อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

หาทางออกร่วมกัน

อาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2557 เวลา 08.44 น.

 วิกฤติทางการเมือง สืบเนื่องจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อนานกว่า 4 เดือนของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จนเกิดการยุบสภาผู้แทนราษฎร จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ก็ถูกขัดขวางบางพื้นที่ จนไม่ได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)และไม่สามารถเปิดประชุมสภาเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดได้ ในขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการกำลังเผชิญการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระหลายหน่วย หลากประเด็น บางเรื่องที่มีคำวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ หรือขัดต่อกฎหมาย ก็อาจถูกยื่นขอให้ถอดถอนซ้ำ จนหลายฝ่ายประเมินว่านายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลกำลังเข้าสู่ภาวะคับขัน เหลือเวลาอยู่ในตำแหน่งอีกไม่นาน

การที่นายกรัฐมนตรีและคณะถูกประเมินว่ากำลังเข้าตาจน ทั้งไม่สามารถเรียกประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีที่รัฐธรรมนูญวางหลักให้ต้องมาจาก ส.ส. จึงเป็นไปไม่ได้ เกิดการคาดเดาต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะการมีนายกรัฐมนตรีด้วยวิธีพิเศษ ที่อ้างถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ที่ว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติบังคับแก่กรณีใดให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บางกระแสก็ปล่อยข่าว อ้างชื่อบุคคลแล้วก็มี ซึ่งก็ทำให้บรรยากาศตึงเครียดยิ่งขึ้น เพราะมวลชนเสื้อแดง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แสดงท่าทีรับไม่ได้ และพร้อมจะเคลื่อนไหวต่อต้าน

ที่นอกเหนือสภาวะการเมืองที่คลุมเครือตามแนวการประเมินและการปล่อยข่าว ยังมีรายงานว่า บรรดาองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ราว 7 องค์กร ได้เตรียมจะแถลงข่าวเปิดตัวความพร้อมเป็นคนกลางให้เกิดการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง คือรัฐบาลกับ กปปส. และฝ่ายอื่น แต่ก็ถูกแกนนำของ นปช. ระบุว่า การดำเนินการนั้นไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรอิสระ และเชื่อว่าทำไปเพราะเห็นว่าใกล้เวลาจะจัดการกับรัฐบาลได้แล้ว และเป็นการเดินหน้าเพื่อใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ให้ได้นายกรัฐมนตรีด้วยวิธีพิเศษ

มาถึงขณะนี้ ทุกฝ่ายต้องยอมรับว่า วิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้นติดต่อกันหลายเดือน ที่บุคคลในแวดวงการเมืองร่วมกันก่อ ได้ส่งผลด้านลบกับทุกภาคส่วน หากปล่อยให้ยิ่งเนิ่นนานต่อไป ความเสียหายจะขยายตัวมากขึ้นและผู้เดือดร้อนที่สุดคือประชาชน คนทำมาหากิน สถานประกอบการ จึงมีข้อเรียกร้องของประชาชนผ่านสื่อหรือช่องทางต่าง ๆ ให้มีการเจรจา หาทางออกร่วมกัน เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้ย่อมมิได้หมายความว่า การกระทำที่เป็นความผิดตามกฎหมายของทุกฝ่ายจะถูกละเว้นไปได้ ดังนี้ แทนที่จะมัวหน่วงรั้ง ต่อต้านความพยายามเพื่อประสานการเจรจา ควรร่วมหาทางสนับสนุนให้ปัญหายุติลงโดยเร็ว แต่ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ควรขัดขวาง เพื่อรักษาบ้านเมืองและบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0