อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562

‘เมษ ธราธร’ เป็นผู้กำกับมาถึงวันนี้ ได้ เพราะ ‘15 ค่ำ เดือน 11’!

เมษ เตรียมกำกับภาพยนตร์ โรแมนติก คอมเมดี้ เรื่องใหม่ “ไอฟาย...แต๊งกิ้ว...เลิฟยู้” และแน่นอนว่าผู้กำกับคนนี้ มีความสามารถที่หลายคนยอมรับในฝีมือ และแน่นอนไม่ว่าเขาจะกำกับเรื่องไหน จันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2557 เวลา 00.00 น.

“เมษ ธราธร” ผู้กำกับร้อยล้านหนังสุดฮา “เอทีเอ็ม เออรัก เออเร่อ” ค่ายจีทีเอช ล่าสุด เมษ เตรียมกำกับภาพยนตร์

โรแมนติก คอมเมดี้ เรื่องใหม่ “ไอฟาย...แต๊งกิ้ว...เลิฟยู้” และแน่นอนว่าผู้กำกับคนนี้ มีความสามารถที่หลายคนยอมรับในฝีมือ และแน่นอนไม่ว่าเขาจะกำกับเรื่องไหน ก็มักถูกจับตามอง วันนี้เราจึงยกพื้นที่ให้เขา เพื่อมาทำความรู้จักกับผู้กำกับคนนี้ให้มากกว่าเดิม ก่อนที่จะไปดูหนังเรื่องใหม่ ที่กำลังจะเข้าฉายปลายปีนี้

ถ้าจะพูดถึงฉากที่ประทับใจ หรือเรียกว่าช็อตเด็ดในดวงใจของเมษ มันเริ่มต้นจากตรงไหน อันนี้เอามาจากงานที่เคยทำมา ?

“ตอนที่ผมทำเรื่อง บ้านฉัน...ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) เรื่องนั้นตอนที่เขียนบทผมรู้เลยว่า ซีนนี้คนดูมีน้ำตาไหล คือซีนที่พี่จตุรงค์ตีขาตัวเองตอนโมโหลูก เป็นซีนที่ผมประทับใจ และคนดูน้ำตาไหล หนังเรื่องนั้นให้ความรู้สึกดีหลาย ๆ อย่าง”

เรื่องเอทีเอ็มฯ ล่ะมีฉากไหนมั้ยที่ประทับใจและชอบบ้าง ?

“ตอน เอทีเอ็ม ฉากที่เต๋อหลบของที่น้องไอซ์ปามา แล้วหัวไปโขกกับประตู คือผมรู้สึกว่าเป็นมุกที่ถ้าให้คะแนน มุกดาวเต็ม 5 เลยนะมุกนี้ มุกนี้เคยเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ผมเคยเล่นกับเพื่อนแล้วผมเคยเจอมา มันก็ตลกดี แต่ไม่คิดว่ามันจะตลกแบบที่คนจำได้ มันเป็นมุกที่ถูกพูดถึงเยอะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอาจจะเป็นเพราะว่าตอนถ่ายมันเกิดการผิดคิวขึ้นจริง ๆ ภาพมันเลยดูสมจริงสมจัง จากที่เต๋อจะแค่เอาไหล่ชน แต่มันดันโดนหัวเข้าจริง ๆ ภาพมันก็เลยสดมาก ก็เลยกลายเป็นว่าทุกคนก็จดจำมันได้”

ระยะเวลาจาก เอทีเอ็ม มาถึง หนังไอฟาย...แต๊งกิ้ว...เลิฟยู้ ใช้เวลานานแค่ไหนถึงได้กลับมาทำหนัง ?

“น่าจะประมาณสัก 2 ปี 2 ปีมีแพลน เพราะว่าหายไปทำซีรีส์ ที่เป็นภาคต่อ คือ เอทีเอ็ม 2 คู่เว่อร์ เออเร่อ เออรัก ทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ สำหรับหนังเรื่องใหม่ที่ผมทำ เป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้ ชื่อเรื่องก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าต้องคอมเมดี้ เพราะว่ามี ไอฟาย...แต๊งกิ้ว...แล้วก็ยังมี เลิฟยู้ มันก็บอกถึงความโรแมนติกที่ตลบอบอวลอยู่ในเรื่องนี้ครับ”

พอเขียนไปแล้วมันก็จะมองเห็นเป็นไอซ์กับซันนี่เลยรึเปล่า ?

