อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ปาน"ใช้พรสวรรค์ด้านเสียง ร้องเพลงทางโลกและทางธรรม

หลายปีที่ผ่านมาอาจไม่ได้ฟังผลงานใหม่ของอีกหนึ่งดีว่าของวงการเพลงไทยอย่าง “ปาน-ธนพร แวกประยูร” เพราะเธอหันไปทำงานเบื้องหลังทำเพลงที่เผยแผ่เรื่องของธรรมะตามที่เธอมีความสนใจ เสาร์ที่ 20 พฤษภาคม 2560 เวลา 08.02 น.

หลายปีที่ผ่านมาอาจไม่ได้ฟังผลงานใหม่ของอีกหนึ่งดีว่าของวงการเพลงไทยอย่าง “ปาน-ธนพร แวกประยูร” เพราะเธอหันไปทำงานเบื้องหลังทำเพลงที่เผยแผ่เรื่องของธรรมะตามที่เธอมีความสนใจ กระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วปานปรากฏตัวในคอนเสิร์ต “สเตจไฟเตอร์ ราวน์ 2” ด้วยการร้องเพลง “คำยินดี” ของศิลปินวงเคลียร์ ที่สาวปานหยิบมาแปลงจากเพลงอกหักมุมบวก กลายเป็นอกหักเจ็บช้ำที่ถึงกับต้องหยิบแก้วมากรวดน้ำสาปส่งความรักลวง ๆ จนแฟน ๆ ที่มาชมคอนเสิร์ตในวันนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านักร้องปากร้าย เจ้าของเพลงรักอกหักในตำนานกลับมาแล้ว วันนี้ “ศิรินทร์” มีโอกาสพูดคุยกับสาวปาน เลยขออัพเดทกระแสดังกล่าว พร้อมถามถึงการทำงานในเส้นทางสายดนตรี ณ ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง ติดตามในบทสัมภาษณ์ได้เลยจ้า

คอนเสิร์ตจบไปแล้วแต่คนก็ยังพูดถึงซีนกรวดน้ำสาปส่งความรักกันอยู่เต็มโซเชียล?

“ก็ต้องขอบคุณทางเอ-ไทม์ โชว์บิสค่ะ (ยิ้ม) ที่ชวนให้เรามาฝากความร้ายบนเวที จริง ๆ แล้วเพลง “คำยินดี” เป็นเพลงที่ขาวสะอาดมาก แต่ด้วยดีเอ็นเอของเราเป็นนักร้องปากร้าย ชอบร้องเพลงจิกกัดเขาไปทั่ว ทีมงานเลยอยากเซอร์ไพร้ส์คนดูด้วยการบิดเนื้อเพลงครึ่งหลังเป็นอีกฟีลหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่าคนเราพอถึงจุดที่รับกับสถานการณ์ตรงหน้าไม่ไหว ก็สามารถแสดงสัญชาตญาณความดิบร้ายในตัวออกมาได้เหมือนกัน ตอนแรกจะไม่มีเทน้ำบนเวทีนะคะ แต่ไหน ๆ แล้วเอาให้สุดไปเลย เราก็เต็มที่ ไม่คิดว่าจะโดนใจคนขนาดนี้ ฮือฮากันมาก ทุกคนยังไม่ลืมโมเมนต์นั้นของเราใช่ไหม (หัวเราะ) แฟน ๆ มีความสุขกับโชว์ คนทำงานก็แฮปปี้ค่ะ”

กระแสตอบรับดีอย่างนี้จะมีโอกาสได้เห็นปานกลับมาทำอัลบั้มอีกครั้งไหม?

“ถ้าให้กลับมาทำแบบเต็มตัวคงไม่แล้วล่ะค่ะ เราห่างจากการร้องเพลงจริงจังมานาน มาร่วมแจมเป็นโปรเจคท์ ๆ ไปดีกว่า แฟนเพลงจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ ด้วย ปานชอบงานเบื้องหลังมากกว่า เพราะเราเริ่มต้นจากงานเบื้องหลัง คือไปร้องเพลงชาติที่กรมประชาสัมพันธ์ ร้องคอรัสให้ศิลปินคนอื่น ร้องเพลงละคร แล้วอาร์เอสได้ยินเสียงเลยให้โอกาสได้ทำงานเบื้องหน้า คนรู้จักเราในชื่อ “ปาน-ธนพร” นักร้องปากจัดที่ชอบร้องเพลงด่าผู้ชาย มีเรื่องของภาพลักษณ์ การมีตัวตนและการคาดหวังเข้ามาเกี่ยวข้อง ตอนแรกไม่ชินรู้สึกเหมือนชีวิตโดนขัง ต่างจากงานเบื้องหลังที่อิสระ ไม่มีอะไรตายตัว ทำให้เราได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ตามโจทย์งานที่ได้รับ จึงใช้เวลาในการปรับตัวสักพักทีเดียวค่ะ”

ช่วงออกอัลบั้มปล่อยเพลงไหนออกมาก็ดังทุกเพลง?

