อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

แก้ทั้งจน-ท่วม-แล้ง(1) 'พัฒนาแหล่งน้ำ' ให้ยั่งยืน มิใช่แค่เงิน

ศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2555 เวลา 00.00 น.

จะเกิดการ ’ท่วมใหญ่“ ซ้ำรอย...อีกหรือไม่?? ยังเหลือช่วงเวลาที่ต้องลุ้นอีกราว 2 เดือน แต่ที่แน่ ๆ คือฤดูฝนปี 2555 นี้บางพื้นที่ของประเทศไทยก็มีน้ำท่วมในระดับหนึ่ง และที่มีผู้สันทัดกรณีหลายคนเตือนไว้ว่าปีนี้ก็ต้องระวัง ’แล้งจัด“ ด้วย ที่สุดปัญหาน้ำอย่างหลังนี่ก็เกิดขึ้นจริง ๆ ซึ่งใครจะโทษคน โทษฟ้าโทษฝน ก็สุดแท้แต่...

แล้วก็มีข่าวรัฐบาลจะให้ใช้งบเพิ่มบ่อน้ำบาดาล

เห็นว่าต้องใช้ประมาณ 484 ล้าน ใน 31 จังหวัด

พื้นที่ดำเนินการแต่ละแห่งใช้งบราว 15.6 ล้าน...

ทั้งนี้ วันก่อนนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าตอนนี้การแก้ปัญหาเรื่องน้ำยังไม่บูรณาการ และขอความเห็นใจจากประชาชนเพราะปัญหาเรื่องน้ำเกิดมานานแต่ระยะเวลาที่เข้ามาแก้ปัญหามีจำกัด แต่ก็จะพยายามทำด้านการป้องกันและเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ ซึ่งก็น่าเห็นใจ และก็คงต้องให้เวลา

อย่างไรก็ตาม มองกันถึงแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม ที่จำเป็นต้องบูรณาการกับเรื่องน้ำแล้งที่ยึดโยงกับเกษตรกรด้วย ก็น่าคิดว่าคำตอบสุดท้ายอยู่ที่เขื่อน-พนังกั้นน้ำ-บ่อน้ำบาดาล-เพิ่มบ่อน้ำบาดาล เท่านั้นหรือ?? ซึ่งก็ไม่น่าจะใช่เพียงเท่านี้ และนายกฯยิ่งลักษณ์ก็ระบุไว้ด้วยว่า... ’ต้องเร่งปรับปรุงเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำ“

’ปรับปรุงเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำ“ จุดนี้สำคัญ

และ ’แนวทาง“ นั้นก็น่าจะคำนึงเรื่อง ’พอเพียง“

ถามว่า “พอเพียง” กับการ “พัฒนาแหล่งน้ำ” สามารถจะ “ป้องกันน้ำท่วม-ป้องกันน้ำแล้ง” ได้หรือ?? คำตอบคือได้!! ซึ่ง ณ ที่นี้ก็มิได้หมายความว่าการจะเพิ่มบ่อน้ำบาดาลนั้นไม่ดี เพียงแต่เมื่อดูกันที่เม็ดเงินงบประมาณเกือบ 500 ล้านบาท ก็อดไม่ได้ที่จะมองย้อนไปถึง “ข้อเสนอ” ที่เคยมีออกมาหลังน้ำท่วมปี 2554

ยกตัวอย่างข้อเสนอ โครงการ “แหล่งน้ำทั่วไทย ทฤษฎีใหม่ทั้งแผ่นดิน” ที่มีออกมาจาก สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง โดย ดร.สุมิท แช่มประสิทธิ์ หนึ่งในคณะผู้บริหารสถาบันฯ ที่มีการระบุว่าเป็นโครงการที่ยึดแนวทางการดำเนินการตามปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” พร้อม ๆ กับยึดแนวทางดำเนินการตามแนวพระราชดำริ ’ทฤษฎีใหม่“ เพื่อภาคการเกษตร โดย มีเป้าหมายเพื่อ “แก้ปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง”

