อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ได้เวลารัฐสภากู้ภาพลักษณ์

พุธที่ 4 มกราคม 2555 เวลา 07.18 น.

แม้สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมองการทำงานของฝ่ายบริหาร คือรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 ของอำนาจอธิปไตย ทั้งที่ยังมีอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการที่ถือเป็นอีก 2 อำนาจสูงสุดที่เป็นเสาหลักในการปกครองรัฐเช่นกัน และทุกครั้งที่เกิดวิกฤติการณ์ในบ้านเมือง อำนาจทั้ง 3 ฝ่ายนี้ล้วนมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการประคับประคองบรรเทา แก้ไขปัญหาเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป กว่า 4 เดือนแล้วเราคงได้เห็นศักยภาพการทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ก็ไม่มีอะไรที่เสียหาย กระนั้นบาดแผลในจิตใจและร่างกายของประชาชน เชื่อว่าคงมีให้เห็นบ้าง ไม่มากก็น้อย

น่าจับตา ปี พ.ศ. 2555 ฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จะมีบทบาทในการประคับประคอง แก้ไข บรรเทาปัญหาทางการเมือง โดยเฉพาะการปรองดองสมานฉันท์ ได้มากหรือน้อยแค่ไหน เนื่องเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ฉบับที่ 18 ที่ระบุว่ามีคราบไคลความเป็นเผด็จการ ควรชำระล้างร่วมกันยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 19 คืนความเป็นประชาธิปไตย แม้ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมยังกังขาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเพียงพิธีกรรมหรือการทำลายสัญลักษณ์ทางการเมืองเท่านั้น เพราะเป้าหมายหลัก คือการปลดเปลื้องพันธนาการให้คนคนเดียว ซึ่งถึงวันนี้ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองก็ยังไม่สามารถให้คำตอบกับพี่น้องประชาชนได้อย่างชัดแจ้ง

การที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้ตั้งฉายาให้สภาผู้แทนราษฎรว่า “กระดองปูแดง” ฉายาวุฒิสภาว่า “สังคโลก” ฉายาประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า “ค้อนปลอมตราดูไบ” ฉายาประธานวุฒิสภาว่า “นายพลถนัดชิ่ง” ฉายาผู้นำฝ่ายค้านว่า “หล่อดีเลย์” พร้อมยกเหตุการณ์แห่งปีคือ องค์ประชุมรัฐสภาล่มในวันแถลงนโยบายของรัฐบาล ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นตัวชี้วัดบ่งบอกถึงข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละฝ่ายได้เป็นอย่างดี หากทุกฝ่ายน้อมรับนำมาปรับปรุงแก้ไขเติมจุดอ่อนเสริมจุดแข็งให้แก่กันและกัน ในที่สุดผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับประชาชน

มิอาจปฏิเสธว่า การแก้ไขหรือไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือเป็นหัวใจ กุญแจไขเปิดสู่ประตูสางความขัดแย้งเพื่อนำไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ หากเรามีจุดเริ่มต้นที่ดี มีการทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยมี “เจ้าภาพ” ที่เป็นคนกลางเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องห่างไกล แม้รัฐบาลไม่รับเป็นเจ้าภาพ ก็ถือเป็นโอกาสของรัฐสภาในฐานะผู้แทนปวงชนจะได้ทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ สำคัญก็แต่อย่าใช้เสียงข้างมากลากไปเฉกเช่นอดีต เนื่องเพราะการเมืองที่สร้างสรรค์เพื่อมวลชน เสียงส่วนใหญ่ต้องเคารพ และให้ความสำคัญกับเสียงส่วนน้อยด้วย.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0