อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

'เพลง-กวิตา' ไม่ยึดติดบทนางเอก ขอแค่ได้พัฒนาฝีมือ

"เพลง-กวิตา" ลูกสาวคนสวยของ "แม่อ้อย-กาญจนา" เผยเรื่องความรักคบแฟนหนุ่มนาน 10 ปี ด้านการแสดง ขอพัฒนาฝีมือทุกบทบาท อาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม 2560 เวลา 07.10 น.

ยังคงมีผลงานให้ชมฝีมืออยู่เรื่อย ๆ สำหรับนางเอกสาว เพลง-กวิตา จินดาวัฒน์ ลูกสาวคนสวยของ แม่อ้อย กาญจนา จินดาวัฒน์ ที่ตอนนี้กำลังซุ่มถ่ายทำ “สายโลหิต”  และ “สกาวเดือน” ทางช่อง 7 วันนี้ ดาวต่างมุม ได้นัดเธอมาพูดคุยกันแบบพิเศษ ทั้งเรื่องงานที่หลายคนมักมองว่าเพลงเข้าวงการอย่างง่ายดายเพราะมีทั้งคุณแม่ที่เป็นคนดัง และยังอยู่ในสังกัดเอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดการมือทอง รวมไปถึงทัศนคติในการใช้ชีวิต และเรื่องหัวใจกับแฟนหนุ่มที่คบกันมาถึง 10 ปีแล้วด้วย 


 ตอนนี้จะมีผลงานอะไรอีกบ้าง?

“ตอนนี้มีถ่าย “สายโลหิต” รับบทเป็น “ลำดวน” เพลงทราบว่าเป็นละครที่ดังมาก คนรอดู แต่สำหรับลำดวนอาจไม่ค่อยกดดัน เพราะตัวละครหลักก็คือ ดาวเรือง  ขุนไกร และหมื่นทิพย์ แต่เราได้เป็นส่วนหนึ่งของละครเรื่องนี้ซึ่งเป็นโปรเจคท์ที่ใหญ่ เราก็ทำเต็มที่ แอบมีไปเปิดดูเวอร์ชั่นเก่าเหมือนกัน เป็นไกด์ไลน์ว่าตัวละครนี้เป็นยังไง ให้พอเข้าใจตัวละครแต่ไม่ได้ลึกซึ้ง เพราะหลายคนเตือนว่าอย่าดูเยอะ เดี๋ยวกลายเป็นเราไปลอกเลียนแบบเดิม คือพอคนละคนแสดง มันก็ไม่ค่อยเหมือนกัน เราต้องใส่ความเป็นเราเข้าไป เพื่อให้ไหลเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ

ส่วนอีกเรื่องคือ “สกาวเดือน” ค่ายมีเดียฯ เรื่องนี้เพลงชอบมาก ตั้งแต่ได้อ่านบทและเรื่องย่อเลย เป็นละครที่เราดูทันในตอนเด็ก ตอนนั้นติดมาก ไม่คิดว่าจะได้มาแสดงเรื่องนี้ ในเรื่องรับบทเป็น “คุณเล็ก หรือ เพ็ญลักษณ์” บทนี้ก็ยากแต่เป็นในแบบที่เราอยากเล่น ตอนแรกก็มีคิดหนักว่าจะเล่นดีมั้ย เพราะเรารับเป็นอา ก็กลัวว่าจะแก่หรือเปล่า อย่าง “สายโลหิต” ตอนหลังลำดวนก็มีลูก ก็กลัวยิ่งตอกย้ำให้ดูแก่ไป ประกอบกับเดี๋ยวนี้น้อง ๆ รุ่นใหม่เยอะ เราก็คิดว่าตายแล้ว จะเป็นรุ่นแม่แล้วเหรอ ก็แอบคิดหนัก แต่พอได้อ่านเรื่องย่อและบทประพันธ์ คืออาเล็กอายุต่างจาก “กระต่าย” นางเอกของเรื่องแค่ 2-3 ปี เลยโอเค เราเป็นอาที่ยังอายุน้อย ประกอบกับได้เจอทีมงานด้วยก็อยากเล่นมาก เพราะนอกจากเป็นละครที่เราชอบแล้วทีมงานก็น่ารัก เราเชื่อว่าทีมนี้ต้องทำออกมาได้ดีแน่ ๆ และเราก็อยากทำงานที่ดีไม่ว่าเราจะได้บทอะไร พออ่านบทไป 5 บทแรกก็รู้สึกสนุกมาก เป็นตัวละครที่มีมิติ เป็นคนที่ดูจริงจัง เป็นผู้หญิงทำงาน เป็นผู้นำ มีเสน่ห์ ฉลาดทันคน เราเลยรู้สึกว่าเท่ดีค่ะ”




 ณ วันนี้พอใจฝีมือการแสดงตัวเองหรือยัง?

“ยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะหลังจากแสดงไปมีบางฉากที่ชอบ แต่ก็มีบางฉากที่เรารู้สึกว่ายังเล่นไม่ดี คือเพลงเช็กงานตัวเองตลอด ซึ่งตัวเพลงมีเรียนการแสดงบ้าง อย่างละครเรื่องใหม่ก็มีไปเรียนแอ๊คติ้งเพิ่มและเวิร์กช็อปกับทางกองถ่าย เพลงคิดว่าเราขาดอีกหลายอย่าง แต่หลัก ๆ คือเรื่องบุคลิกและการตีความให้มันลึกซึ้งขึ้น เพราะเราไม่มีเวลาให้ทีมงานมาแนะนำเราในทุกฉาก ดังนั้นถ้าช่วยตัวเองได้ก็ดีกว่าค่ะ”


 เวลารับแต่ละบท ไม่ซีเรียสว่าต้องเป็นนางเอกตลอด?

“การได้รับบทนางเอกมันก็ดีกว่านะ แต่เราไม่ได้ซีเรียส ซีเรียสที่ว่าเรามีความสำคัญในละครเรื่องนั้นหรือเปล่ามากกว่า บางทีไม่จำเป็นต้องเป็นนางเอกเสมอไป แต่เป็นบทที่เราได้พัฒนาฝีมือ มีความสำคัญกับการดำเนินเรื่อง ก็โอเคค่ะ”


 ด้วยความที่เป็นทายาทอ้อย-กาญจนาแอบกังวลมั้ยว่าบางคนจะมองว่าเราเป็นลูกนักแสดงดัง จึงเป็นเด็กเส้น?

“แค่ช่วงแรก ๆ แต่เส้นทางคุณแม่ยังไม่ถูกพูดถึงมากเท่ากับเราเป็นเด็กสังกัดพี่เอ-ศุภชัย เพราะตอนแรกที่เพลงเข้ามาเซ็นสัญญาที่ช่อง 7 ก็จากการแนะนำจากพี่เอก็มีคนพูดบ้าง มีกระแสว่าเราได้เข้ามาตรงนี้เพราะเป็นเด็กพี่เอ แต่เพลงเฉย ๆ คือเวลาได้งานละครเราก็ได้มาด้วยตัวเอง ส่วนต้องพิสูจน์ให้คนเห็นมั้ยว่าเราได้งานด้วยตัวเอง ไม่ใช่คำว่าเด็กเอ คือมันแล้วแต่คนจะคิดว่าได้งานมาด้วยอะไร แต่เรารู้ตัวเราเองมากกว่าว่าเราทำด้วยตัวเองมากแค่ไหน ไม่ได้แคร์มาก ต่อให้คนพูดว่าเพลงเป็นเด็กเส้นพี่เอ เพลงก็เฉย ๆ นะ ส่วนเรื่องเทียบความดังกับเด็กคนอื่นในสังกัดพี่เอ  จริง ๆ ยังไม่เคยได้ยินการเปรียบเทียบทำนองนั้นนะ เราก็ชิลไป”




 แม่อ้อยมีช่วยเลือกบทให้บ้างมั้ย?

