVID ทั้งนี้ในส่วนของครูและนักเรียนก็ได้มีการประเมินความเสี่ยง Thai Save Thai รวมถึงยังมีการเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้รับมือหากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นภายในโรงเรียนด้วย อีกทั้ง ศธ.ยังได้มีการตัดตั้งศูนย์วอร์รูมโควิด-19 ซึ่งมี นายสุภัทร ปลัด ศธ. เป็นประธานด้วย เพื่อที่จะรวบรวมรับฟังปัญหาของแต่ละพื้นที่ นำไปสู่การแก้ไข สำหรับเรื่องวัคซีน รัฐบาลก็เห็นว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญจึงให้ครูเป็นกลุ่มแรกในการได้รับวัคซีน และ ศธ.ก็พยายามอย่างเต็มที่ให้ครูทุกคนได้รับวัคซีนอย่างเร็วที่สุด


ด้าน นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เราร่วมมือกับ ศธ.และยึดเด็กเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด ส่วนที่สำคัญคือโควิด-19 ระลอกใหม่ มีการกระจายเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ต้องมีการเตรียมความพร้อมของโรงเรียน เนื่องจากเราไม่สามารถที่จะปิดการเรียนการสอนได้อย่างยืดเยื้อ เพราะจะเกิดผลกระทบต่อเด็กในมิติอื่นๆ หมายถึงว่า เราอาจจะชนะโควิด แต่เรานะแพ้ในเรื่องการเสริมสร้างพัฒนาการให้แก่เด็ก ดังนั้นเราจึงยกระดับมาตรการความปลอดภัยใน 3 เรื่อง คือ 1.การคัดกรองทุกคนผ่านแอพพลิเคชั่น Thai save Thai 2.การประเมินสถานศึกษาก่อนเปิดเทอม ให้ผ่านทั้งหมด 44 ข้อใน Thai Stop COVID  และขณะนี้จากโรงเรียนทั้งหมด 38,923 โรง มีโรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินแล้วกว่า ร้อยละ 91 และ 3.การสร้างภูมิคุ้มกัน เช่น การเสริมบริการปอด 6 ท่า การรับประทานอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

“สำหรับการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียน และแผนเผชิญเหตุกรณีป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในสถานศึกษานั้น กรมอนามัยได้รับความร่วมมือจาก ศธ. สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกันจัดทำแนวปฏิบัติยกระดับความปลอดภัยมั่นใจสุขอนามัยไร้โควิด-19 ระลอกใหม่ในสถานศึกษา (เล่มสีเหลือง) และได้มีการดำเนินงานนำร่องกลุ่มโรงเรียนที่มีเรือนพักนอนในสถานศึกษาจำนวน 4 แห่ง ในแต่ละภาค ได้แก่ เชียงใหม่ เพชรบุรี ศรีสะเกษ และกระบี่ ด้วยการพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังและคัดกรองความเสี่ยงโรคโควิด-19 รวมถึงการกำกับติดตามผลการจัดการเรียนการสอนและการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ในสถานศึกษา โดยผู้ตรวจราชการ ศธ.และฝ่ายสาธารณสุขแบบบูรณาการ และสถานศึกษารายงานผลออนไลน์ ผ่าน MOECOVID / TSC ทุก 1 เดือน” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 42