อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

ฮอตเว่อร์ "แชป-วรากร ศวัสกร" มากับดวง ขึ้นแท่นพระเอก 7 สี

หล่อ ใส โปรไฟล์ดี ทำเอาสตรี ชะนีน้อยใหญ่ในโลกโซเชียลต่างกรี๊ดกร๊าด สำหรับหนุ่มตี๋อินเตอร์ พระเอกใหม่ช่อง 7 สี “แชป-วรากร ศวัสกร” ที่ประเดิมผลงานเรื่องแรก ก็ได้เป็นพระเอกเต็มตัวกับบทบาทตากล้องสุดเท่ในละครผีคอมเมดี้ “สื่อสองโลก” เสาร์ที่ 22 เมษายน 2560 เวลา 06.00 น.

หล่อ ใส โปรไฟล์ดี ทำเอาสตรี ชะนีน้อยใหญ่ในโลกโซเชียลต่างกรี๊ดกร๊าด สำหรับหนุ่มตี๋อินเตอร์ พระเอกใหม่ช่อง 7 สี “แชป-วรากร ศวัสกร” ที่ประเดิมผลงานเรื่องแรก ก็ได้เป็นพระเอกเต็มตัวกับบทบาทตากล้องสุดเท่ในละครผีคอมเมดี้ “สื่อสองโลก” งานนี้หนุ่มแชปบอกเลยว่าตัวเองมากับดวงล้วน ๆ เพราะไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เข้าวงการบันเทิงเลยสักนิด ชีวิตพลิกผัน ครอบครัวมีปัญหา ต้องไป ๆ มา ๆ ต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง งานนี้เลยขอจับหนุ่มแชปมาเล่าถึงเรื่องราวชีวิตและเส้นทางสู่การเป็นพระเอกดวงดีให้ฟังกันหน่อย

แนะนำตัวเองหน่อย ?

“บ้านเกิดอยู่ที่โคราชครับ สัญชาติไทยแท้ แต่หน้าตาออกไปทางเกาหลีนิด ๆ ครับ (หัวเราะ) ก็อยู่ที่เมืองไทย ที่โคราชจนถึงประมาณ 9 ขวบ ก็ย้ายไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี ครอบครัวผมมีทั้งหมด 6 คน คือ พ่อ แม่ และพี่น้องรวมตัวผมด้วยเป็น 4 คน ซึ่งผมเป็นน้องสุดท้อง มีพี่สาวคนโตสุด ที่เหลือก็ผู้ชายหมดเลย ด้วยความที่เป็นน้องเล็ก ตอนเด็กก็จะดื้อและซ่าสุด ๆ เพราะมีแต่คนคอยตามใจ และชื่อของผมก็จะไม่เหมือนใคร เพราะชื่อเล่นของพี่น้องทุกคนคุณพ่อเป็นคนตั้ง จะขึ้นต้นด้วย ย.ยักษ์ หมดเลยตามชื่อคุณพ่อ ส่วนชื่อผมแม่เป็นคนตั้งว่า “แชป” แปลว่า ลูกผู้ชาย ผมก็ไม่รู้ว่ามาจากภาษาอะไรเหมือนกัน ต้องขอกลับไปถามแม่ก่อนครับ (หัวเราะ)”

ไปมายังไง อยู่ ๆ กลับมาเมืองไทยแล้วถึงได้เข้าวงการบันเทิง ?