“คุณแม่ไม่ได้ถึงขั้นช่วยดูบท แต่เวลาที่มีละครติดต่อมาและเรามีโอกาสได้เลือกว่าจะรับหรือไม่ เพลงก็ปรึกษาคุณแม่บ้าง จริง ๆ เพลงก็มีแอบปฏิเสธละครไปบ้างในบางเรื่องที่เรารู้สึกว่าตัวละครไม่สำคัญกับเรื่อง เพราะละครเรื่องนึงเราถ่ายกันเป็นปี เวลาที่เราแสดงแล้วก็อยากให้คนจดจำ และทำให้เราได้อะไรกลับมา ได้พัฒนาด้านต่าง ๆ ด้วย ส่วนคุณแม่ก็มีแนะนำก่อนมาทำงานตรงนี้บ้าง คือเรื่องนิสัยส่วนตัว แม่บอกให้คุยให้รู้เรื่อง ถามให้เคลียร์ อย่าไปพูดไม่รู้เรื่องและต้องทำตัวให้คนอื่นให้เกียรติและเกรงใจเรา ถ้าเราทำตัวดี ให้เกียรติตัวเอง คนอื่นก็จะมองเห็นค่าเราเอง จริง ๆ ทำงานตรงนี้บางทีถ้าเราอะไรก็ได้ ยอมทุกอย่างเราก็ไม่ได้รับการเกรงใจหรือให้เกียรติ หย่อนหรือตึงมากไปก็ไม่ดีค่ะ”
 

ทำงานในวงการบันเทิงมา 5 ปีแล้ว ณ วันนี้เป็นยังไงบ้าง?

“เพลงเซ็นสัญญากับช่อง 7 ปีนี้ก็น่าจะเป็นปีที่ 5 แล้ว ผ่านไปเร็วมาก จริง ๆ เราไม่ได้แสดงหลายเรื่องถ้าเทียบกับคนอื่น คือตอนแรก ๆ เพลงรับแสดงทุกเรื่องเลยเพราะไม่อยากเลือกเยอะ อยากลองทุกอย่าง แต่พอมาในปีที่ 5 นี้ เราคิดว่าอยู่มานานแล้ว อีกอย่างเราใกล้หมดสัญญาแล้วเพราะเซ็นมา 6 ปี เลยไม่อยากเสียเวลาไปกับเรื่องที่คนจำเราไม่ได้ และเราก็อยากได้งานที่ส่งเสริมตัวเราและดีกับอนาคต ซึ่งกับเรื่องสัญญาตรงนี้เพลงยังไม่ได้คิดว่าทำยังไงเพราะอีกปีนึงก็เป็นเวลาที่นาน เพลงยังไม่รู้ว่าต่อไปเราจะเป็นยังไงและไม่ได้คิดจะไปไหน อยู่ช่อง 7 เพลงก็แฮปปี้ดีค่ะ อีกอย่างด้วยสิ่งที่เราเห็นตอนนี้ยังไม่ชัดเจนพอที่จะทำให้เราตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อ เลยขอดูไปเรื่อย ๆ ก่อน ขอดูกระแสที่กลับมากับผลงานที่เรากำลังจะมีจะเป็นยังไงบ้าง”


 ตอนนี้ปรับตัวเข้ากับชีวิตในวงการที่อาจโดนจับจ้องเรื่องส่วนตัวมากขึ้นหรือยัง?

“เพลงไม่ค่อยโดนจับจ้องเท่าไหร่ เฉย ๆ มาก ทุกวันนี้เพลงยังทำตัวปกติ ก็เคยมีแฟนคลับมาว่าเราเหมือนกันนะว่าอย่าทำแบบนั้นแบบนี้ เราก็ตกใจบ้าง ด้วยความที่เขารักและหวงเรา เขาก็ปกป้องเราทุกอย่าง ไม่อยากให้เราทำนอกลู่นอกทางที่เขาคิดว่าไม่ดี เราก็มีอึดอัด เราอยากให้เขาเข้าใจแต่ไม่ได้ถึงกับรู้สึกแย่นะ เพราะเรารู้ว่าตัวเราไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดี ตอนนั้นเราก็บอกแฟนคลับไปว่าไม่ต้องเป็นห่วง เรารู้ลิมิตดีว่าอะไรดีหรือไม่ และสิ่งที่เราเป็นก็ไม่มีอะไรแย่ เราไม่จำเป็นต้องสร้างภาพให้ดีมาก ก็เป็นตัวของตัวเองค่ะ”




 มีคติในการทำงานบ้างมั้ย?

