อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

‘เฮลเมทเฮดส์’ จากวงดนตรีแฟชั่น สู่การพิสูจน์ฝีมือในฐานะศิลปิน

วันนี้ “ฮันนี่บี” เลยขอนัดแนะหนุ่ม ๆ มาพูดคุยการทำงานในซิงเกิ้ลเก๋ ๆ “อินสตาแกรม” ว่ามีที่มายังไง เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2558 เวลา 02.17 น.

ด้วยเอกลักษณ์ของดนตรีแนวโอลดี้ และแฟชั่นที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทำให้วงน้องใหม่ “เฮลเมท เฮดส์ (Helmet Heads)” ที่มีสมาชิกอย่าง 4 หนุ่ม “จิ้ง-ชตารัช ศรีดำรงรักษ์ (ร้องนำ-กีตาร์), เดียว สุวีระ (เบส), ซัม-สดายุ สุวรรณจุณีย์ (กลอง) และ นัท-ณัฐพงศ์ เลิศศรีนวล (กีตาร์) เป็นที่น่าจับตามองไม่เบา เส้นทางเริ่มต้นที่เป็นวงดนตรีแฟชั่น เล่นตามงานเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้า จนก้าวเข้าสู่บทบาทการเป็นศิลปินเต็มตัวในสังกัด สไปร์สซี่ ดิสก์ คือการพิสูจน์ฝีมืออีกขั้น วันนี้ “ฮันนี่บี” เลยขอนัดแนะหนุ่ม ๆ มาพูดคุยการทำงานในซิงเกิ้ลเก๋ ๆ “อินสตาแกรม” ว่ามีที่มายังไง อย่ารอช้าไปทำความรู้จักหนุ่ม ๆ กันดีกว่าค่า

มารวมตัวกันเป็น “เฮลเมท เฮดส์” ได้ยังไง?

นัท : “เรา 4 คนรวมตัวกัน โดยจิ้งและนัทเป็นเพื่อนสมัยมัธยมมาด้วยกัน และทั้งคู่ชื่นชอบในความคลาสสิกของเพลงยุค 50-60 อย่าง The Beatles, The Outsiders, The Kinks จนถึง Elvis Presley เลยชวนกันมาทำวงดนตรีแนวย้อนยุค ก่อนจะได้ซัม มือกลองที่เป็นเพื่อนของจิ้งมาร่วมวง จากนั้นได้เดียวมาเล่นเบสจนรวมตัวกันเป็นวงขึ้นมาครับ”

จิ้ง : “จริง ๆ วงเราเป็นวงแฟชั่นครับ คือเราเล่นดนตรีในร้านเสื้อผ้า เช่น แบรนด์ต่าง ๆ ที่อยากให้มีคอนเซปต์เก๋ ๆ ก็จ้างเรามาเล่นตอนเปิดร้าน ช่วงมีโปรโมชั่นใหม่ ๆ หรือแฟชั่นโชว์ของแบรนด์เสื้อผ้า วงเราจะเล่นเพลงแนวโอลดี้, 60s ให้เข้ากับเทรนด์แฟชั่นต่าง ๆ ครับ”

นัท : “คนอื่นตั้งใจทำเดโม่มาส่งค่าย แต่เราเล่นเพลงในอีเวนต์จนคนนั้น คนนี้มาดูชอบแล้วก็บอกไปปากต่อปาก จนสไปร์สซี่ ดิสก์ มาชวนเราทำงานเพลง เข้าใจการทำงานของวง เริ่มแต่งเพลง โปรดิวซ์งานไปเรื่อย ๆ ซึ่งพวกเราก็อยากลองดูซักตั้ง เริ่มจากคัฟเวอร์เพลงภาษาอังกฤษก่อน เอาเพลงยุคซิกตี้ที่ดังสมัยนั้น ที่คนรู้จักแต่อาจลืมไปมาคัฟเวอร์ เพื่อให้คนรู้ว่าวงเราเล่นแนวนี้ครับ”

แล้วที่มาของชื่อวงว่า “เฮลเมท เฮดส์” มีความหมายยังไง?

