อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"เอ็นซีที 127" ยกแฟนชาวไทยเหมือนพรหมลิขิต

‘เอ็นซีที 127’ ยกแฟนชาวไทยเหมือนพรหมลิขิต พร้อมส่งพลังรักให้กันเสมอไม่ว่าอยู่ใกล้หรือไกล พฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560 เวลา 02.02 น.

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนชาวไทย กับ “เอ็นซีที 127 แฟนมีตติ้ง อิน แบงค็อก” แฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย ของ “เอ็นซีที 127” นำโดย แทยง, แทอิล, จอห์นนี่, โดยอง, แจฮยอน, มาร์ค, แฮชาน, ยูตะ และ วินวิน ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี จัดโดย เอสเอ็ม ทรู ต้นสังกัดในไทย และ “ฮานึล” ยังได้มีโอกาสไปพูดคุยกับหนุ่ม ๆ แบบใกล้ชิดมาฝากกัน บอกเลยนอกจากจะได้เห็นถึงการพัฒนาของพวกเขาแล้ว ยังจะเห็นมิตรภาพที่หนุ่ม ๆ มีต่อกัน รวมไปถึงความผูกพันกับ “เอ็นซีทีเซ่น (ชื่อแฟนคลับ)” ชาวไทยด้วย

จัดแฟนมีตติ้งครั้งนี้และขายบัตรหมดรวดเร็ว รู้สึกยังไงบ้าง?

หนุ่ม ๆ ตบมือปลื้มใจกันยกใหญ่ ก่อนที่ แจฮยอน จะพูดไทยว่า “ดีต่อใจ (ยิ้ม)” พร้อมบอกว่า “พวกเราอยากขอบคุณมาก ๆ เลย เพราะพวกเราก็ตั้งใจเตรียมงานนี้มาเพื่อ “เอ็นซีทีเซ่น” ชาวไทย เราอยากมาโชว์ให้แฟน ๆ ดูเร็ว ๆ ครับ”



รู้สึกยังไงกับการจัดแฟนมีตติ้งที่ไทยของ “เอ็นซีที 127” ซึ่งจัดอย่างเป็นทางการที่ต่างประเทศ?

แทยง “สำหรับไทยสำคัญกับพวกเรามากครับ (ยิ้ม) เพราะเรามีความสัมพันธ์ที่ดีมาก ๆ ผมอยากบอกว่าทุกครั้งที่พวกเรามาที่นี่ทุกคนก็ให้ความรักที่อบอุ่น ผมมีความสุขและสนุกมาก ๆ ในทุกครั้งที่มาเมืองไทยเลย” โดยอง เสริม “แม้เราจะมีงานในหลายประเทศและเดินทางไปหลายที่ แต่ครั้งนี้ผมบอกได้เลยว่ามันมีความพิเศษมาก ๆ เพราะว่าเอ็นซีที 127 จะได้เจอกับแฟนคลับของพวกเราโดยเฉพาะ ผมมีความสุขมากที่ได้มาเจอแฟนคลับพวกเราที่ไทย”

เอ็นซีที 127” คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเกือบทุกเวที อะไรคือเหตุผลความสำเร็จนี้?

แทยง “ผมพูดได้แค่เพียงว่าพวกเรารู้สึกขอบคุณมากครับ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของเราหรือเพลงที่เราร้อง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ทุกคนรัก จึงทำให้ผมอยากพูดว่าขอบคุณมาก ๆ ที่รักพวกเรานะครับ และเพราะความรักทุกคนจึงทำให้พวกเราได้มีโอกาสรับรางวัลมากมายแบบนี้ ผมจึงอยากขอบคุณทุกคนมากยิ่งขึ้นไปอีกครับ”



เวลาเหนื่อยอะไรคือสิ่งผลักดันให้สู้ต่อ?

