อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

‘ละครน้ำเน่า-วิกฤติหรือโอกาสของผู้ชมไทย?’

วันนี้ ’วาไรตี้เถิดเทิง“ ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้กำกับ-ผู้จัดละครไทยชื่อดัง ถึงแนวคิดการทำละครไทย รวมถึงมุมมองของคำถามที่ว่า ’เมื่อไหร่ละครไทยจะเลิกทำแนวน้ำเน่าสักที?“ อังคารที่ 22 กันยายน 2558 เวลา 00.30 น.

หลังประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเป็นทางการ ก็ทำให้หลายภาคส่วนในสังคมต่างต้องปรับตัวกันเรียกว่าครั้งประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งทีเดียว ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการบันเทิงที่ต้องพัฒนาและหลีกหนีจากคำว่าล้าหลังเช่นกัน วันนี้มีหนุ่มสาวยุคดิจิตอล ซึ่งเป็นเสมือนผู้บริโภคของสังคม ต่างมีความคิดเห็นถึงวงการบันเทิงไทยว่ายังย่ำอยู่กับที่ ไม่พัฒนารูปแบบการนำเสนอละครที่มีคุณภาพ มัวแต่ยึดเอาการทำละครที่มีเนื้อหาและพล็อตเรื่องแนวน้ำเน่า หรือแบบเดิม ๆ เพื่อดึงดูดจำนวนผู้ชมมากกว่า จะคำนึงถึงคุณค่าและไม่สร้างสรรค์ ซึ่งเป็นแนวคิดสำหรับผู้ชมบางกลุ่มเท่านั้น

วันนี้ ’วาไรตี้เถิดเทิง“ ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้กำกับ-ผู้จัดละครไทยชื่อดัง ถึงแนวคิดการทำละครไทย รวมถึงมุมมองของคำถามที่ว่า ’เมื่อไหร่ละครไทยจะเลิกทำแนวน้ำเน่าสักที?“

หนุ่ม-กฤษณ์ ศุกระมงคล ผู้กำกับละครชื่อดังที่มีผลงานผ่านสายตาผู้ชมมาแล้วมากมาย อาทิ สุดแค้นแสนรัก, คุณชายธราธร, สามหนุ่มเนื้อทอง ฯลฯ เผยว่า “จริง ๆ หลายคนจะบอกว่าถึงวิกฤติของละครไทยแล้วหรือเปล่า ที่เรายังมีละครแนวเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อยู่อย่างนี้ แต่จริง ๆ ผมว่าเพราะละครมันมีเยอะขึ้น เนื่องจากเรามีดิจิตอลขึ้นมา ความหลากหลายของช่องก็มากขึ้น ผู้ผลิตละครก็มากขึ้น แต่ในทางกลับกันบทประพันธ์ที่มีอยู่มันน้อยลง และเดี๋ยวนี้เวลาเราทำอะไร มันมักจะมีการแข่งขันอยู่เสมอ เช่นทุกวันนี้คนเห็นว่าละครอันไหนมาแรง เราก็จะทำตามนั้นกันเยอะขึ้น ๆ แต่ของผมจะไม่ทำละครตามกระแสสักเท่าไหร่ อย่างล่าสุดละครสุดแค้นแสนรักก็เป็นละครนอกกระแสที่คนดูให้การตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งผมว่าเรื่องแบบนี้มันอยู่ที่คนดูมากกว่า ว่าเขาจะดูแบบไหน แต่ผมมองว่ามันคงไม่ถึงขั้นวิกฤติละครไทยที่จะไม่มีคนดู เพราะทุกวันนี้หลาย ๆ คนก็ยังติดการดูละครอยู่”

