อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

บช.น.ดันแก้กฎหมายโซนนิ่งสถานบริการ-เพิ่มโทษปรับ-จำ

รองผบช.น.เตรียมเสนอแก้กฎหมายโซนนิ่งสถาน หวังใช้ฟันสถานบริการที่ทำผิดต่อเนื่อง แถมเพิ่มโทษทั้งจำทั้งปรับ เผยดำเนินคดีเนินคดีสถานบริการ 8 แห่ง หลังไม่ยอมต่อใบอนุญาต ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2556 เวลา 03.22 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. แถลงข่าวการดำเนินการของชุดตรวจสอบสถานบริการ บช.น. ว่า ตามที่บช.น. ได้ตั้งชุดปฏิบัติการตรวจสอบการดำเนินการกิจการสถานบริการและสถานประกอบการ ( ชตส.บช.น.) ตามคำสั่ง บช.น. ที่ 29/2556 ลงวันที่ 18 ม.ค. 56 ซึ่งชุดปฏิบัติการได้กำหนดแผนการปฏิบัติเป็น 3 ระยะ คือระยะที่ 1 ตรวจสอบข้อมูลและกวดขันจับกุม ระยะที่ 2 ให้ความรู้ ขอความร่วมมือ และปรับระบบสถานบริการ และระยะที่ 3  พิจารณากวดขันจับกุมผู้กระทำผิดเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานบริการรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ดำเนินการอยู่ในระยะที่ 2 คือ ประชุมสรุปผลการดำเนินการในการเสนอแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับสถานบริการได้ ดังนี้ 1.การปรับปรุงกฎหมาย  พระราชบัญญัติสถานบริการ  พ.ศ.2509  มาตรา 3 เกี่ยวกับเรื่องนิยามของคำว่าสถานบริการในอนุมาตรา (6) สถานที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยให้นิยามความหมายของสถานบริการให้หมายความรวมถึง “สถานที่ที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย หรือยินยอมให้มีการดื่มสุรา ซึ่งลักษณะสถานที่ให้บริการเปิดโล่ง หรือตัวอาคารไม่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้งหมด โดยจัดให้มีดนตรี การแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใด เพื่อการบันเทิง มีระดับเสียงเกิน 90 เดซิเบลเอ ซึ่งให้บริการไม่เกินเวลา 24.00 น.”

 “มาตรา 26 เรื่องเพิ่มอัตราโทษ โดยเพิ่มอัตราโทษในข้อหาตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จากเดิมระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงห้าปี ปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  และข้อหาดำเนินกิจการในระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือดำเนินกิจการสถานบริการผิดประเภทที่ระบุไว้ในใบอนุญาต จากเดิมระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามปี ปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะทำการเสนอเพิ่มเติมอัตราโทษข้อหา เปิดสถานบริการไม่เป็นไปตามเวลาที่กฎหมายกำหนด (เปิดเกินเวลา) อันเป็นความผิดตามมาตรา 27 พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2809 ซึ่งมีอัตราโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท (ไม่มีโทษจำคุก)”รองผบช.น. กล่าว

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า 2. การปรับปรุงกฎกระทรวง กำหนดวันเวลาเปิดปิดสถานบริการ พ.ศ.2547 ให้สถานบริการแต่ละประเภทมีเวลาเปิดและปิดสอดคล้องกัน โดยทางคณะกรรมการได้มีมติให้เสนอเวลาปิดสถานบริการทุกประเภทเป็นเวลา 01.00 น. ไปยังกระทรวงมหาดไทย  3.การปรับปรุงพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2545  (กฎหมายกำหนดเขตโซนนิ่ง) โดยจะขอปรับปรุงโซนนิ่งให้มีความเหมาะสมกับสภาพสังคมในปัจจุบัน โดยได้นำเสนอกระทรวงมหาดไทย ผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช. ) ไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อ 28 มิ.ย. 56 ขณะนี้อยู่ระหว่างกองกฎหมาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช. ) พิจารณาสรุปเพื่อจะได้เสนอให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไขกฎหมาย กฎกระทรวงและปรับปรุงพื้นที่โซนนิ่งต่อไป ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ 

“อย่างไรก็ตามบช.น.ได้รวบรวมข้อมูล สถานบริการ โดยแยกประเภทไว้ ได้แก่ 1.สถานบริการที่ได้รับอนุญาตมีทั้งสิ้น  619ราย ในโซน  190 ราย นอกโซน 429 ราย 2.สถานบริการที่เคยได้รับใบอนุญาต  แต่ต่อมาไม่มาต่ออายุใบอนุญาต ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันมีทั้งสิ้น 106 ราย ในโซน 18 ราย นอกโซน 88 ราย 3.สถานประกอบการที่ไม่ได้รับใบอนุญาตซึ่งมี 800 กว่ารายนั้น จากการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเป็นส่วนมาก” โฆษกบช.น. กล่าว

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้บช.น.กำลังดำเนินการต่อในระยะที่ 3  และเมื่อเวลา 01.00 น. ที่่ผานมา ชุด ชตส.บช.น. ได้ออกไปตรวจสอบและจับกุมสถานบริการที่ไม่มาต่อใบอนุญาตประจำปี พ.ศ.2556 รวม 10 ราย พบว่ากระทำความผิดและยังเปิดให้บริการอยู่  8 ราย คือ 1.ร้านฮอลลีวู้ด สตริป 2.ร้านเอนเจิล วิทช์ 3.ร้านอับเซสซัน 4.ร้านแคสแคต 5.ร้านจี.สปอต 6.ร้านโลลี่ 7.ร้านแฟนตาเซีย 8.ร้านวูดู จากการตรวจสอบพบว่าสถานบริการดังกล่าวยังคงเปิดให้บริการตามปกติ   จึงได้จับกุมดำเนินคดีในข้อหา “เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด” ส่วนอีก 2 ราย คือ ร้านคารูเซล และ ร้านคาร์นิวาล ได้ปิดกิจการไปแล้ว

“สถานบริการเหล่านี้เปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต  ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เนื่องจากว่ากฎหมายมีอัตราโทษต่ำ เมื่อศาลพิพากษาคดีก็จะลงโทษจำคุกแต่ให้รอการลงโทษไว้  และให้ลงโทษปรับอย่างเดียว แต่ก็เป็นเงินที่น้อยมาก   เมื่อเทียบกับรายได้ที่สถานบริการได้รับ  และเมื่อผู้จัดการคนเก่าถูกตรวจค้นจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว ก็จะเปลี่ยนผู้จัดการคนใหม่มาแทนอยู่เรื่อย บช.น. จึงมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาสถานบริการในเขตกรุงเทพมหานคร และได้ขอปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎกระทรวง และปรับปรุงโซนนิ่ง เพื่อเร่งรัดกวดขันจับกุมสถานบริการที่กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง” โฆษก บช.น. กล่าว.
 

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0