อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

‘นอส’ กลับมาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ ตรง! แรง! แต่แฝงแง่คิดถึงคนฟัง... - คนดังหลังฉาก

หลังจากมีอัลบั้มแรกที่ชื่อ “BOOST” ที่มีเพลงฮิตอย่างเพลง “กอด” ของหนุ่ม ๆ วง “นอส”ก็ห่างหายจากการทำเพลงไปนานถึง 3 ปี ล่าสุดหนุ่ม ๆ กลับมาพร้อมลุคใหม่ เสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2557 เวลา 00.00 น.

หลังจากมีอัลบั้มแรกที่ชื่อ “BOOST” ที่มีเพลงฮิตอย่างเพลง “กอด” ของหนุ่ม ๆ วง “นอส” ที่มีสมาชิกคือ ก้อ-สิทธิชัย สุขสวัสดิ์ (ร้องนำ), แชมป์-ยศพร ประสาทศิลป์ (กีตาร์) และ เนฟ-ทัพไทย เดชธงไชย (กลอง) ก็ห่างหายจากการทำเพลงไปนานถึง 3 ปี ล่าสุดหนุ่ม ๆ กลับมาพร้อมลุคใหม่ที่เข้มแข็ง เป็นผู้ใหญ่ขึ้นกับซิงเกิ้ลใหม่ที่ชื่อว่า “ใสใส” แต่เนื้อหาของเพลงนั้นแรง จนมีทั้งกระแสวิจารณ์ที่หลากหลาย วันนี้ “ฮันนี่บี” เลยนัดแนะหนุ่ม ๆ มาพูดคุยถึงการนำเสนอเพลงนี้ว่าต้องการสื่อถึงอะไรตลอดจนการทำงานครั้งนี้เติบโตเปลี่ยนแปลงยังไงบ้างติดตามกันเลยค่า 

ย้อนถึงจุดเริ่มต้นของวง “นอส” เป็นมายังไง?

ก้อ : “พวกเรามาจากการประกวดดนตรี เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ประถมจาก จ.สิงห์บุรี ครับ มีโอกาสรวมวง แล้วก็มาประกวดงานใหญ่ที่พระนครศรีอยุธยา ของโรงเรียนสยามกลการ มีพี่ที่เป็นฝ่ายดูแลศิลปินของ

แกรมมี่ไปเป็นกรรมการ เราไปเข้าตาเขาพอดี เลยได้ส่งเดโมเข้าแกรมมี่ เดโมผ่านก็ทำอัลบั้มอีก 3 ปี กว่าจะได้เซ็นสัญญาเส้นทางก็ไม่ได้ง่ายเลยครับ” 

แชมป์ : “จนปิดอัลบั้มแรกที่ชื่อ “Boost” สัญญาเราหมดพอดี ก็ลุ้นจะได้ต่อสัญญามั้ย เพราะได้เพลง “กอด” มาการันตีว่าเรามียอดดาวน์โหลดขึ้น 1 ล้านครั้งเช่นกัน ไม่ใช่วิวยึดจากยูทูบครับเลยได้ต่อสัญญาเข้าสังกัดวีเรคคอร์ด” 

จนหายจากงานไป 3 ปี ทำไมนานกว่านั้น?

ก้อ : “วีเรคคอร์ด อยู่กันเหมือนครอบครัว พี่ฟองเบียร์จะดึงน้อง ๆ ไปร้องโปรเจคท์พิเศษ เล่นมิวสิกวิดีโอ ค่ายอื่นจะมองว่าเราประหยัดซึ่งมันก็ใช่นะครับ (หัวเราะ) แต่เหตุผลหลักคือพวกเราจะได้ไม่หายหน้า ถ้าถามคนที่รอฟังเพลงจะบอกว่านาน แต่ถ้าถามคนที่ทำงานด้านนี้จะคิดว่าเวลาผ่านไปเร็ว คิดเพลงไว้ปีต่อมาเนื้อหาเชยไปแล้ว ก็ต้องคิดใหม่ เริ่มใหม่ จนกว่าเราจะจับทิศทางชัดเจนครับ”

ประสบการณ์ที่สั่งสมมา 3 ปี พบอะไรบ้าง? 

