อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

หนุ่มวัยรุ่นบุกเดี่ยวชิงทอง 5 บาทแต่ไปไม่รอดถูกตำรวจจับได้

หนุ่มวัยรุ่นบุกเดี่ยวชิงทอง 5 บาท เผ่นหนีไปไม่รอดโดนตำรวจตามรวบ รับสารภาพอ้างหาเงินค่านมลูก จนตรอกหาเงินไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องจี้ จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 เวลา 08.15 น.

วันนี้ (24 ธ.ค.) พ.ต.ท.พงษ์เทพ  พรหมดี ร้อยเวรพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งมีเหตุ คนร้ายบุกชิงทรัพย์ร้านทอง ริมถนนสายโกย์ บริเวณหลังวัดนครสวรรค์ เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุนทร กมลพันธฤกษ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ พ.ต.อ.โกมินทร์ สิงห์ขาว ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครสวรรค์ พ.ต.อ.คณากร รุ่งขจรกลิ่น ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พ.ต.ท.มาโนชญ์ สวนดอกไม้ สว.สส.สภ.เมืองนครสวรรค์ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนอีกจำนวนหนึ่ง

เมื่อไปถึงพบว่า  ที่เกิดเหตุอยู่ในร้านทองแม่สุพร เป็นอาคารพานิชย์  3 ชั้น ขนาด 1 คูหา  เจ้าหน้าที่พบนางสุพร ภู่พัฒนกูล อายุ 62 ปี เจ้าของร้าน กำลังยืนรอให้ปากคำด้วยสภาพสีหน้าตื่นตกใจอยู่ที่เค้าเตอร์ขายของ พร้อมกับชี้ตูกระจกให้ดูร่อยรอยถูกคนร้ายปล้นชิงสร้ายคอทองไป ทั้งหมด 25 เส้น เส้นละ 25 สตางค์ รวมนำหนักทั้งหมดประมาณ 5 บาท ซึ่งทราบว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ มีเพียงคนเดียว ลักษณะสูงผอม สวมหมวกกันน๊อคสีดำ และแต่งกายด้วยชุดสีดำทั้งหมด รวมถึงหลังก่อเหตุ ได้ใช้รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงสีดำ ทะเบียน ขนธ 990 ขับขี่หลบหนีด้วย โดยนางสุพร เล่าว่า ในระหว่างที่นั่งเฝ้าหน้าร้านอยู่กับสามี ก็พบคนร้ายดังกล่าว เดินสวมหมวกกันน๊อคเข้ามาภายในร้านก่อนที่มุ่งหน้าไปทางตู้กระจก แล้วใช้มือทุบกระจกบานเลื่อนอย่างแรงบานกระจกจนตกล่อง จากนั้น จึงกวาดเอาสร้อยคอทองคำภายในตู้ ใส่กระเป๋าสะพายสีแดง วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ สตาร์ทเครื่องขับขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้น พ.ต.อ.สุนทร ได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้าน และแกะรอยเส้นทางหลบหนีจากกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครนครสวรรค์ รวมถึง ให้ตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ ที่ใช้ก่อเหตุด้วย ซึ่งคาดว่า คนร้ายไม่น่าจะเป็นมืออาชีพอย่างแน่นอน เพราะในระหว่างก่อเหตุ ผู้เสียหายไม่เห็นว่าคนร้ายถืออาวุธเข้ามาแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุไม่นานนัก เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย ทราบชื่อคือนายธีระศักดิ์ คำจันทร์ หรือนายหนึ่ง อายุ 22 ปี เป็นพนักงานลูกจ้างของร้าน ตึกน้ำเงิน ซึ่งสามารถจับควบคุมตัวไว้ได้ที่บริเวณข้างที่ทำงาน พร้อมยึดของกลางต้องสงสัย เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ฮ้อฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน ขนธ 990 นครสวรรค์ หมวกกันน๊อคสีดำ และกระเป๋าเป้สะพายสีแดง ลักษณะแบบเดียวกันกับใช้ก่อเหตุปล้นร้านทอง

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถแล้วพบว่า เป็นรถของร้านตึกน้ำเงิน ที่ซื้อไว้ให้พนักงานในร้านไว้ใช้ส่งของ และทราบว่า นายหนึ่งเป็นผู้นำไปใช้ในช่วงเวลาเกิดเหตุด้วย แต่ในเบื้องต้น นายหนึ่งยังให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากลักษณะรูปร่าง รวมถึงหมวกกันน๊อค กระเป๋าเป้ และเครื่องแต่งกายของผู้ต้องสงสัย ตรงตามภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด อีกทั้ง จากการควบคุมนายหนึ่ง พร้อมกับของกลางที่ยึดไปให้ผู้เสียดูแล้ว ปรากฏว่า นางสุพร สามารถจดจำกระเป๋าเป้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนนายหนึ่งอย่างเคร่งเครียดอยู่นานหลายชั่วโมง จนกระทั่ง ผู้ต้องสงสัยรายนี้เปิดปากยอมให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุในที่สุด

เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพาไปที่บ้านพัก เลขที่ 202/87 หมู่ 15 ต.วัดไทร อ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นบ้านของผู้ต้องหาที่นำสร้อยทองมาซ่อนไว้ พบสร้อยทองมีเพียง 10 เส้นเท่านั้น โดยคนร้ายอ้างว่า ปล้นมาได้ทั้งหมด 12 เส้น ส่วนสร้อยทองที่เหลืออีก 2 เส้น ผู้ต้องหาได้นำไปจำนำไว้ที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ในเขต ต.หนองเบน ในราคา 11,400 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนขยายผลติดตามของกลางที่เหลือทั้งหมด นำมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป พร้อมกับจะเปิดแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ แต่ในเบื้องต้น ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายหนึ่งไว้ก่อน ในข้อหา วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ

ด้านนายหนึ่ง ให้การว่า ช่วงเช้าก่อนออกไปทำงาน ภรรยาตนได้โทรศัพท์มาหา ขอให้โอนเงินค่านมลูกไปให้ จำนวน 4,000 บาท แต่ตนมีเงินไม่เพียงพอ ประกอบกับ กำลังร้อนเงินอย่างมาก เพราะต้องการนำไปเป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์เก๋งของตนที่เสียหายจากการชนด้วย  จึงเกิดความเครียด เลยตัดสินใจลงมือปล้นร้ายทองดังกล่าว โดยก่อนก่อเหตุ ได้ใช้รถจักรยานยนต์ของร้านที่ทำงานอยู่ ขับขี่ไปตระเวนดูร้านทองตามที่ต่างๆ ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ อยู่หลายแห่ง จนกระทั่งผ่านมาเห็นร้านทองแม่สุพร มีคนแก่นั่งเฝ้าอยู่หน้าร้านกัน 2 คน จึงสบโอกาสเลือกร้านนี้ในการลงมือปล้น แต่สุดท้ายก็มาถูกตำรวจจับกุมจนได้



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0