อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

‘ต่าย นัฐฐพนท์’ลูกผู้ชาย หัวใจนักสู้

“ต่าย-นัฐฐพนท์ ลียะวณิช” ฮึดสู้ทุกปัญหาที่ผ่านเข้ามา นอกจากเป็นพระเอกหนุ่มมากความสามารถ ยังเป็นเจ้าของบริษัทอีก 3 บริษัท และล่าสุดขึ้นแท่นเป็นผู้จัดละครหน้าใหม่ เสาร์ที่ 23 มกราคม 2559 เวลา 04.31 น.

ถือคติประจำใจ “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ทำให้“ต่าย-นัฐฐพนท์ ลียะวณิช”ฮึดสู้ทุกปัญหาที่ผ่านเข้ามา นอกจากเป็นพระเอกหนุ่มมากความสามารถ ยังเป็นเจ้าของบริษัทอีก 3 บริษัท และล่าสุดขึ้นแท่นเป็นผู้จัดละครหน้าใหม่ ในเรื่อง “หน้ากากนางเอก” กับทางเวิร์คพอยท์ เรียกว่าพระเอกคนนี้มากไกลว่าที่ทุกคนคิด และในวันนี้ ต่าย ณัฐฐพนท์ จะมาเปิดใจกับก้าวใหญ่ของชีวิตและแนวความคิดในการทำงาน ให้เราได้ฟังกัน เอาละไปคุยกับต่ายกันเลย

“ผมเปิดบริษัทมาปีนี้ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 แล้วครับ สำหรับ บริษัท โมจิโต้ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อสังคม อย่าง The Giving นอกจากนี้เรายังรับผลิตโฆษณา การทำ Viral, Event และ PR. รวมไปถึงการผลิตสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เช่น การออกแบบสติกเกอร์ การจัดทำ Content ให้สินค้า และ Social Monitoring ให้ลูกค้าที่เป็นข้าราชการ เรียกว่าเราทำสื่อเอ็นเตอร์เทนเมนท์ทุกประเภทครับ

ส่วน บริษัท มีเดียร์มีเดีย จำกัด ทำเกี่ยวกับการซื้อ-ขายสื่อโฆษณา และวางแผนสื่อ ว่าควรออกสปอตในรายการโทรทัศน์-วิทยุที่ไหนให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย และปัจจุบันควบบทบาท ผู้จัดป้ายแดง แห่ง ค่ายมอนทาจ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เป็นบริษัทผลิตละครโทรทัศน์ ประเดิมละครแนวโรแมนติกดราม่ารสแซ่บเรื่อง “หน้ากากนางเอก” ที่กำลังออนแอร์ ทุกคืนวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. เวิร์คพอยท์ทีวี ช่อง 23 ครับผม”

ทำไมตัดสินใจมาเป็นผู้จัด?

“เดิมทีเรามาจากอาชีพนักแสดงตั้งแต่อายุ 16 กับค่ายยูม่า คุ้นเคย และสะสมประสบการณ์ด้านนี้มาตลอด ถึงตอนนี้เป็นจังหวะชีวิตที่ดีวุฒิภาวะทุกด้านรวมถึงอายุ (หัวเราะ) เหมาะสม แล้วตลาดด้านการสื่อสารก็เปิดกว้างมีช่องดิจิตอลเพิ่มขึ้นมากมายทำให้ผมอยากลอง ซึ่งจริง ๆ ก่อนหน้านี้มีโอกาสได้คุยกับทางเวิร์คพอยท์เรื่องทำรายการ The Givig เลยได้ต่อยอดมาเรื่องการผลิตละครครับ”

มีผลกับการข้ามช่องหรือเปล่า?