แทยง “เอ็นซีทีเซ่นทุกคนที่คอยให้ความรักกับพวกเรา แม้ในยามที่เราเหนื่อยมาก ๆ แต่พอได้ยินเสียงเชียร์ทุกคน มันก็เหมือนเป็นกำลังใจมาก พอก้าวขึ้นเวทีปุ๊บและได้ยินเสียงเชียร์ที่ให้กำลังใจมานะ อยู่ดี ๆ ผมก็มีพลังมากขึ้นเลย (ยิ้ม)”

มีความสามารถอะไรจากสมาชิกในวงที่อยากได้เป็นของตัวเองบ้าง?

แทอิล “ผมอยากได้ความสามารถของจอห์นนี่ (ยิ้ม) คือเขาสามารถพูดคุยกับใครก็ได้ ที่ไหนก็ได้ เขาเป็นคนที่พูดคุยเก่งและยังมีความเป็น “แฮปปี้ ไวรัส” ด้วยครับ ผมอยากจะมีแบบนี้บ้าง” จอห์นนี่ ยิ้มก่อนตอบว่า “จริง ๆ นะนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมาพูดแบบนี้กับผม แต่ก็รู้สึกดี และผมคงต้องแฮปปี้ให้มากขึ้นอีก เดี๋ยวผมจะพยายามเป็นแฮปปี้ ไวรัส เพื่อทุกคนนะครับ”

ถ้าเลือกสมาชิกสักคนไปเป็นพี่ชายหรือน้องชาย อยากเลือกใครมากที่สุด?

ยูตะ “ผมเลือก “พี่แทอิล” และ “แจฮยอน” ครับ ที่เลือกพี่แทอิลเพราะแม้เขาไม่พูดอะไรมาก แต่ทุกคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกได้ว่าคนนี้มีตัวตนอยู่ที่นี่ (ยิ้ม) และโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรมากแต่พี่แทอิลทำให้ผมรู้สึกว่า เขาไว้วางใจและสามารถเชื่อถือได้ครับ ส่วนที่ผมเลือกแจฮยอนเพราะว่าเขาเป็นคนที่แมนมากเลยนะ เอาจริง ๆ คนที่แมนต่อจากผม ก็แจฮยอนนี่แหละ” ด้าน แจฮยอน นิ่งคิดก่อนบอก “ผมก็อยากได้พี่ยูตะเป็นพี่ชายเหมือนกันครับ (หัวเราะ) เพราะเราชอบออกกำลังกายด้วยกัน ถ้าเรามาเป็นพี่น้องกันก็น่าจะมีโอกาสไปออกกำลังกายกันข้างนอกด้วยกันบ่อย ๆ”



สิ่งที่ประทับใจมากที่สุด นับตั้งแต่ที่ได้เดบิวต์เป็น “เอ็นซีที 127” คืออะไร?

แจฮยอน “เอาจริง ๆ มีหลายอย่างมากเลย แต่ตอนที่พวกเราไปถ่าย “เอ็นซีที ไลฟ์” ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ทำให้เราได้ไปเที่ยวด้วยกัน ใช้เวลาร่วมกัน เลยรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่พิเศษมากครับ (ยิ้ม)” โดยอง เสริมว่า “ผมก็หวังเอาไว้ว่าแฟนมีตติ้งที่ไทยครั้งนี้ของเรา น่าจะเป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำผมมากผมมั่นใจเลยว่ามันสนุกแน่นอน”

มีใครเคยมาเที่ยวเมืองไทยแบบเป็นส่วนตัวบ้าง?

จอห์นนี่ “ผมครับ ตอนเด็ก ๆ ผมเคยมาที่ไทย ตอนนั้นไปทะเล ชอบมาก น้ำใสสะอาดมาก ผู้คนก็น่ารักใจดี และผมก็จำได้นะว่าผมไปที่ไหนก็ไม่รู้ (หัวเราะ) ผมเที่ยวทะเลอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาถ่ายรูปให้ แล้วนำรูปไปใส่กรอบมาขาย เป็นเรื่องที่อยู่ในความทรงจำผมเลย เพราะหน้าผมที่อยู่ในรูปนั้นแฮปปี้มาก”

พูดถึงเมืองไทย คิดถึงอะไรกันที่สุด?