ก้อ : “อัลบั้มแรกแนวเพลงเป็นโมเดิร์นร็อก แต่อัลบั้มที่สองเป็นป๊อป

ร็อก สื่อสารตรง ๆ สไตล์การร้องก็เปลี่ยน อัลบั้มแรกร้องยาก หลบเสียงสูง ไปเล่นสดแฟน ๆ ร้องตามไม่ได้ (หัวเราะ) พอมาอัลบั้มนี้เลยร้องชัดถ้อยชัดคำมากขึ้นครับ เวลาไปทัวร์คอนเสิร์ตเพลงฮิตติดหูจริง แต่ลืมว่ากลุ่มคนที่จะนำเพลงเราไปต่อยอด เช่น น้อง ๆ ที่คัพเวอร์ค่อนข้างเข้าถึงยาก อัลบั้มนี้เลยใช้คำพูดตรง ๆ อย่างซิงเกิ้ล “ใสใส” ท่อนแรก คือ “เราแน่ใจหรือเปล่าว่าเราไม่เคยรักกัน” เหมือนคำพูดในชีวิตประจำวันครับ”   

แชมป์ : “เรานั่งคิดในสมัยเราเล่นดนตรี เราเลือกเพลงพี่ ๆ เขามาร้องเพราะอะไร มีคำฮิตติดหูตรงไหน ซึ่งผมมองว่าสำคัญเป็นการสื่อสาร คนก็จะไปหาฟังเราเลยคิดถึงตรงนี้ ซิงเกิ้ลนี้ดนตรีฟังง่าย ไม่ซับซ้อน มีอะไรแปลกใหม่ แต่รายละเอียดในการทำเข้มข้นเหมือนเดิม แต่กลมกล่อมขึ้น”

อัลบั้มแรกมุมมองความรักจะวัยรุ่นสวยงาม แต่พอมาอัลบั้มที่สองความรักในมุมเราดูแรงขึ้น?

ก้อ : “อัลบั้มแรกพวกเราก็อยากทำเพลงที่พูดตรง ๆ นะ แต่ด้วยประสบการณ์ยังเด็ก เป็นวงน้องใหม่ ผมยังไม่กล้าพูด มันจะแรงไป เหมือนหลอกคนฟังว่าเรายังโตไม่พอแต่ไปสื่อสารเรื่องแบบนั้น จนตอนนี้ วัยและประสบการณ์พอจะสื่อสารได้ก็เลยจัดเลยครับ”

เพลงเล่าถึงเรื่องความสัมพันธ์ของชายหญิงที่มากกว่าการเป็นแฟน?

ก้อ : “พี่ฟองเบียร์จะสังเกตศิลปินก่อนเขียนเพลงให้ ตอนผมพักทำอัลบั้มก็ไว้หนวด เครา  เขาบอกว่าผมดูโต กร้าน ๆ โลก (หัวเราะ) จะมาร้องเพลงหวานโลกสวยไม่เหมาะ ฉะนั้นถ้าร้องเพลงที่พูดถึงสิ่งที่เกิดในสังคมอย่างความรักของหนุ่มสาวที่อาจเกินเลย และจบลงอย่างง่ายดายก็คงเข้าถึงคนฟังได้มากกว่าครับ”

แชมป์ : “เพลง ใสใส เป็นประสบการณ์ที่เจอเวลาไปเล่นในผับ หนุ่มสาวเจอกันแป๊บเดียวไปด้วยกันได้แล้ว ไม่ต้องทำความรู้จักอะไร เราก็ไปแชร์ให้พี่ฟองเบียร์ฟัง ในยุคนี้ไม่มีกัดก้อนเกลือกิน แล้วจะรักกันไปตลอด แต่ยุคนี้คนฉาบฉวย มาเร็วไปเร็ว เพราะมีโซเชียลมีเดีย อย่างเมื่อก่อนกว่าจะเป็นแฟนกันต้องส่งจดหมาย โทรศัพท์ไปที่บ้าน แต่สมัยนี้แค่เขย่ามือถือก็หาคนเจอได้แล้ว”

เนฟ : “เดี๋ยวนี้คนชอบเลือกคนอยู่กับคนที่สบายกาย มากกว่าสบายใจนะครับ”

กระแสของเพลง “ใสใส” คนมองว่าพูดถึงผู้หญิงแรงเหมือนกัน?

ก้อ : “เราน้อมรับทุกคำวิจารณ์ครับ จริง ๆ เพลงนี้เราไม่ได้ว่าผู้หญิงเลย เนื้อหาพูดถึงความเสียสละเรื่องของความรักของคนที่ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันทั้งที่ยังไม่แต่งงาน วันหนึ่งถ้าผู้ชายไม่มีอนาคต ผู้หญิงเลือกที่จะไปหาคนที่ดีกว่าก็ยอม แต่แค่ขอไม่ให้บอกคนใหม่ว่าเคยคบกันเพื่ออนาคตที่ดีของผู้หญิง แต่เพราะเนื้อเพลงที่บอกว่า “เธอเคยสมยอม” ความหมายจริงคือพูดถึงตอนที่มีความสุขและรักกันนะครับไม่ใช่สื่อแต่เรื่องแบบนั้น”

