อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

‘แดน บุรีรัมย์’ กูรูเพลงลูกทุ่ง ถือคติทำงานด้วยความจริงใจ

จริง ๆ ตอนที่ผมเข้าวงการมาแรก ๆ ผมมุ่งหวังที่จะหาชื่อเสียงเพื่อเป็นนักร้องอย่างเดียว ผมได้บันทึกเสียงเพลงแรกในชีวิตชื่อว่า “ผู้พ่าย” เมื่อปี พ.ศ. 2507 ซึ่งมันก็ไม่ประสบความสำเร็จ อังคารที่ 12 มกราคม 2559 เวลา 01.01 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งเพชรเม็ดงามของวงการบันเทิงไทย สำหรับนักร้อง นักแสดง ศิลปินตลก และนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง แดน บุรีรัมย์ หรือชื่อจริง บุญชื่น บุญเกิดรัมย์ เพราะนอกจากบทบาทการเป็นศิลปินที่เป็นผู้มอบความสุข ความบันเทิง ให้กับคนไทยมาอย่างยาวนานแล้ว การประพฤติปฏิบัติตัวของศิลปินรุ่นใหญ่ท่านนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับคนรุ่นใหม่หลายคนได้ยึดถือเป็นแบบอย่างอีกด้วย

แดน บุรีรัมย์ เล่าย้อนอดีตสมัยเข้าวงการใหม่ ๆ ว่า “จริง ๆ ตอนที่ผมเข้าวงการมาแรก ๆ ผมมุ่งหวังที่จะหาชื่อเสียงเพื่อเป็นนักร้องอย่างเดียว ผมได้บันทึกเสียงเพลงแรกในชีวิตชื่อว่า “ผู้พ่าย” เมื่อปี พ.ศ. 2507 ซึ่งมันก็ไม่ประสบความสำเร็จ การเป็นนักร้องในสมัยก่อนมันยากมาก ๆ เพราะค่าตอบแทนก็ได้ไม่เยอะประมาณ 5-10 บาทเท่านั้น สูทหรือเสื้อผ้าที่ใส่ก็มีแค่ชุดเดียว พอร้องเสร็จก็เอาไปไว้หลังเวทีให้คนร้องคนต่อไปใส่ต่อ คือชีวิตการเป็นนักร้องมันลำบากจริง ๆ แต่ผมก็โชคดีที่เคยเรียนเป่าแซกโซโฟนมาตอนเด็ก ๆ ผมก็เลยผันตัวมาเป็นนักดนตรีแทน ซึ่งตอนนั้นผมก็ ทั้งร้องทั้งเล่นดนตรีไปด้วย อะไรที่พอทำแล้วได้เงินผมก็ทำหมด เพื่อหาเลี้ยงตัวเองให้ได้มากที่สุด แต่งเพลงเองก็ทำมาแล้ว จนช่วงหลัง ๆ ในปี พ.ศ. 2514 ผมเริ่มผันตัวเองมาเล่นตลก เพราะได้เงินจำนวนมากกว่าการเป็นนักร้องนักดนตรี ผมก็เลยมาอยู่กับคณะของป๋าเทพ โพธิ์งาม อยู่พักใหญ่ ซึ่งระหว่างนั้นเป็นช่วงที่ธุรกิจคาเฟ่เริ่มเป็นที่นิยม ผมก็เลยตัดสินใจแยกออกมาตั้งคณะเองชื่อว่า “สี่ดาว” กับเพื่อน ๆ แต่หลังจากนั้นพอวงเริ่มอิ่มตัวเพื่อน ๆ หลายคนก็แยกย้ายกันไปอยู่กับคณะอื่น ๆ เราก็เลยต้องยุบคณะไป แต่ตอนนั้นดีที่ผมยังมีโอกาสได้เล่นหนัง หรือละครทางทีวีบ้าง ก็เลยยังพอเลี้ยงตัวเองได้”