จิ้ง : “ตอนนั้นเราไม่ได้ตัดผมครับ แล้วเราเล่นงานร้านเสื้อผ้า มีชื่อวงเยอะมาก แต่ยังไม่เหมาะสม วันนึงไปนั่งกินข้าวกับคุณพิชัย จิราธิวัฒน์ เห็นผมของจิ้งเหมือนหมวกกันน็อกเลยพูดขึ้นมาว่าวงน่าจะใช้ชื่อ “เฮลเมท เฮดส์” ซึ่งคำนี้โอเคเลยครับ บวกกับวงเราเล่นเพลงยุค 60s-70s ที่มีวง The Beatles กำลังดังก็ผมทรงเดียวกับเราครับ”

พอเซ็นสัญญากับสไปร์สซี่ ดิสก์ มาคัฟเวอร์เพลงภาษาอังกฤษแล้วเป็นยังไงบ้าง?

จิ้ง : “ตอนนั้นจะมีแค่คนเฉพาะกลุ่มที่ติดตามเราครับ แต่มาเป็นเพลงภาษาไทย มันก็แมสมากยิ่งขึ้น เพลงไปสู่คนหมู่มากที่กว้างขึ้น มีคนเข้ามาหา บางคนแซวเราก็มีเพลงตรงกับชีวิตเขามากเกินไปเราก็ดีใจที่คนฟังแล้วจำเราได้ครับ”

จนเป็นซิงเกิ้ลชื่อ “อินสตาแกรม” เพลงนี้เล่าถึงเรื่องอะไรบ้าง?

นัท : “ผมแต่งเพลงนี้ไว้ เพื่อนผมเล่นไอจี แล้วเขาเจอรูปแฟนเก่าในไอจี ไปเจอในรูปของเพื่อนที่แท็กกันมา เพราะปกติเราเลิกกับใครก็จะไม่ฟอลโลว์แฟนเก่าเนอะ แต่พอเห็นไปกินข้าวกับเพื่อนสนิทเราที่เป็นกลุ่มเดียวกันมาก่อนเลยได้เห็นรูป ได้ตามไปส่องโปรไฟล์ เลยคิดว่าโมเมนต์แบบนี้หลายคนจะได้เจอแน่ๆ ผมเลยมาคุยกับจิ้งว่าอยากสานต่อเรื่องตรงนี้ครับ”

จิ้ง : “นัทแต่งเพลงนี้ทิ้งไว้นานมาแล้ว เขามาเล่นให้ฟัง มีคำว่า “รูปถ่าย ภาพถ่าย” เราอยากสะท้อนออกมาให้ร่วมสมัย เพราะภาพถ่ายสมัยนี้จะบอกเรื่องราวผ่านอินสตาแกรม เราให้พี่เป้ วงมายด์ โปรดิวเซอร์ดูเนื้อเพลงให้ฟังง่ายขึ้น เช่นเนื้อเพลงมีท่องหนึ่งพูดว่า “เราเคยไปร้านเดิมที่เราเคยไปด้วยกันในโลเกชั่นนั้น ในเอ็มวีมีแฮชแท็กชื่อของเราด้วย” มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในการเล่นอินสตาแกรมของคนยุคนี้จริง ๆ ครับ”

สตอรี่ใกล้ตัว น่าสนใจ แต่จะทำให้เข้ากับเนื้อเพลงไปทิศทางเดียวกันยากมั้ย?

นัท : “ยากครับ เพราะต้องให้สอดคล้องกันทั้งเนื้อร้อง ยากตรงที่จะทำเรื่องนี้ให้เป็นเพลงที่ติดหูยังไง จนได้พี่เป้มาช่วยดูเนื้อให้เข้าถึงคนได้มากขึ้น แต่ความพิเศษคือเราส่งเพลงต่อให้วง “ตาฮิติ 80” มิกซ์เสียงให้ที่ประเทศฝรั่งเศสด้วยครับ”

ซิงเกิ้ลนี้ต้องคุยกันยังไง เพราะโปรดิวเซอร์อย่างเป้ก็มีแนวเพลงที่ต่างออกไป?

จิ้ง : “นี่คือคำถามของพวกเราตั้งแต่แรกเลย เพราะเราเล่นดนตรีที่เป็นสไตล์ชัดเจน แล้วจุดกึ่งกลางที่เป็นแมสกับสไตล์ที่เป็นตัวเองต้องแชร์คนละครึ่ง ก็คุยและซ้อมกันบ่อยเพื่อหาจุดให้ลงตัวครับ”

กระแสตอบรับของเพลงนี้เป็นยังไงบ้าง?