“และที่สำคัญการเป็นละครน้ำเน่า ผมว่าถ้าเปรียบเทียบกับฝรั่งก็มีละครน้ำเน่าเหมือนกัน แต่คำถามคืออะไรเรียกว่าน้ำเน่า เพราะละครมันก็ต้องมีพระเอก นางเอก ตัวร้าย ตัวโกงกันทั้งนั้นและที่สำคัญถ้าสังเกตดูละครน้ำเน่าส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จเพราะคนดูมีอารมณ์ร่วมกับตัวละคร อยากเป็นตัวนั้นตัวนี้ รู้สึกสงสารเสียใจไปกับเรื่องราวที่ตัวละครพบเจอ ซึ่งถ้าคนดูไม่มีตรงนี้ เขาก็ไม่อยากดู จริง ๆ โดยส่วนตัวผมคิดว่าละครทุกเรื่องมันน้ำเน่าหมดแหละ แต่ที่วิจารณ์กันว่าคนยุคนี้จะไม่ดูละครแล้ว เพราะมันน้ำเน่า ผมไม่รู้นะแต่ผมว่าเราหนีไม่พ้น คนยังไงก็ต้องดูละคร เพราะการดูละครเราไม่เสียเงิน ดูได้ตลอดยังไงมันก็ต้องผ่านตาไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่ง และตัวผมเองก็ไม่กังวลใจกับรสนิยมของคนดูในปัจจุบัน เพราะต่างคนต่างมีความชอบของตนเอง มันอยู่ที่เขามากกว่า ว่าจะดูละครเรื่องไหน ซึ่งก็นานาจิตตัง ผมอยากให้มองที่งานดีกว่าและลองเปิดใจดู อย่าเพิ่งตัดสินว่ามันคือละครน้ำเน่าแล้วจะไม่ดี ก็ดูที่ความตั้งใจของคนทำงานดีกว่าครับ”

ด้านนักแสดง ผู้กำกับละคร-ภาพยนตร์มากฝีมือ ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง มีผลงานกำกับละครหลายเรื่อง อาทิ หัวใจเถื่อน, สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย และที่กำลังออนแอร์ทางช่อง 7 ขณะนี้ รอยรักแรงแค้น เผยว่า ’เรื่องที่คนสมัยนี้ไม่ดูละครน้ำเน่าเลยไม่อยากดูละครไทย ผมมองว่ายังไงคนจะดูไม่ดู เขาก็มีเหตุผลร้อยแปดจะไปเหมารวมว่าคนไม่ดูละครเพราะมันน้ำเน่าทั้งหมดก็ไม่ใช่ สมมุติถ้ามี 10 คน ไปโพสต์ในโลกออนไลน์ว่าไม่ดูละครเรื่องนี้เพราะมันน้ำเน่า ก็แสดงว่ามีแค่ 10 คนนั้นที่ไม่ชอบ แต่ถ้ามีอีก 40 คน ที่เขาไม่ดูแล้วเขาไม่ได้พิมพ์ลงไป ผมก็ไม่รู้ว่าเขาไม่ดูเพราะอะไร ฉะนั้นจะไปเหมารวมอย่างนั้นไม่ได้ และถ้าพูดถึงละครน้ำเน่ามันก็จะมีข้อจำกัดของมันชัดเจนว่าจะแค่ไหนน้ำเน่า แค่ไหนไม่เน่า แค่ไหนเน่านิด ๆ หรือเกือบเน่า มันเป็นเรื่องของรสนิยมเรื่องของอารมณ์มากกว่า ซึ่งมันก็อธิบายได้ยากเพราะจริง ๆ แล้วที่เขาไม่ดูละครเพราะเขาไม่มีเวลา ติดธุระ หรือชอบดูกีฬามากกว่า มันก็มีปัจจัยหลากหลาย ซึ่งอันนี้ผมก็คงตอบไม่ได้จริง ๆ กับกระแสดิจิตอลในปัจจุบันที่มีละครเพิ่มขึ้น ผมในฐานะคนผลิตเราก็ไม่ได้คิดงานเพื่อแข่งกับใคร แต่เราทำงานเพื่อนำเสนอสิ่งที่เราต้องการพูด ก็เน้นทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด และผมไม่ได้มองว่าจะต้องหนีละครน้ำเน่าให้พ้น หรือทำละครแข่งกับช่องอื่น ผมคิดแค่ว่าผมทำละครให้คนที่ชอบผลงานผมดูแล้วมีความสุขก็พอครับ”