“อาจเป็นเพราะช่วงจังหวะนั้นตลาดขาดเพลงแนวนี้ เพลงที่กล้าพูดแทนความรู้สึกของผู้หญิงแบบตรงไปตรงมา ตอนนั้นทางค่ายเองก็ทุ่มกับการทำมิวสิกวิดีโอ นักแต่งเพลงก็เลือกใช้ถ้อยคำที่เชือดเฉือนมาแต่งในเนื้อเพลง เราเองก็ตีความเข้าถึงอารมณ์คนฟังเข้าไปอีก ภาพและเสียงชัดเจนคนก็อินได้ง่าย ต้องชื่นชมระบบการทำงาน ตั้งแต่คนวางคอนเซปต์ นักแต่งเพลง ฝ่ายการตลาด ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว นักร้องมีหน้าที่เล่าเรื่องผ่านเสียงเพลง ต่อให้เพลงก่นด่ากันแค่ไหน เราก็ต้องดีไซน์การร้องให้ออกมาไม่รุนแรงต่อหู แต่รุนแรงในความรู้สึกค่ะ”

อยู่วงการมาครบ 20 ปี แล้ว เราได้มุมมองและเรียนรู้อะไรจากตรงนี้บ้าง?

“รู้ว่าถ้าจะมีชีวิตอยู่รอดในวงการนี้ต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน มีตัวตนกับแค่เฉพาะบางคนเท่านั้น พึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด อยู่ตรงนี้เราเจอคนหลายรูปแบบ มีทั้งคนที่สวยงามและจ้องจะเอาเปรียบ แต่เราจะเอาตัวรอดอย่างไรแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น นั่นคือการอยู่แบบไม่สร้างศัตรู เวลาทำงานให้ตั้งใจและจริงใจกับทุกงาน รักษาคุณภาพ หมั่นพัฒนาฝีมือ อย่าไปยึดติดกับตัวตนให้มาก ไม่งั้นจะกลายเป็นการปิดกั้นตัวเองค่ะ เรามีพรสวรรค์ด้านเสียงต้องลองใช้เสียงในหลายแบบ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจว่าทำไมถึงไม่รับร้องเพลงนั้น มีเสียงก็ใช้ไป ไม่ต้องกั๊ก ไม่ต้องหวง เพราะเราตายไปก็เอาไปไม่ได้มองแบบนี้จะไม่ยึดติดค่ะ”

วงการเพลงในปัจจุบันเปลี่ยนไปขนาดไหน?

“เปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนนักร้องต้องร้องเพลงเอง แก้แล้วแก้อีกจนกว่าจะพอใจ เพราะไม่มีเทคโนโลยีช่วย เพลงถูกขายในรูปแบบของเทป ซีดี กว่าจะออกมาเป็นอัลบั้มได้มีสตอรี่มากมาย รู้สึกได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ในการทำงาน ก่อนจะซื้อก็ต้องไตร่ตรองว่า 1 อัลบั้มมี 10 เพลง เราชอบกี่เพลง คุ้มค่าที่จะซื้อไหม พอขายเป็นอัลบั้มต่อให้ดังแค่ 3 เพลง ก็ยังมีรายได้กระจายเลี้ยงปากท้องได้ แต่สมัยนี้เพลงเป็นซิงเกิ้ล คนทำงานเครียดนะ เพราะเสี่ยงมาก นักร้องสมัยใหม่เขาโตมาพร้อมกับการเสพงานศิลปะผ่านเทคโนโลยี เพลงอยู่ในอากาศ ชอบเพลงไหนกดโหลด แต่รายได้หลักของนักร้องไม่ได้มาจากการขายซีดีหรือการดาวน์โหลดหรอก มาจากโชว์มากกว่า เราก็คงได้แต่พัฒนาโชว์ให้น่าสนใจ ตรงกลุ่มเป้าหมาย น้อง ๆ รุ่นใหม่ที่มีฝันก็ขอให้ตั้งใจ หากต้องเจอความผิดหวัง ต้อง
เตรียมใจยอมรับ ระหว่างทางคือประสบการณ์ ไปให้เจอความสมหวังและความผิดหวัง แล้วจะเข้าใจว่าข้างบนนั้นว่างเปล่า การมีชื่อเสียงไม่ได้มีอะไรจีรังยั่งยืนเลยค่ะ (ยิ้ม)