แจฮยอน พูดไทยตอบอย่างรวดเร็วว่า “ต้มยำกุ้ง” โดยอง บอกต่อว่า “เกาะสมุย ผมอยากลองไปดู และแตงโมปั่น (พูดไทย)” ยูตะ บอกว่า “ข้าวเหนียวมะม่วงครับ” แทยง “ช้างครับ ผมเคยถ่ายเอ็นซีที ไลฟ์ที่เชียงใหม่ และได้มีโอกาสขี่ช้างที่นั่นเป็นครั้งแรก คือถ้าพูดถึงเมืองไทยผมว่าหลายคนน่าจะคิดถึงช้างกันนะ รวมถึงถ้าพูดถึงเมืองไทยผมก็จะคิดถึง “เตนล์” ด้วย” ก่อนที่ทุกคนจะช่วยกันบอกปิดท้ายว่า “มาชิตะ”



ถ้ามีเวลาอยู่ที่ไทย 1 อาทิตย์ อยากไปเที่ยวไหนและชวนใครมาเที่ยวกับคุณครั้งนี้ดี?

แจฮยอน “ผมอยากไปเกาะสมุย” โดยอง “ผมก็อยากไปเกาะสมุยพร้อมกับสมาชิกทุกคนล้วน ๆ แบบจองรถและขับรถไปกันเอง ใช้เงินตัวเองออกค่าอาหารกันเองทั้งหมดเลย” หนุ่ม ๆ หัวเราะเห็นด้วยกันใหญ่ ด้าน จอห์นนี่ เผย “อยู่ดี ๆ ผมก็นึกถึงคำพูดของยูตะ เขาเคยพูดว่าไปที่ไหนก็ไม่สำคัญ มันสำคัญที่ว่าเราไปกับใคร ดังนั้นผมเที่ยวที่ไหนก็ได้ในเมืองไทย ขอแค่ได้อยู่กับสมาชิกครบทุกคน ผมก็มีความสุขแล้วครับ (ยิ้ม)” ยูตะ บอกต่อ “ผมได้ยินมาว่าเมืองไทยโด่งดังเรื่องอาหาร ดังนั้นผมอยากไปร้านอาหารที่ทุกคนยกให้เป็นร้านที่อร่อยครับ” วินวิน บอก “ผมอยากไปทะเล”

ตอนนี้มีอาหารไทยจานโปรดกันบ้างไหม?

โดยอง พูดไทย “แตงโมปั่น” จอห์นนี่ พูดไทย “ผัดไทย” ยูตะ พูดไทย “ข้าวเหนียวมะม่วง”

หากสามารถมอบของขวัญให้แฟนไทยเป็นอะไรก็ได้คนละ 1 อย่าง อยากมอบอะไรกัน?

โดยอง พูดไทยว่า “แตงโมปั่น (ยิ้ม)” แจฮยอน บอกต่อ “เพลงและการแสดงพวกเราครับ เพราะมันน่าจะอยู่ในความทรงจำและเป็นสิ่งที่พวกเราอยากโชว์ให้แฟนชาวไทยได้เห็นด้วย” แทยง เสริมว่า “คือการที่เราร้องและแสดงให้แฟนคลับชาวไทยดูถือเป็นการตอบแทนแฟน ๆ ครับ มันคือการให้กำลังใจกลับคืนให้กับแฟนชาวไทยที่คอยส่งใจเชียร์พวกเรา เป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มันคือการตอบแทนในความรักแฟนชาวไทยที่ให้กับพวกเรา เพราะเราเองมีความชอบและหลงใหลเวลาที่อยู่บนเวที ซึ่งผมก็อยากโชว์ความชอบของผมตรงนี้ ส่งคืนให้แฟนชาวไทยครับ”



ท้ายสุดอยากบอกอะไรกับแฟนคลับชาวไทย ที่คอยให้การสนับสนุนพวกคุณมาโดยตลอด?