สำหรับผู้กำกับ นักแสดง หรือครูสอนการแสดงชื่อดัง ชุ-ชุดาภา จันทเขตต์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ที่คนมองว่าละครไทยไม่พัฒนาไปไหน ยังมีแต่เนื้อเรื่องเดิม ๆ น้ำเน่าแย่งสมบัติ แย่งแฟน ทะเลาะกันหรืออะไรต่าง ๆ ในมุมมองเราคิดว่าไม่ใช่เลย ละครไทยพัฒนาไปเยอะแล้ว ทั้งระบบการทำงาน เทคนิค โปรดักชั่น คือมันพัฒนาไปมากและต้องยอมรับว่าปี ๆ หนึ่งเราทำละครเยอะมาก ยิ่งถ้ารวมทุกช่องมันมหาศาล แต่บทละครเรายังมีเท่าเดิม มันก็เลยเกิดการรีเมคขึ้น คนก็เลยอาจจะคิดว่าเราทำละครซ้ำแบบเดิม ไม่น่าดู เป็นแนวเก่า ๆ ซึ่งต้องบอกว่าละครไทยมันก็มีความใกล้ชิดและเราก็คุ้นเคยกับละครแบบนี้มานาน ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็อาจจะมีบ่นว่าน้ำเน่าบ้าง แต่ยังไงคนกลุ่มใหญ่เขาก็ดู”

ยิ่งถ้าใครมีโอกาสได้ไปอ่านคำสัมภาษณ์ของคนที่ทำซีรีส์เกาหลี เขาก็บอกเหมือนกันว่างานของเขาน้ำเน่าที่สุดในโลก เพราะพล็อตเรื่องของเขาพระเอกเพอร์เฟกต์ รวยหล่อ นางเอกจนแสนดี น่ารัก คือเขาก็มีรูปแบบละครของเขาแบบนี้ ของเราก็อีกแบบหนึ่งคือมันมีลักษณะเดียวกัน ดังนั้นการที่จะบอกว่าละครไทยน้ำเน่าจนคนไม่อยากดูก็รวมทั้งหมดไม่ได้ ส่วนรสนิยมของคนที่ดูละครในปัจจุบันก็ต้องบอกว่าเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก เพราะมันมีดิจิตอลเกิดขึ้นและเราก็สามารถดูทุกอย่างได้จากโลกออนไลน์ แต่ยังไงคนก็ยังชอบการดูละครสด ๆ อยู่ดี มันไม่ได้หายไป และการทำละครของผู้กำกับผู้จัดในปัจจุบันมันก็เพิ่มขึ้นมันก็มีการแข่งขันกันหลากหลายช่องทางในการนำเสนอ แต่ที่เราคิดคือต้องทำงานของเราให้ดีและมีคุณภาพต่อไป แต่เราไม่ได้กังวลว่าจะมีคู่แข่งเยอะขึ้น เรามองในแง่ของการทำงานที่ต้องละเอียดและดีขึ้นมากกว่าจริง ๆ ต้องบอกว่ามันเป็นช่วงที่บูมของละครไทยด้วยซ้ำ เพราะผู้กำกับหนังหลายคนยังหันมาทำละครเลย ก็คิดว่าละครไทยคงยังไม่ถึงวิกฤติแน่นอน”

นี่เป็นเพียงทรรศนะและแนวคิดส่วนหนึ่งของคนคุณภาพที่ทำงานเบื้องหลังละคร ที่มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน.

สมคิด แซ่คู รายงาน



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 689