นอกจากเพลงเชือดเฉือนอารมณ์ทางโลกแล้ว ปานยังทำเพลงธรรมะด้วย?

“ชาวพุทธเราโตมากับวัด อยู่กับพิธีกรรม การเข้าวัดทำบุญตามวันสำคัญทางศาสนากันมาตั้งแต่เด็ก แต่นั่นเป็นแค่เปลือกของศาสนา พอโตขึ้นเราจะเห็นความทุกข์ที่เกิดจากความคาดหวัง ความผิดหวัง นานวันเข้าก็เริ่มอยากรู้ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร ต้องแก้ยังไงถึงจะพ้นจากทุกข์ เริ่มศึกษาด้วยการอ่านหนังสือธรรมะซึ่งได้แค่บรรเทา เราต้องแก้ด้วยความคิดและเปิดใจยอมรับ จนวันหนึ่งมีโอกาสได้ร้องเพลงธรรมะครั้งแรกกับคุณดังตฤณ รู้สึกมีความสุขมาก ร้องแบบฟรี ๆ ไม่ได้อะไรเลย แต่เกิดเป็นความปีติ ความสงบสุขในใจ หลังจากนั้นใครชวนทำอะไรเกี่ยวกับธรรมะก็ทำมาตลอด”

ในฐานะนักร้องคิดว่าเสียงของเรามีประโยชน์ต่อคนฟังอย่างไร?

“เรามีพรสวรรค์ด้านเสียงก็อยากเอามาใช้ในทางสว่างคือร้องเพลงธรรมะ ให้คนที่เลือกอยู่กับเพลงธรรมะในลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ไม่ใช่แค่สร้างความสนุกให้โลกเพียงอย่างเดียว เพลงทุกเพลงมีหน้าที่ของตัวเองเพลงทางโลกบางเพลงฟังแล้วช่วยเรียกสติ ระบายความอึดอัด แต่นั่นคือการ กระตุ้นกิเลสเพื่อตอบสนองความต้อง การตัวเอง แต่เพลงทางธรรมเป็นเพลงสะอาด ไม่มีพิษภัยกับใคร เพราะท่วง ทำนองของบทสวดทำให้ใจเขาสงบ ดีใจที่ได้ทำเพลงธรรมะ เป็นส่วนเล็ก ๆ ให้คนเข้าถึงธรรมะได้ง่ายขึ้น ซึ่งความตั้งใจหลังจากนี้ในทางโลกถ้ามีงานร้องเพลงก็จะทำให้ดีที่สุด ตามสมควรพลังงานชีวิตที่เหลืออยู่ ส่วนในทางธรรมอยากทำให้ชีวิตมีค่าในแง่ของจิตวิญญาณมากขึ้น มีเวลาว่างก็ไปปฏิบัติธรรมควบคู่กับงานร้องเพลงธรรมะตามโอกาสค่ะ”

สุดท้ายฝากอะไรถึงแฟน ๆ ที่ติดตามผลงานของเราสักนิด?

“ขอบคุณที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาโดยตลอด ขอบคุณที่เติบโตมาด้วยกัน คนที่ฟังเพลงของเราแสดงว่าชีวิตต้องผ่านอะไรมาเยอะ ดูแลชีวิตตัวเองด้วยความรอบคอบนะคะ หวังว่าทุกคนจะมีชีวิตที่ดีงามเช่นกัน ขอบคุณค่ะ”

จากการพูดคุยกับ “ปาน” ในครั้งนี้เราได้เห็นมุมมองการทำงาน โดยใช้พรสวรรค์ด้านเสียงของเธอให้เป็นประโยชน์กับสังคมทั้งทางโลกและทางธรรม ฝากแฟน ๆ เป็นกำลังใจให้เธอคนนี้ไม่ว่าจะทำงานในด้านไหนด้วยนะคะ.

..............................................................
ศิรินทร์
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 315