จิ้ง : “ทุกคนอินที่มิวสิกวิดีโอมากครับ เป็นกระแสตอบรับที่ดีมากเลย เพราะก่อนที่จะทำมิวสิกวิดีโอว่าจะตีความยังไง พฤติกรรมคนที่เล่นอินสตาแกรม อยากดูรูปแฟนเก่าจะทำยังไง เช่น สัตว์เลี้ยงที่ซื้อมาเลี้ยงด้วยกัน ร้านที่เคยไปด้วยกัน แฮชแท็กคู่ล่ะจะทำยังไง”

นัท : “เราทำโปรดักชั่นเองด้วยนะครับ จิ้งเป็นโปรดิวเซอร์ ผมผู้กำกับ ซัมดูแลพร็อบ เดียวดูแลเรื่องอาร์ตไดเร็กเตอร์ เลยได้เรื่องที่ตรงประเด็นครับ ผูกสตอรี่ให้มันคล้องกับเนื้อเพลงเลย เราจะใส่รายละเอียดลงไปในมิวสิกวิดีโอเยอะมาก เพราะเราวิเคราะห์จากพฤติกรรมคนเล่นอินสตาแกรมจริง ๆ เช่น เลิกกันไปแล้วกี่สัปดาห์ มีรายละเอียดโน่นนี่ ซึ่งสุดท้ายคนดูชอบเราโอเคมาก ปลื้มกับกระแสตอบรับที่ดีครับ”

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการเป็นศิลปินเต็มตัวแล้วบ้าง?

นัท : “จริง ๆ การมีงานเพลงของตัวเองเป็นสิ่งที่ฝันตั้งแต่เด็ก เราก็ดีใจมากรู้สึกโชคดี ขอบคุณโอกาสที่เราได้จากค่าย ได้ทำเพลงที่เราอยากสื่อสาร สิ่งที่เราคิดและอยากบอกได้ออกไปให้คนอื่นได้ชม เนื้อหาเพลงอินสตาแกรมก็ตรงกับคนที่อกหัก แต่โดยรวมไม่อยากให้เขาเสียใจ แต่แฝงแง่คิด คำสอน ไว้ด้วย ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ทำหลายอย่างที่ไม่คิดว่าจะได้ทำมาก่อน”

ความคาดหวังกันล่ะ?

จิ้ง : “มันต้องมีอยู่แล้วครับ ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ไม่เอามาเป็นที่ตั้งของทั้งหมด ความคาดหวังของเราเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางมากกว่า ตอนนี้โฟกัสระหว่างทางที่เราเดินไปว่า ความสนุกของเราและแฟนๆ ที่ได้ฟังเพลงมันอยู่ตรงไหน อยากเก็บตรงนี้ไว้มากกว่า ไม่อยากกดดันตัวเองด้วย แต่ก็ต้องรักษามาตรฐานการทำงานให้ออกมาดีที่สุดครับ”

สุดท้ายฝากอะไรถึงแฟน ๆ ที่ติดตามผลงานวงเราอยู่บ้าง?

ซัม : “สำหรับเพลงอินสตาแกรม เราตั้งใจทำทุกขั้นตอน รวมไปถึงมิวสิกวิดีโอทุกกระบวนการ เขียนบท ทุกอย่างอยากให้ทุกคนมีโอกาสได้ชม และฟังเพลงของเราในสิ่งที่อยากจะสื่อออกไปโดยเฉพาะคนที่อกหักอยู่น่าจะโดนใจครับ

เดียว : “ส่วนใครที่ชื่นชอบเพลงวงเรา เข้าไปที่ *491544 กด 27 ไอทูนส์ สโตร์ เคเคบ็อกและดีเซอร์ ติดตามผลงานเราได้ที่เฟซบุ๊กสไปร์สซี่ ดิสก์ หรือแฟนเพจวงเราก็ได้ครับ”

งานนี้แฟน ๆ ที่ชอบเพลงแนวโอลดี้เก๋ ๆ หน่อยก็ติดตามให้กำลังใจพวกเขาได้ ที่สำคัญไปชมมิวสิกวิดีโอที่หนุ่ม ๆ ลงมือทำกันเอง เราการันตีเลยจี๊ดโดนใจคนที่นึกถึงแฟนเก่าแน่นอน!!.

‘ฮันนี่บี’



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 331