แทยง “เราอยู่ไกลกันครับและพวกเราก็มีเพลงที่ชื่อว่า “ซีโร่ ไมล์” คือไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ก็อยากให้ทุกคนรอคอยเพลงและการแสดงเรา เพราะผมตั้งใจมากเพื่อที่จะตอบแทนทุกคน และเราก็ต้องมีความสุขไปด้วยกันนะครับ” ส่วน วินวิน เสริม “เป็นครั้งแรกที่ผมมาไทย ผมมีความสุขมาก และผมก็หวังว่าเราจะมาสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกันนะครับ”

ต่อด้วยช่วงบรรยากาศงานแฟนมีตติ้ง ที่หนุ่ม ๆ เปิดตัวออกมาท่ามกลางเสียงกรี๊ดของแฟนคลับกระหึ่ม และทั้งฮอลล์ก็เปลี่ยนเป็นทะเลสีเขียวด้วยแท่งไฟ ต้อนรับทั้ง 9 หนุ่ม จากนั้น เอ็นซีที 127 ก็นำเพลงสนุก ๆ มาฝาก ก่อนเข้าสู่ช่วงตอบคำถามจากแฟนคลับที่ส่งกันมา งานนี้ทำให้เราได้รู้มุมน่ารัก ๆ ของพวกเขามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่ โดยอง เป็นสายเปย์ หรือ มาร์ค ที่ละเมอหลายภาษา เป็นต้น จากนั้นเข้าสู่ช่วงทายคำถามเกี่ยวกับเมืองไทยที่หนุ่ม ๆ ตั้งใจกันแข่งสุดฤทธิ์ โดยมีแฟนชาวไทยคอยเป็นพี่เลี้ยงตะโกนบอกคำตอบลั่น สร้างเสียงหัวเราะครื้นเครง โดยหนุ่ม แฮชาน เป็นผู้กุมชัยรู้เรื่องเมืองไทยเยอะที่สุดไป

จากนั้นเข้าสู่ช่วงโชว์ เริ่มที่เพลงหวาน อย่าง “แองเจิ้ล” ทางด้านแฟนคลับก็ได้ทำโปรเจคท์ตอบหนุ่ม ๆ ด้วยการยกป้ายคำว่า We’ll Be Your Angel (พวกเราจะเป็นนางฟ้าของคุณ)” ก่อนตามด้วยเพลง “ซีโร่ ไมล์” ที่สื่อความหมายถึงระยะห่างเพียง 0 ไมล์ระหว่างเรา เหมือนอย่างที่ มาร์ค บอกว่า เกาหลีกับไทยนั้นไกลกัน แต่เขาก็เห็นแฟนชาวไทยส่งข้อความทางเอสเอ็นเอส ถามว่าสบายดีมั้ย มันทำให้รู้สึกดีมากที่รู้ว่ามีแฟนคลับอยู่ที่ไทยด้วย ส่วน ยูตะ ขออ้อนว่า “พวกเราสัญญาว่าจะตั้งใจทำงาน ทุกคนต้องสัญญาว่าจะไม่นอกใจนะครับ”