“เราต้องเคารพตัวเองก่อน คนอื่นถึงจะมาเคารพเรา ให้เกียรติตัวเอง ทุกวันนี้หนูก็มีคนรู้จักบ้างแต่ไม่ได้เปรี้ยงปร้าง คนไม่รู้จักหนูเยอะมาก (ยิ้ม) ซึ่งมันก็มีบั่นทอนกำลังใจเราบ้าง คือเพลงเรียนจบปริญญาตรีและต่อปริญญาโทแล้ว เพื่อแพลนต่อไปว่าเราจะมาทำงานโน่นนี่นั่น สุดท้ายเราก็เลือกอยู่ในวงการบันเทิง ซึ่งมันหลายปีแล้ว ถ้าจะกลับไปทางอื่นมันก็เหมือนเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่น ดังนั้นนี่คืองานหลักของเรา เราก็มีความเครียดว่าเราต้องอยู่ตรงนี้ให้ดีสมกับที่เราเลือกแล้วว่าจะมาอยู่ทางนี้ แต่ก็มีเซ็งบ้างที่ไม่ได้ถึงขั้นที่เราอยากจะได้ แต่หนูไม่ยอมแพ้ ทุกวันนี้หนูก็พอใจในตัวเองระดับนึงแล้วค่ะ”


 เป้าหมายในวงการคืออะไร?

“อยากให้ตัวเองเป็นที่รู้จักมากกว่านี้ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับผลงานที่เราได้รับด้วย จริง ๆ ดาราคนนึงถ้าจะดังแค่ละครเรื่องเดียวที่มันใช่และส่งเราก็พอ เรายังรอโอกาสนั้นอยู่และก็พร้อมทำงานตรงนี้ เพราะเรียนจบแล้ว ไม่มีเรื่องอื่นให้กังวลแล้วค่ะ”


 ถามถึงธุรกิจนอกวงการบ้าง?

“ตอนนี้หนูมีธุรกิจเสริมก็คือการทำรองเท้าและกระเป๋ากับเพื่อน ๆ ชื่อว่าร้าน  “มีอา (MIA)” และทำคลินิกความงาม “พริวิเลจ คลินิก (PRIVILEGE Clinic)” กับพี่สาวและพี่ชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน สำหรับธุรกิจคลินิกนี้เป็นอันดับ 2 ที่เราจริงจัง รองลงมาจากงานในวงการ คือเราจบคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และต่อปริญญาโทด้านมาร์เกตติ้ง เราเลยมาช่วยด้านมาร์เกตติ้งพีอาร์ที่คลินิกนี้ จุดเริ่มต้นการมาทำงานด้านนี้เริ่มจากเราอินที่นี่ ประกอบกับพี่สาวและพี่ชายเราซึ่งเป็นหมอที่สร้างคลินิกนี้ขึ้นมาเอง

เราก็รู้สึกดีเลยเข้ามาทำด้วย และเราก็สนุกมากกับการวางแผนการตลาด ทำโปรโมชั่นต่าง ๆ เพลงอยากทำตรงนี้ไปยาว ๆ เรื่อย ๆ นะ เพราะทุกคนต้องมีอาชีพเสริมควบคู่กันไป ซึ่งธุรกิจนี้ก็ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ ตอนนี้เปิดแค่ 2 ปี ก็ขยายไป 5 สาขาแล้ว ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ส่วนเรื่องการขยายสาขาเพิ่มก็มีคิดแต่เป็นการค่อย ๆ ไป ถ้ามีบุคลากรพอค่อยทำ ไม่ได้รีบเร่งค่ะ”


 ถามถึงเรื่องหัวใจ เห็นว่ามีคนดูแลหัวใจกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ตอนนี้ความรักเป็นยังไงบ้าง?