“ระหว่างที่เขียน เราก็จะรู้อยู่แล้วว่าน้องไอซ์จะมีความสามารถในด้านภาษาอังกฤษติดตัวมาอยู่แล้ว เขาพูดภาษาอังกฤษเก่ง ซึ่งพอเราเขียนเรื่องนี้มันก็นึกถึงเขาโดยอัตโนมัติ จริง ๆ ก็เรียกว่าเขียนให้เขาเล่นเลยเพราะว่าทุกอย่างมันใช่ไปหมด บุคลิก ความสามารถเฉพาะตัว ส่วนซันนี่ก็เข้ามาเติมเต็มในส่วนคาแรกเตอร์พระเอก ที่มันจะต้องเป็นคนที่เถื่อน ๆ ที่เป็นผู้ชายแบบ เรียกว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยมีมารยาทเท่าไร ซึ่งเท่าที่รู้จักกับซันนี่เค้าก็เป็นคนที่มีมุมนี้ แบบโดยที่เป็นธรรมชาติ แบบที่ไม่ต้องพยายามทำแบบนั้น ก็เลยคิดว่าน่าจะช่วยส่งให้คาแรกเตอร์มันชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังมีพี่โจ๊ก อาตุ่ย มาครบ พี่ตู่-ภพธร อีกคน มาช่วยสร้างสีสัน พี่โจ๊ก กับอาตุ่ย ก็เป็นคนที่คิดถึง ตั้งแต่ร่วมงานกันครั้งที่แล้ว แล้วยังรู้สึกคันไม้คันมืออยากเจอกันอยู่ ก็เลยชวนเขามาเล่น ส่วนพี่ตู่ก็เป็นอีกคาแรกเตอร์หนึ่งที่คนน่าจะชอบในเรื่องนี้ครับ”

ฝากถึงหนังเรื่องนี้ ?

“ใกล้เปิดกล้อง เปิดกล้องสิ้นเดือนนี้ครับ ถ่ายทำกัน 2-3 เดือน หนังจะเข้าช่วงธันวาคม จากที่เขียนบทมาอย่างยาวนาน จีทีเอชทำกันมาปกตินะครับ ผมคิดว่าผมพกพาความมั่นใจไปออกกอง ประมาณว่าบทเรื่องนี้มัน เราก็รักมันแล้ว จนอยากเห็นอยากถ่ายมันแล้ว เราก็มั่นใจว่ามันจะทำให้คนดูมีความสุขได้ในช่วงปลายปีนี้”

ในมุมของผู้กำกับ เมษมีหนังที่เป็นแรงบันดาลใจ หรือหนังที่เปลี่ยนชีวิตเราบ้างมั้ย

“เรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นหนังที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตของผมพอดี จากตอนแรกที่เราไม่คิดว่าจะเป็นผู้กำกับหนังรู้สึกว่ามันยากไม่กล้าทำ และอยู่ในช่วงที่ตอนนั้นเรียนหนัง แล้วทุกคนกำลังคิดการทำหนังที่มันดูยาก ๆ แต่ผมทำไม่เป็น ทำเป็นแต่ง่าย ๆ ต๊อง ๆ ก็คิดว่าจะไม่ทำละ จนได้ดูหนังพี่เก้ง (จิระ มะลิกุล) เรื่องนี้ แล้วรู้สึกว่า เราก็ลองทำหนังแบบที่เราเชื่อดู อย่าไปทำตามคนอื่น ว่าจะต้องทำอย่างที่คนโน้น คนนี้เขาทำกัน ก็กลายเป็นว่า การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้ผมได้มาเจอพี่เก้งจริง ๆ เพราะผมได้ทำหนังสั้นเรื่องหนึ่งที่ง่ายมาก เรื่อง มนต์รักซักรีด จนพี่เก้งได้ดู แล้วชวนมาทำงานด้วยกัน ตอนนั้นพี่เก้งไม่รู้ว่าหนังเรื่อง 15 ค่ำเดือน 11 ของพี่เก้งทำให้ผมตัดสินใจทำหนังสั้นเรื่องนี้ หนัง 15 ค่ำเดือน 11 คือหนังที่เปลี่ยนความคิด พลิกชีวิตให้ผมได้ทำอาชีพผู้กำกับจนถึงทุกวันนี้ครับ”

เป็นอีกผู้กำกับที่เราต้องจับตาดูเขาไว้จริง ๆ โดยเฉพาะหนังเรื่องใหม่ที่จะเข้าฉายปลายปี ซึ่งเรามั่นใจว่า เขาจะสร้างประวัติศาสตร์ให้ตัวเองอีกครั้งแน่นอน.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0