“จริง ๆ แค่กลับมาเที่ยวบ้านสองสามอาทิตย์ครับ ตอนนั้นอายุ 15 ปี ก็เริ่มมีโมเดลลิ่งเข้ามาชวนไปเดินแบบ แต่ด้วยความที่เรายังไป ๆ กลับ ๆ เยอรมนี ก็เลยยังไม่ได้สนใจ พอช่วงอายุ 17-18 ปี ทางบ้านมีแผนจะกลับมาอยู่เมืองไทย แล้วตอนนั้นครอบครัวพาไปเที่ยวทำบุญไหว้พระที่ จ.เชียงราย ก็มีโมเดลลิ่งมาติดต่อเรื่อย ๆ เราก็เห็นว่าช่วงนั้นตัวเองว่าง ๆ อยู่ เลยลองไปเดินเล่น ๆ ดู ครั้งแรกได้เริ่มเดินแบบกับพี่ตือ เดินฟรีบ้าง ได้ตังค์บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมาย หลังจากนั้นก็เริ่มมีงานเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ได้เป็นหลักหมื่น เราก็เริ่มคิดละ ตรงนี้เราสามารถหาเงินใช้เองได้โดยที่ไม่ต้องเป็นภาระครอบครัว จากคนที่ไม่มีรายได้ ก็เริ่มมีงานเยอะ ก็เลยไม่ขอเงินแม่แล้ว พ่อแม่ก็เอาไปพูดกับเพื่อน ๆ ว่าลูกชายเป็นนายแบบนะ อะไรแบบนี้เราก็เริ่มภูมิใจ แต่จริง ๆ ตอนเด็กเราไม่ได้ฝันอยากเข้าวงการบันเทิงเลย ฝันอยากเป็นนักบิน เพราะแม่เป็นคนชอบเที่ยว แม่ก็อยากให้เป็นนักบินด้วย จะได้พาแม่ไปเที่ยว”

จุดหักเหในชีวิต ฝันอยากเป็นนักบิน แต่ทำไมปัจจุบันถึงเรียนปริญญาตรีด้านสื่อสารการตลาด ?

“ตอนนี้ผมเรียนปริญญาตรีอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาสื่อสารการตลาด ที่เลือกเรียนด้านนี้เพราะผมมีอีกหนึ่งความฝันคืออยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองครับ นักบินก็ยังอยากเป็นอยู่ ไม่แน่ว่าเรียนจบปริญญาตรีตรงนี้อาจจะเรียนด้านการบินต่ออีกใบก็ได้ ผลการเรียนก็โอเคเลยนะครับ ได้เกรดเฉลี่ย 3 กว่าตลอด แต่พอเริ่มถ่ายละคร ยิ่งตอนนี้มีละครเรื่อง “สื่อสองโลก” ถ่ายไปออนแอร์ไป และอีกเรื่องคือ “ว่าความตามรัก” ซึ่งกำลังถ่ายทำอยู่เช่นกัน บางทีก็เริ่มส่งงานไม่ทันบ้าง เกรดเฉลี่ยมันก็เลยลงมานิดนึง (หัวเราะ)”

แบ่งเวลายังไง เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ?

“ชีวิตในมหา’ลัย ผมไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอะไรเท่าไหร่ นอกจากกิจกรรมที่ออกบูธตามต่างจังหวัดช่วยโปรโมตด้านการศึกษา เพราะผมเป็นนักศึกษาทุนนักแสดง ปกติไปเรียนเสร็จก็กลับเพราะต้องรีบมาถ่ายละคร มีกลุ่มเพื่อนเวลาต้องทำรายงาน เราก็รับผิดชอบทำงานในส่วนของเรา เสร็จส่งตามกำหนด ซึ่งผมโอเคนะครับ กับการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เราได้เจอผู้คน ได้ประสบการณ์ เวลาว่าง ๆ ก็มีไปเตะฟุตบอลกับทีมเพื่อนนักแสดงบ้าง ไปฟิตเนสบ้าง ดูแลรูปร่างตัวเอง เพราะเราทำงานตรงนี้ ก็ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นนิดนึง ได้โอกาสมาแล้วก็ทุ่มสุดตัว”



เล่นละครกับบทบาทพระเอกเต็มตัวเรื่องแรกเป็นยังไงบ้าง ?

“จริง ๆ ผมเคยเล่นละครมาบ้างแล้ว แต่เรื่องแรกกับทางช่อง 7 ก็คือเรื่อง “สื่อสองโลก” ก็ต้องบอกว่าตัวเองโชคดีที่พอมาถึงก็ได้เล่นเป็นพระเอกเลย ในเรื่องรับบท “กรวีร์” เป็นตากล้องซึ่งจะมีเรื่องราวหลอน ๆ มาพัวพันกับตัวเองตลอดแต่เราไม่รู้ตัวเพราะมองไม่เห็นผี เล่นคู่กับ “แจมมี่-ปาณิชดา แสงสุวรรณ” รับบทเป็น ปลายจันทร์ ซึ่งเป็นสาวที่สามารถมองเห็นวิญญาณได้ และก็จะมาคอยช่วยเหลือเราตลอด แจมมี่เป็นคนเฮฮา น่ารัก จะออกแนวห้าว ๆ แมน ๆ เหมือนเป็นเพื่อนผู้ชาย ทำให้เรากล้าเล่นได้เยอะ เลยทำงานง่ายขึ้น สำหรับเรื่องนี้เป็นคอมเมดี้ด้วย ก็เลยยังไม่กดดันเท่าไหร่ สนุกสนานกันไปเวลาถ่ายละครครับ”

ขอถามเรื่องส่วนตัวบ้าง เห็นหุ่นดีแบบนี้ มีวิธีดูแลตัวเองยังไง ?