แชมป์ : “แต่บางคนฟังเจอท่อนนี้ก็ปิดเลิกฟังไปเลย เราเลยอยากให้เปิดใจฟังนิดนึง ฟังอีกรอบดูว่าเราต้องการสื่อสารถึงอะไร ส่วนในมิวสิกวิดีโอ เล่าถึงคู่รักที่ใช้ชีวิตด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันเป็นแบบนี้เยอะ ลืมศึกษาลักษณะนิสัยว่ามีวุฒิภาวะ พร้อมที่จะมีครอบครัวหรือยัง  เพราะสามารถเป็นทิศทางที่ดีหรือไม่ดีได้เหมือนกันในอนาคตครับ”

เนฟ : “ได้สอนวัยรุ่นด้วยนะครับ การใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันเมื่อยังไม่ถึงเวลาที่พร้อม มีปัจจัยเลิกรา หรือปัญหาตามมาเยอะมาก คู่ที่ประสบความสำเร็จก็มี แต่ในส่วนของเราหยิบยกประเด็นนี้มาเล่าเท่านั้นเองครับ” 

คนมองว่ายุคนี้ทำเพลงยากกว่าคนจะเลือกฟัง? 

ก้อ : “ใช่ครับ ไม่ได้มีแค่เพลงไทย มีทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่ง แต่เราและคนดูจะเชื่อมโยงกันตรงการเล่นสดให้เขาฟังครับ ตรงนี้ความสนุกมีให้เต็มร้อย” 

แชมป์ : “นั่นเป็นเหตุผลทำไมเราต้องทำงานละเอียด คิดเยอะขึ้นกลั่นกรองทุกอย่างให้ดีจริง ๆ” 

ก้อ : “มองไปถึงตอนโชว์ด้วยว่าเราจะเล่นยังไง มันเชื่อมโยงหมดครับ และจะสามารถวัดกันได้เมื่อตอนเล่นคอนเสิร์ตหรือเล่นสดที่แฟน ๆ จะรู้ว่าเพลงเราเป็นยังไง” 

เส้นทางจะมาเป็นนักร้องไม่ง่ายอะไรทำให้เราไม่ท้อแท้?

ก้อ : “เพราะความฝันครับ ไม่ได้อยากเล่นดนตรีเพื่อหาเงิน แต่อยากทำในสิ่งที่รัก เลยเป็นแรงผลักดันให้ไม่ท้อ พยายามต่อไป เราอาจยังไม่ใช่วงที่เจ๋งที่สุด แต่เราตั้งใจทำเพลงทุกเพลงเพื่อคนฟังของเราจริง”  

เนฟ : “ฝันเพื่อค้นหาโอกาสให้เรามีเพลง และมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง ซึ่งวันนี้มันเกินฝันแล้วครับ และสัญญาจะรักษามาตรฐานต่าง ๆ ให้ดีต่อไป”

สุดท้ายฝากอะไรถึงแฟน ๆ ที่ติดตามผลงาน? 

ก้อ : “ต้องขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจ ถึงจะหายไป 3 ปี กลับมาครั้งนี้เรามีความเปลี่ยนแปลงทั้งลุคใหม่ ทั้งสมาชิกที่หายไปสอง เหลือแค่เราสามคน เพราะแต่ละคนก็มีหนทางที่อยากเลือกเดิน ขอบคุณที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงแล้วเปิดใจยอมรับ เราสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปไม่หายไปนาน ๆ ครับ” 

แชมป์ : “ขอบคุณพี่เก่ง เอบี นอร์มอล ที่ช่วยดูแลรายละเอียดตั้งแต่รูปลักษณ์เสื้อผ้าการแต่งตัว คิดช่วยเรา เพราะพวกเราไม่เก่งด้านนี้จริง ๆ แม้กระทั่งการกันคิ้วครับ (ยิ้ม)” 

เนฟ : “ขอบคุณน้อง ๆ ที่คอยเข้ามาพูดคุยเสมอ ทำให้เรามีกำลังใจที่มีคนฟังและติดตามพวกเรา รวมทั้งสมาชิกด้วย ที่หายไปสองคนก็มีความคิดการทำงาน หรือเส้นทางที่เลือกเดินต่อไปก็เป็นการตัดสินใจของเพื่อน ๆ ครับ”

เรียกว่ากลับมาให้แฟน ๆ หายคิดถึง ยังไงก็ฝากทุกคนติดตามผลงาน ของหนุ่มวง “นอส” ที่มีความตั้งใจทำผลงานเพลงไม่ใช่เพื่อกระแสตอบรับที่แรง แต่มีเรื่องราวที่สอนวัยรุ่น วัยฮอร์โมน ให้ลองคิดตามแบบนี้ยกนิ้วให้เลยค่า.

“ฮันนี่บี”



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0