อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

มิลลี่-นิกกี้ ฝาแฝดที่แทบไม่มีความต่าง

อนนี้มีนางเอกเกิดใหม่เป็นฝาแฝดจริงขึ้นมา โดยประเดิมบทนางเอกในละคร “บ้านศิลาแดง” ทางช่อง 7 มี มิลลี่-คามิลล่า กิตติวัฒน์ เป็นแฝดผู้พี่ และ นิกกี้-นิโคล กิตติวัฒน์ เป็นแฝดผู้น้อง อังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 03.20 น.

ฝาแฝดในวงการบันเทิงนั้นมีเพียงไม่กี่คู่ การถ่ายทำบทฝาแฝดในละคร ส่วนใหญ่ก็มักใช้เทคนิคการถ่ายทำช่วย นักแสดงที่เล่นก็ต้องแสดง 2 บทบาทให้มีความต่างในคาแรกเตอร์อย่างชัดเจน แต่ตอนนี้มีนางเอกเกิดใหม่เป็นฝาแฝดจริงขึ้นมา โดยประเดิมบทนางเอกในละคร “บ้านศิลาแดง” ทางช่อง 7 มี มิลลี่-คามิลล่า กิตติวัฒน์ เป็นแฝดผู้พี่ และ นิกกี้-นิโคล กิตติวัฒน์ เป็นแฝดผู้น้อง วันนี้ “เปรียบมวย” ได้มีโอกาสเหมาะไปนั่งพูดคุยกับสองฝาแฝดถึงการทำงานในวงการ

มิลลี่ แฝดพี่มาดนิ่ง

มิลลี่-คามิลล่า กิตติวัฒน์ นางเอกน้องใหม่แฝดผู้พี่ สวมบท “พรเพ็ญ” ในละคร “ด้วยคาแรกเตอร์อ่อนหวาน เรียบร้อย ไม่ค่อยสู้คน อดทนเพื่อพ่อ ซึ่งแตกต่างจากตัวจริงของมิลลี่มาก ถึงจะเป็นฝาแฝดแต่ทั้งคู่กลับอยู่กันคนละสังกัด โดยมิลลี่เซ็นสัญญากับช่อง 7 ส่วนนิกกี้เซ็นสัญญากับทางโพลีพลัส แต่ที่ได้มาร่วมงานด้วยกัน เพราะทางโพลีพลัสจะทำละคร “บ้านศิลาแดง” ซึ่งนางเอกเป็นฝาแฝดกัน และคาแรกเตอร์เหมาะทั้งคู่เลยได้มาเล่นด้วยกัน ทั้งคู่ยอมรับว่ามีเขินกันบ้าง ด้วยความที่สนิทกันมากอาจจะหลุดขำ เวลาเข้าฉากเลยอาจจะต้องใช้เวลานิดนึง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา มิลลี่มองว่าเป็นประสบการณ์ และโอกาสที่ดีที่ได้แจ้งเกิดจากการเล่นละครเรื่องเดียวกับพี่น้อง

“กระแสตอบรับของละครนั้นถือว่าดีนะคะ มีทั้งคนชมและคนติว่าเราเล่นแข็ง ไม่สวย เราก็รับฟัง เพราะเราก็เข้าใจ บางทีเราดูบางคนเล่น เราก็คิดว่าเขาไม่สวยเลย การที่คนบอกว่าเราเล่นแข็ง ก็ดีใจที่เขาพูดแบบนี้ คนเราไม่ได้เพอร์เฟกต์ทุกอย่าง เราก็รับเอามาพัฒนาตัวเอง ตอนแรกนั่งอ่านกับนิกกี้ก็เสียใจ แต่เราก็มาคิดในเชิงกลับกันว่าเขาอาจจะช่วยเราอยู่ก็ได้ เขาเตือนเรา เขาทำให้เรารู้ว่าเราต้องพัฒนาตรงไหนบ้าง ส่วนคนที่ชม เราก็ต้องขอขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ แล้วเขาก็เห็นในสิ่งที่เราตั้งใจทำมาตลอด”

มิลลี่บอกถึงกระแสตอบรับของละครสำหรับกระแสเปรียบเทียบนั้น มิลลี่ยอมรับว่า รู้สึกกดดัน แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน เพราะไม่ได้เล่นบทเดียวกันหรือคาแรกเตอร์เหมือนกัน การถ่ายทอดออกมาไม่เหมือนกันอยู่แล้ว การที่คนติชมเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับให้ได้ มิลลี่เป็นคนที่อ่อนไหวต่อคำพูดคนอื่นเยอะมาก หรือบางทีอ่านเจอคนว่าเราเล่นแข็งก็เสียใจ แต่มองว่าเป็นเรื่องดี ที่จะต้องเก็บมาพัฒนา บางคนก็ชมว่าน่ารักก็ให้เอาตรงนี้มาเป็นกำลังใจ เพื่อจะได้ไม่ท้อ