“สำหรับผมไม่มีปัญหาในการข้ามช่อง แม้จะหมดสัญญากับ ช่อง 3 แต่ผมยังให้เกียรติ และพร้อมรับใช้เสมอ ส่วนกับ เวิร์คพอยท์ทีวี เราได้มารับบทบาทผู้จัดละครเพิ่มเท่านั้นเอง ไม่ได้เซ็นสัญญากับใครแต่เป็นสัญญาใจที่ดีกับทุกฝ่ายครับ ตอนแรกที่มีข่าวข้ามช่องก็หนักใจเหมือนกัน แต่พอเวลาผ่านไปเราได้พิสูจน์ตัวเองด้วยเนื้องานทุกอย่างดีขึ้น ผู้ใหญ่ทุกท่านน่ารักให้โอกาสผมได้หาประสบการณ์ใหม่ ๆ ยืนยันว่าไม่เคยน้อยใจใด ๆ ทั้งสิ้นเข้าใจขั้นตอนการทำงานครับ”

เกี่ยวกับบทบาทที่ช่องเดิมไม่โดดเด่นหรือเปล่า?

“ไม่เกี่ยว และเข้าใจดีครับ ผมว่าเป็นเรื่องของจำนวนนักแสดงที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงปริมาณละครที่ผลิตในแต่ละปีก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน หลายบทบาทผมแสดงมาหมดแล้ว ผู้จัดฯ อาจจะอยากได้น้อง ๆ หน้าใหม่มาเป็นสีสันให้ละครมีความสดขึ้น ซึ่งพอเรามาเป็นผู้จัดฯ เองก็จะมองภาพรวมแบบนี้เหมือนกัน ที่มาทำละครช่องเวิร์คพอยท์จึงไม่เกี่ยวกัน เหตุผลหลัก คือ เราต้องการมาหาประสบการณ์พัฒนาตัวเอง ในอีกบทบาทหนึ่งมากกว่า ทุกอย่างเป็นอิสระแค่ต้องรับผิดชอบตัวเองเยอะขึ้น”

เป็นผู้จัดละครยากง่ายกว่าเป็นนักแสดงยังไง?

“ต่างกันสิ้นเชิงเลยครับ ตอนเป็นนักแสดงรับผิดชอบน้อยกว่าเยอะ (หัวเราะ) ดูแลแค่ตัวเองทำการบ้านอ่านบท..มาให้ทันเวลานัดกอง พอเป็นผู้จัดฯ ต้องดูตั้งแต่ก่อนถ่ายทำ คือ อ่านนิยาย ศึกษาบท ปรับแก้ไขบทให้ทันสมัย แคสติ้งนักแสดง ดูทุกสิ่งยันเสื้อผ้า-หน้า-ผม การตัดต่อส่งช่อง ยอมรับว่าเป็นงานหนัก..เหนื่อย..สนุกไปพร้อม ๆ กัน เราตั้งใจแล้วเตรียมตัวมาดีจะเจอกับอะไรก็พร้อมสู้ครับ เรื่อง “หน้ากากนางเอก” ผมแสดงเองด้วย รับบท “วรรษชล” ครับ เป็นผู้ชายนิ่ง ๆ ทำสารคดี ในเรื่องเลยไม่ค่อยหวือหวา ยกให้ มารี เบิร์นเนอร์ นางเอกของเรื่องเค้าลุยยาวไป (ขำ) ตอนถ่ายทำผมก็ดูแลความเรียบร้อยในกองด้วย โชคดีได้ทีมงานน่ารักตั้งแต่ทีมบริหาร ทีมผลิต และทีมจัดการ รวมถึงนักแสดงคุณภาพด้วยครับ ทุกคนช่วยทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทางกลายเป็นเรื่องเล็ก แรก ๆ ผมเข้าประชุมกับผู้กำกับบรรจง สินธนมงคลกุล และทีมงานทุกฝ่ายด้วย เราอยากรับรู้ปัญหาไปพร้อมกัน แต่มานึกได้กลัวพี่ ๆ เค้าเกร็งเดี๋ยวคุยกันไม่ออก หลัง ๆ เลยไม่เข้าประชุมมาเน้นดูแลพี่ ๆ น้อง ๆ นักแสดงดีกว่าทางของเรา (ยิ้ม)”

มุมมองความคิดของตัวเองเปลี่ยนไปมั้ย จากวันแรกที่เข้าวงการมาถึงวันนี้ที่เป็นผู้จัด?