แม้ว่าเวลาจะผ่านเลยไป ปัจจุบัน แดน บุรีรัมย์ ก็ยังมีงานในวงการต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่ได้เป็นศิลปินตลกแล้ว เพราะอายุมากขึ้นจะอดหลับอดนอนทำงานเหมือนในสมัยก่อนไม่ได้แล้ว เลยผันตัวมาเป็นนักจัดรายการวิทยุซึ่งทำมาได้ 8 ปีแล้ว ปัจจุบันจัดอยู่ที่ลูกทุ่งเน็ตเวิร์ก เอฟเอ็ม 94.5 และได้มีโอกาสเล่าอะไร เก่า ๆ ในอดีตให้คนอื่นฟังอยู่เสมอ เพราะช่วงชีวิตที่ผ่านมาของแดน บุรีรัมย์ ได้สัมผัสนักร้องรุ่นเก่า ๆ มากมาย เมื่อเอามาเล่าสู่กันฟังในรายการวิทยุ ก็เลยถูกยกให้เป็น “กูรูลูกทุ่ง” ไปอีก คน ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “ผมอยากให้คนซึมซับความเป็นลูกทุ่งเยอะ ๆ เพราะมันเป็นชีวิตคนไทย เราอยู่กับลูกทุ่งมานานมีกินมีใช้ทุกวันนี้ก็เพราะคำว่าลูกทุ่ง ดังนั้นอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อวงการลูกทุ่งผมยินดีอุทิศตนช่วยเต็มที่ครับ จริง ๆ การจัดรายการวิทยุของผมทำหลายส่วนมาก ๆ ทั้งเล่าข่าวบันเทิง ประวัติเพลงหรือนักร้องลูกทุ่งที่แฟน ๆ ขอมา หรือที่มาที่ไปของเพลงลูกทุ่งนั้น ๆ ซึ่งมันถือเป็นความสุขของผมที่ได้เล่าประสบการณ์และความสวยงามของเพลงลูกทุ่งให้กับคนรุ่นหลังฟัง”

“ตัวผมเองอยู่ในวงการมา 53 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 ก็มองเห็นอะไรมาเยอะและต้องบอกว่าวงการบันเทิงในปัจจุบันแตกต่างจากสมัยก่อนมาก อย่างนักร้องก็ได้รับค่าตอบแทนในการร้องเพลงสูงกว่ายุคของผม สมัยก่อนถ้าร้องเพลงแล้วได้เงิน 300-500 บาท ก็ถือว่าเยอะมากแล้ว บางทีไปร้องเพลงก็ไปไกล ๆ กว่าจะได้เงินก็ลำบาก บางคนอาจจะมองว่าทำไมนักร้องที่ดัง ๆ ยุคก่อน ถึงไม่มีเงินเก็บ เวลาตายไปไม่มีแม้กระทั่งโลงใส่ศพคือมันมาจากสาเหตุที่ค่าตอบ แทนมันต่างกัน รายได้ก็ไม่แน่นอน เดี๋ยวนี้ยิ่งศิลปินมีค่ายก็ทำให้มี คนดูแลงานต่าง ๆ ให้ คอยซัพพอร์ตในทุกเรื่อง ซึ่งมันต่างกันกับวิถีการเป็นนักร้องในสมัยก่อนลิบลับ”

เมื่อถามถึงเคล็ดลับการทำงานในวงการของศิลปินรุ่นใหญ่ กล่าวว่า “ผมใช้ความจริงใจในการทำงาน ไม่ว่าจะงานอะไรก็ตาม แค่ใช้ความจริงใจ ตั้งใจ และทำให้เต็มที่ที่สุดก็พอ ถึงแม้งานที่ทำจะออกมายังไงเราไม่สามารถรู้ได้เลย แต่ถ้าเราตั้งมั่นเอาความจริงใจเป็นหลัก ทุกอย่างจะออกมาดีเอง คือผมยึดหลักนี้และที่สำคัญถ้ามีโอกาสส่งเสริมเด็กรุ่นใหม่หรือช่วยเหลือเขาได้ ผมก็จะช่วยโดยที่ไม่หวังอะไรตอบแทน เพราะผมเชื่อเสมอว่าผลของความดีเหล่านี้จะส่งให้เรายืนหยัดอยู่ในวงการได้นาน และผมก็อยากจะฝากถึงเด็กรุ่นหลังที่เพิ่งจะเข้ามาในวงการว่าอยากให้เคารพรุ่นพี่รุ่นน้อง ใครมาก่อนถึงแม้จะดังไม่ดัง แต่เขาก็ได้ชื่อว่าอยู่วงการมาก่อน ถือว่าเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ก็อยากให้รุ่นน้องยกมือไหว้ มีสัมมาคารวะ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ อย่างคนลูกทุ่งพอรุ่นลูกรุ่นหลานเข้ามาก็อยากให้เขานึกตลอดว่า เพราะศิลปินรุ่นใหญ่เขาบุกเบิกทางมาให้เขาถึงได้มีทุกวันนี้”.

สมคิด แซ่คู



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 386