“คือผมเป็นคนโชคดีอย่างนึงคือกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เลยไม่ต้องควบคุมอาหาร อยากจะกินอะไรก็กินแต่เมื่อก่อนตัวเองจะรูปร่างผอมสูง พอเริ่มเข้าวงการบันเทิงก็มีไปเล่นฟิตเนส เพิ่มกล้ามเนื้อบ้าง ให้พอใส่เสื้อผ้าแล้วดูเต็มขึ้น เป็นคนไหล่กว้างด้วยก็เลยโชคดีตรงนี้นิดนึงเรื่องผิวพรรณก็สำคัญ ซึ่งผมใส่ใจตรงนี้มาก ติดมาตั้งแต่ตอนอยู่เยอรมนีแล้ว คือดูแลตัวเองตั้งแต่เด็กเลย ชอบทาครีมก่อนนอน แต่ก็ไม่ถึงกับมีอายครีม จะมีทาเดย์ครีม ทาครีมกันแดด ซึ่งสำคัญมาก”

ทำไมถึงบอกว่าตัวเองมากับดวง ?

“ผมเป็นคนที่ชอบทำบุญ จะไปวัดบ่อยมาก ชอบช่วยเหลือคน บริจาคของนิดหน่อยให้มูลนิธิต่าง ๆ ก็ทำให้มีความสุขขึ้น เข้าวัดแล้วรู้สึกสบายใจ พอกลับมาอยู่ที่เมืองไทยก็จะหาเวลาไปวัดตลอด ยิ่งทำงานในวงการบันเทิง พี่ ๆ นักแสดงก็จะคอยจัดกลุ่มกันไปทำบุญ เหมือนเสริมสิริมงคลให้ตัวเอง มีพาไปดูดวงบ้าง ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยเชื่อ แต่พอไปบ่อย ๆ แล้วแบบหมอดูทัก คือตรงมาก แม่นมาก จากที่แค่อยากลองดูว่าแม่นจริงไหม กลายเป็นเริ่มเชื่อเรื่องนี้ไปเลย เคยไปดูดวงแล้วเสียเงินต่อครั้งสูงสุดเป็น 1,000 บาท เราก็ยอมจ่าย ส่วนมากหมอดูเขาก็จะแนะนำ และพูดแต่เรื่องดี ๆ นะครับ พอเขาทักเรื่องอะไร เราก็ไปแก้ตามนั้น เคยพูดเรื่องทำงานในวงการบันเทิงด้วย เรารู้แล้วเราสบายใจ เราก็ไปดูครับ แต่ไม่งมงาย แค่ดูเพื่อให้มีสติในการใช้ชีวิตครับ”

สุดท้ายฝากผลงานหน่อย ?

“ก็ขอฝากผลงานละครเรื่อง “สื่อสองโลก” ด้วยครับ กับบทบาทการเป็นพระเอกเรื่องแรกของผม ตั้งใจและทุ่มเทมาก ๆ ตอนนี้กำลังออนแอร์อยู่น่าจะใกล้จบแล้วด้วย ออกอากาศทุกวันจันทร์-วันอาทิตย์เลย เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 สี และกำลังถ่ายทำอยู่อีกหนึ่งเรื่องคือ “ว่าความตามรัก” ของผู้จัดฯ พี่เติ้ล-ตะวัน จารุจินดา ค่าย มงคล การละคร จำกัด น่าจะออกอากาศให้ได้ชมเร็ว ๆ นี้เช่นกัน มีอะไรสามารถแนะนำผมน้อมรับทุกคำติชม ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวและฝากติดตามผลงานของผมด้วยนะครับ”. 

..................................
กาญจนา สิทธิเม่ง : รายงาน
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

บอกต่อ : 712