ในเรื่องของความเหมือนและแตกต่างนั้น มิลลี่บอกว่า จะชอบอะไรเหมือน ๆ กัน เสื้อผ้าก็จะใส่เหมือนกัน แล้วก็ชอบแบ่งของกันใช้ ส่วนใหญ่จะมีอะไรคล้าย ๆ กันหมด จะมีน้อยมากที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงไลฟ์สไตล์ก็เหมือนกัน เพราะเติบโตมาด้วยกัน แต่สิ่งที่แตกต่างอาจจะมีบ้าง มิลลี่จะเป็นคนค่อนข้างหวาน นิกกี้จะเปรี้ยวนิด ๆ

ด้วยความที่ใกล้ชิดกันตลอด จึงทำให้ทั้งคู่มีความผูกพันไม่น้อย แทบไม่เคยห่างกันเลย หากมีใครต้องไปทำงานหรือแยกไปคนละที่จะรู้สึกคิดถึงและต้องโทรฯ หากันตลอด เวลาอยู่ด้วยกันก็จะสนิทกันมาก แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และทั้งคู่ก็ไม่เคยแข่งกัน แต่กลับช่วยเหลือซึ่งกันและกันมากกว่า

นิกกี้ แฝดน้องแก่นเซี้ยว

นิกกี้-นิโคล กิตติวัฒน์ สวมบท “เพ็ญพร” แฝดน้อง ด้วยคาแรกเตอร์สาวแก่นเซี้ยว เปรี้ยว ๆ ตลก ๆ คล้ายกับตัวจริงของนิกกี้มาก พอได้มาเล่นก็มีทั้งคนติคนชม ส่วนใหญ่จะติว่าเล่นแข็ง พูดไม่ชัด “เวลามีคนว่า มิลลี่จะซีเรียสกว่า จะเครียดและเสียใจเวลาที่มีคนว่า หนูก็บอกเขาอย่าไปคิดมาก ตอนแรกที่เห็นแบบนี้หนูเสียใจ แต่พอคิดไปคิดมา เราเอาคำติชมนั้นมาพัฒนาตัวเองดีกว่า เสียใจไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะฉะนั้นเรามองในแง่บวกดีกว่า”

นิกกี้ เปิดเผยถึงความยากง่ายในการทำงานว่า มันง่ายตรงที่เราไม่ได้เกร็งกับเขา แล้วก็มีเพื่อนทำงานด้วย ไม่เหงา แต่จะยากตรงที่เวลาเราเข้าฉากด้วยกัน จะตลกกันเอง เพราะชีวิตจริงเราไม่เคยกอดกันอะไรขนาดนั้น ยอมรับว่ามีหลุดขำ แต่ว่ามันก็ต้องมีสมาธิเวลาเข้าฉาก ไม่งั้นก็จะไม่สามารถผ่านไปได้

นิกกี้มองข้อแตกต่างของตัวเองกับมิลลี่นั้น แทบไม่แตกต่าง แต่มีบ้างที่มิลลี่อาจจะเงียบกว่าหรือนิ่งกว่า ส่วนเรื่องอื่น ๆ แทบจะเหมือนกันหมด เพราะคุณแม่จะสอนให้แบ่งปันกันตั้งแต่เด็กๆ สิ่งที่ไม่เหมือนอีกอย่างหนึ่งคือความใฝ่ฝัน มิลลี่อยากจะเป็นดารา แต่นิกกี้อยากเป็นดีไซเนอร์ เพราะชอบศิลปะ แต่มีโอกาสได้เข้ามาทำงานในวงการก็รู้สึกชอบ สนุกไปกับการทำงาน ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ส่วนเรื่องหนุ่ม ๆ นั้นทั้งคู่บอกว่า มีคนเข้ามาคุยบ้าง แต่ยังไม่พร้อม เพราะตอนนี้ขอตั้งใจเรียนและทำงานก่อน

นอกจากนี้ยังมีกระแสที่เข้ามาบอกว่าที่เข้าวงการมาได้เพราะแม่ดัน แต่ทั้งมิลลี่และนิกกี้กล้าพูดเต็มปากว่า แม่ไม่ได้ดันและอยากให้เรียนมากกว่า แต่พอได้มาทำงานตรงนี้ แม่ก็ให้กำลังใจว่าสู้ ๆ ช่วงแรกมีงานถ่ายแบบ คนก็ไม่ได้ติดต่อผ่านคุณแม่ แต่เป็นการรับงานผ่านเอเจนซี่ ต้องไปแคสงานตามขั้นตอนปกติ ซึ่งการเข้าวงการมาก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยน มีคนเข้ามาทักทายขอถ่ายรูป แต่ก็ทำให้ทั้งคู่รู้สึกดีที่มีคนชื่นชม สำหรับอนาคตในวงการบันเทิงนั้น ทั้งคู่มองว่าถ้ามีโอกาสก็อยากทำไปเรื่อย ๆ เพราะเริ่มรู้สึกหลงรักวงการและเป็นประสบการณ์ที่ดี

เส้นทางบนถนนบันเทิงของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร คงต้องจับตาดูต่อไป แต่เชื่อว่าทั้งคู่ยังพัฒนาฝีมือและไปต่อได้อีกไกล.

อิญรัตน์ กลิ่นหอม : ข้อมูล

มยุรี วนะสุขสถิตย์ : เรียบเรียง



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0