“ผมว่าเปลี่ยนไปเยอะนะครับ ตอนเด็กที่เข้ามาวงการไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมายครับ ทุกคนดูแล แต่พอเริ่มเปิดบริษัทก็ทำให้เราได้เรียนรู้หลาย ๆ อย่าง ทั้งการทำงาน และบริหารคนซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากครับ แต่คือความท้าทายที่สุดครับ วันนี้ผมว่าความท้าทายต่าง ๆ ในชีวิตมากขึ้น ก็สนุกและพร้อมจะมาก้าวข้ามผ่านความท้าทายไปทุก ๆ วันครับ”

ดูช่วงนี้ทำงานเยอะ แบ่งเวลาทำงานยังไง?

“ช่วงนี้พยายามจัดให้มีเวลาส่วนตัวมากขึ้นครับ เพราะช่วง 3 ปีที่ผ่านมาทำงานค่อนข้างหนักมากครับ ไม่มีเวลาส่วนตัวพักน้อย แล้วก็ป่วยบ่อยครับ ปีนี้ก็วางแผนตั้งใจว่าจะทำงานและมีเวลาส่วนตัว ดูแลตัวเองมากขึ้นด้วยครับ ก็จะพยายามหยุดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วันครับ และก็มอบหมายให้ทีมรับผิดชอบมากขึ้นด้วยครับ เวลาว่างผมก็จะดูหนังดูซีรีส์ครับ ดูหลาย ๆ แนวครับ เพราะมาทำละครด้วยมั้งครับเลยต้องพักผ่อนกับการดูหนังมากขึ้นครับ แล้วก็ออกกำลัง ตั้งใจว่าขอมี six pack สักครั้ง (หัวเราะ)”

มองอนาคตตัวเองอย่างไร?

“อันนี้ตอบยากเลยครับ แต่ก่อนวางอนาคตไว้ไกลมาก อยากเปิดโรงแรมเล็ก ๆ ทำร้านอาหาร ร้านกาแฟ จัดสรรบ้านโครงการเล็กขาย แต่ปีนี้ตั้งใจว่าจะมองทุกอย่างให้ใกล้มากขึ้น จะได้ไม่ต้องเครียดมากครับ และก็มีความสุขทุกวัน ก็ทำวันนี้สิ่งที่ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด และละเอียดกับทุกอย่างที่รับผิดชอบ และใส่ความสุขลงไปในสิ่งที่รับผิดชอบด้วยครับ”

คำถามสุดท้าย ที่ทุกคนอยากรู้ หล่อ ทำงานเก่งแบบนี้ความรักมีแล้วยัง?

“อืม... คำถามนี้ ผ่านได้ไหมครับ (หัวเราะ) เพราะโดนถามคำถามนี้ก็ต้องตอบเหมือนเดิมครับ ว่ายังไม่มีครับ แต่ตั้งใจว่าปีนี้จะมีเวลาให้เพื่อน ๆ นะครับ คือไปเที่ยว ทานข้าว เจอเพื่อนบ้าง แต่แฟนอาจจะตามมารึเปล่า อันนี้ยังไม่เจอครับ”

เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงอีกคนที่มีความมุ่งมั่น และสร้างงานเพื่อวงการบันเทิง เราก็ขอเอาใจช่วยให้ผู้จัดป้ายแดง ประสบความสำเร็จนะจ๊ะ เอ๊า...แฟน ๆ อย่าลืมเปิดชมละครเขาแซ่บจริง ๆ นะจ๊ะ.

กาญจนา สิทธิเม่ง รายงาน



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 425