กระทั่งเข้าสู่ช่วงท้ายกับเพลงสุดฮอต “เชอร์รี่ บอมบ์” ที่หนุ่ม ๆ เปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็นความร้อนแรง พร้อมท่าเต้นแข็งแกร่งและเป็นเอกลักษณ์ ด้านแฟนคลับที่นอกจากร้องตามกระหึ่มแล้ว ยังเซอร์ไพร้ส์หนุ่ม ๆ ด้วยการชูป้ายภาษาเกาหลีที่มีความหมายว่า “หัวใจเราใกล้กันแล้วนะ” พร้อมแปรตัวอักษรด้วยแท่งไฟสีชมพูเป็นคำว่า NCT” งานนี้ แทยง บอกว่า“คำว่าซาบซึ้งประทับใจ เขาเก็บไว้ใช้ตอนแบบนี้นะครับ เพราะทุกคนเลยที่ช่วยเราสร้างความทรงจำดี ๆ แบบนี้ครับ” นอกจากนี้หนุ่ม ๆ ยังได้เผยความรู้สึกถึงแฟนชาวไทยด้วยว่า จอห์นนี่ พูดไทย “ได้หมด ถ้าสดชื่น...” ก่อนบอกต่อว่า “วันนี้ทุกคนสุดยอดเลยครับ” แฮชาน เสริม “ครั้งหน้าจะมาต้อนรับพวกเราอบอุ่นแบบนี้อีกใช่มั้ยครับ หวังว่าเราจะมีโอกาสเจอกันเร็ว ๆ นี้” มาร์ค “ถ้าพูดถึงประเทศไทย ผมนึกย้อนกลับไปตอนที่มาที่ไทยครั้งแรก ตั้งแต่ครั้งนั้นทุกคนก็ให้พลังรักพวกเราเยอะมากและนี่ผ่านไป 1 ปีแล้ว ทุกคนยังรักพวกเราอยู่” แจฮยอน “ผมว่าประเทศไทยกับผมคือ Destiny (พรหมลิขิต) กันนะ ผมจำได้ตอนนั้นผมอายุครบ 20 ปีและได้มาแฮปปี้เบิร์ธเดย์ที่ไทย และแฟนมีตติ้งก็จัดกับทุกคนที่ไทย แบบนี้เรียกว่า Destiny ได้มั้ยครับ (ยิ้ม) หวังว่าเราจะสร้างโมเมนต์ที่พิเศษแบบนี้ด้วยกันไปตลอดนะครับ” ยูตะ “หวังว่าความรักของทุกคนจะไม่เปลี่ยนนะครับ 5 ปี หรือ 10 ปี ข้างหน้าก็หวังว่าเราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ อย่าลืมว่าเรานั้นรักกันตลอดไปนะครับ” แทอิล “พวกเรามีความสุขมาก หวังว่าจะได้เจอกันบ่อย ๆ นะครับ” โดยอง “วันนี้รู้สึกพิเศษมากที่เราอยู่ด้วยกันและมีอย่างนึงที่ผมอยากดูคือสีแท่งไฟของเราสวยมาก ๆ เลย” และ แทยง ปิดท้ายว่า “ทุกครั้งที่มาทุกคนก็มาให้กำลังใจพวกเราเยอะมาก พลังที่ทุกคนให้มานั้นเติมพลังแก่เรามากขึ้นทุกวัน ขอบคุณมากเลย พวกเราไม่เคยคิดมาก่อน ในที่สุดเราก็ได้มีโอกาสแบบนี้ การที่เราจะตอบแทนคือตั้งใจทำงานเพื่อทุกคน พวกเราก็จะเป็นเอ็นซีที 127 ที่ทุกคนรักตลอดไปนะครับ” เอ็นซีที 127 ถือเป็นอีกหนึ่งน้องเล็กในบ้านหลังใหญ่ “เอสเอ็มฯ” ที่เต็มไปด้วยรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จและมีมาตรฐานการทำงานสูง แต่วันนี้พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเอ็นซีที 127 ได้ก้าวเดินอย่างแข็งแกร่ง ด้วยขาของพวกเขาโดยไม่ต้องพึ่งพิงชื่อใคร ทั้งเรื่องการเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว การคว้ารางวัลต่าง ๆ และล่าสุดการจัดแฟนมีตติ้งที่ไทยที่หนุ่ม ๆ ได้สร้างความสุขและความทรงจำล้ำค่ากับแฟนคลับของพวกเขา

เชื่อว่าการก้าวเดิน ’เอ็นซีที 127“ และ ’เอ็นซีทีเซ่นชาวไทย“ ก้าวต่อไปนี้ คงเป็นก้าวที่มีความสุข เพราะพลังและความรักที่พร้อมเติมเต็มให้แก่กัน ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลกันมากแค่ไหนก็ตาม.

.................................................
ฮานึล

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 60