โครงการนี้เห็นว่าเคยได้มีการเสนอต่อรัฐบาลไปแล้ว

ส่วนจะได้รับความสนใจนำไปใช้หรือไม่? ไม่ทราบได้

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น จากข่าวเกษตรกรไทยจำนวนมากกำลังเดือดร้อนจากภาวะ “น้ำแล้งในช่วงฤดูฝน” เมื่อลองพลิกดูข้อเสนอตามโครงการดังกล่าวนี้...ก็น่าคิด โดย ดร.สุมิท ระบุไว้ว่า... ปัญหาเรื่องน้ำ ทั้งน้ำท่วม-น้ำแล้ง ในประเทศไทยสามารถจะป้องกันแก้ไขอย่างยั่งยืนได้ด้วยการเริ่มจากจุดเล็ก ๆ โดยยึดความเข้มแข็งของประชาชนเป็นตัวตั้ง ส่งเสริมให้ประชาชนให้ชุมชนสามารถจัดการกันเองให้ได้เสียก่อน

สำหรับข้อเสนอ “แหล่งน้ำทั่วไทย ทฤษฎีใหม่ทั้งแผ่นดิน” เป็นการ เน้นที่ “พื้นที่กลางน้ำ” โดยคำนึงถึง “คนเป็นศูนย์กลางการแก้ปัญหา” และสามารถที่จะมีการบูรณาการต่อเชื่อมกับยุทธศาสตร์ “พื้นที่ต้นน้ำ” โดยจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับและชะลอน้ำ และยังสามารถจะช่วยบรรเทาวิกฤติไฟป่าได้ด้วย รวมถึงสามารถจะเสริมยุทธศาสตร์ “พื้นที่ปลายน้ำ” ช่วยให้รับภาระจัดการทั้งคุณภาพน้ำ และปริมาณมวลน้ำน้อยลง

หลักใหญ่ใจความที่สำคัญของข้อเสนอตามโครงการที่ว่านี้คือ ’ส่งเสริมให้เกษตรกรมีแหล่งน้ำในที่ดิน“ โดย ดร.สุมิท ขยายความเอาไว้ว่า... หมายถึง ’สร้างแหล่งน้ำในพื้นที่การเกษตรที่ยังขาดระบบชลประทาน“ เพื่อประโยชน์สูงสุดทางการเกษตร ตาม “ทฤษฎีใหม่” โดยส่งเสริมให้มีการสร้างได้ทั่วถึงในพื้นที่เป้าหมาย ด้วยความเข้มแข็งของชุมชน ด้วยประชาชนไม่ต่ำกว่า 9,990,000 คน ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ’สามารถกักเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่ม พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังและน้ำไหลหลาก โดยมีความจุรวมกว่า 60,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเก็บน้ำได้เกือบจะเท่าความจุรวมของทุกเขื่อนของประเทศไทยเท่าที่มีในปัจจุบัน“

ทั้งนี้ ทาง ดร.สุมิท ผู้เสนอโครงการ “แหล่งน้ำทั่วไทย ทฤษฎีใหม่ทั้งแผ่นดิน” ยังมีการระบุไว้ด้วยว่า... โครงการนี้ ’สามารถทำเสร็จได้ในเวลา 3 ปี“ ด้วยพลังประชาชน พลังเกษตรกร พลังกสิกร ซึ่งมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามลำดับความสำคัญ คือ... 1. เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม, 2. เกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เสีย, 3. แรงงานภาคเกษตรที่มีกว่า 10 ล้านคน เกษตรกรที่ไร้ที่ทำกิน ที่ก็ต้องส่งเสริมให้เข้าร่วม, 4. เกษตรกรทั่วไป และ 5. ข้าราชการ แรงงานนอกภาคเกษตร ที่มีรายได้น้อย ที่จะเข้าร่วมเพื่อเสริมรายได้และลดรายจ่าย ซึ่งนี่จะเป็นทั้งโครงการป้องกันน้ำท่วม รับมือภัยแล้ง และส่งเสริมอาชีพ ตามหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปพร้อม ๆ กัน

คือทั้งแก้ปัญหาเรื่องน้ำ และแก้ปัญหาให้คน

เป็นอีกรูปแบบ ’แก้ปัญหาแบบบูรณาการ”

ส่วนในรายละเอียด ต้องย้อนดูกันต่ออีกตอน...



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0