“ก็คุยกันมาเรื่อย ๆ เรารู้จักกันมานานมากตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ก็เป็น 10 ปีแล้ว ที่เราคุยกันได้นานเพราะตัวเราเป็นคนไม่เยอะ (ยิ้ม) และใครดีกับเราเราก็คุย ซึ่งเขาก็เป็นคนนิสัยดีแต่ก็ไม่ได้ดีไปซะหมดนะ มีช่วงนิสัยแย่แหละ แต่ช่วงที่เขานิสัยแย่ เราก็ไม่คุยด้วย ด้วยความที่มันเป็นจังหวะชีวิตที่เราไม่ได้เจอใครจริงจังและทำให้เปิดใจเต็มที่ ก่อนหน้านี้เราก็มีคุยกับคนอื่นบ้าง แต่เราชิล ชิล ไม่ค่อยโฟกัสตรงนี้ แต่คนนี้เขามีความขยันทำงาน ซึ่งช่วงที่ดีเราก็คาดหวังให้มันดีไปเรื่อย ๆ แต่ที่ผ่านมาก็มีช่วงที่แย่มากเหมือนกัน เบรกไปหลายรอบ (ยิ้ม) เลยทำให้เราไม่คาดหวังอะไรแล้ว สุดท้ายก็ไม่มีอะไรที่เป็นของเรา ช่วงที่ดี ๆ เราก็มีคิดเหมือนเขาเป็นของเรา เป็นคนในครอบครัวเราที่จะไม่หายไปไหน แต่มันก็มีบางช่วงที่ทำให้เรารู้ว่าเขาไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่คนในครอบครัวเรา เราต้องอยู่แบบไม่คาดหวัง ต้องอยู่ของเราให้้ได้ และคนที่จะเข้ามาอยู่กับเราก็ต้องทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ไม่ใช่ทำให้เราเสียใจ เศร้า เครียดจนทำงานไม่ได้ ซึ่งถ้าเขาเป็นคนนั้นได้ก็โอเค แต่ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ สุดท้ายชีวิตเราต้องดูแลเองค่ะ”


 คนนี้คุณพ่อคุณแม่ว่ายังไงบ้าง?

“ถ้าตอนที่เขาดีคุณแม่ก็โอเค แต่ถ้าตอนที่เขาไม่ดีคุณแม่เราก็ไม่โอเคค่ะ (หัวเราะ) คือคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้เข้ามาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวเรา ท่านเห็นเราโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ในทุกเรื่อง ในช่วงที่ดีท่านก็จะโอเคแต่ถ้าวันไหนที่ไม่ดีขึ้นมาก็พร้อมซัพพอร์ตเรา ไม่ได้มีแบบดีแล้วต้องดีตลอดไป อย่าไปเลิกกับเขา ซึ่งเขาเคยมาเจอที่บ้านบ้าง เพราะรู้จักกันมานานแล้ว คุณพ่อคุณแม่คอยเฝ้าดูเราห่าง ๆ ค่ะ”
 

คบกันมา 10 ปี เคยมองเรื่องแต่งงานบ้างมั้ย?

“จริง ๆ แล้วเราไม่รีบเรื่องนี้เลย เพราะรู้สึกว่าเอาให้ชัวร์ก่อนดีกว่าว่าเป็นคนนี้จริง ๆ แต่ช่วงหลังเพื่อนแต่งงานเยอะมาก รัว ๆ เราก็แอบเครียดนะว่าคู่นี้คบมาแค่ 2 ปี ทำไมแต่งกันแล้ว ทำไมเรายัง แต่ว่าแต่ละคู่ก็ไม่เหมือนกัน บางคนคบมาแป๊บเดียวแต่งงานกันแล้วอยู่ตลอดชีวิตเลย แต่บางคู่คบมานาน แต่งแป๊บเดียวก็เลิก เราก็ขอเรื่อย ๆ เอาให้มั่นคงก่อน ส่วนเรื่องชื่อของเขา เราอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัว เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พอเปิดตัวว่าคือคนนี้ แต่พอวันนึงมันไม่ใช่ หรือเขาเปลี่ยนใจไป เราก็ไม่อยากมานั่งพูดอะไรค่ะ”




 ฝากอะไรถึงแฟน ๆ ละครที่คอยเชียร์เราหน่อย

“เพลงไม่ได้มีแฟนคลับเยอะ ไม่ได้มีป้ายไฟ แต่เพลงก็ขอบคุณทุกคนที่ดูผลงานเรา บางคนชมเรานิดเดียวก็ดีใจมากแล้ว ก็อยากให้ติดตามและให้กำลังใจกันต่อไป เพราะเพลงเชื่อว่าทุกผลงานของเพลงที่ออกมามันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เพลงพยายามพัฒนาตัวเองตลอด ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ติดตามกันไปเรื่อย ๆ และสามารถติชมกันได้ทุกอย่างค่ะ”


ได้ยินเธอพูดแบบนี้แล้ว เชื่อว่าผลงานที่ออกมาจากฝีมือของเพลง คงเต็มไปด้วยความตั้งใจและมีคุณภาพแน่นอน.


------------
วันวิสาข์ ดอกเงิน : เรื่อง / สันติ มฤธนนท์ : ภาพ

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 79