อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"เจษ-เจษฏ์พิพัฒ" กับวันที่โลกเป็นสีชมพู

“เจษ-เจษฏ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์” นักแสดงหนุ่มหล่อหน้าใส ที่เรียกว่ากระแสความฮอตมาแรงตลอดทั้งปี ไม่มีตก เสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เวลา 06.33 น.

เจษ-เจษฏ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ นักแสดงหนุ่มหล่อหน้าใส ที่เรียกว่ากระแสความฮอตมาแรงตลอดทั้งปี ไม่มีตก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องละคร ที่ไม่ว่าจะเล่นเรื่องไหนก็คว้าใจสาว ๆ ไปครองได้ทั้งประเทศ และล่าสุดหนุ่มคนนี้กำลังมีผลงานละครเรื่องใหม่กับบทบาทที่เจ้าตัวบอกว่าท้าทายไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และพร้อมกันนั้นวันนี้เราจะไปค้นหัวใจของผู้ชายคนนี้ ว่าแท้จริงแล้วนั้น เขามีใครจับจองและพร้อมที่จะเปิดเผยแล้วหรือยัง เอาละ....วันนี้มีคำตอบทุกคำถาม ว่าแล้วเราไปหาคำตอบ กับหนุ่มเจษ สุดหล่อของเรากันได้เลยดีกว่า

ละครเรื่อง  “Bangkok รัก Stories” ตอนคนมีเสน่ห์ข่าวว่าออกมา 2 ตอน กระแสดีมาก?
        
“ดีใจครับ ละครออกมาแล้วเรตติ้งดีมาก ซึ่งเรื่องนี้สำหรับผมมันแตกต่างจากเดิมนะ ไม่ว่าจะการแต่งตัว เซตหน้าเซตผม ใส่สูท คุณชาย ๆ ด้วยความที่ผ่านมาเราก็เล่นแบบไม่ร้าย ก็ดี มือปืนก็เล่น มันทำให้เรื่องนี้ดูแตกต่างกันออกไป ทำให้เสียงตอบรับกลับมาดีทีเดียวครับ ก็ขอบคุณคนดูมาก ๆ ครับที่ชื่นชอบ”
     
ถือว่าเล่นมาเกือบจะครบทุกบทแล้ว เจษ ยังอยากเล่นบทแบบไหนอีกบ้าง?
        
“ก็เหลืออีกเยอะแหละครับ แต่มันก็ไม่มีความเหมือนของทุกตัวละครอยู่แล้วครับ แต่ถ้าถามว่าผมถนัดแนวไหน ผมถนัดดราม่าครับ เพราะว่าเรามาจากละคร แล้วก็ซึมซับจากละครที่ดราม่ามาเยอะเหมือนกันครับ ส่วนแนวที่ยาก สำหรับผม ผมว่าคอมเมดี้นะครับ เพราะไม่ว่าใช้แค่เราเท่านั้น คอมเมดี้มันต้องเล่นเป็นทีม เราอยู่คนเดียวตลกไม่ได้เพราะเราไม่ใช่ตลกมืออาชีพ คือมันต้องรับส่งต้องได้ จังหวะต้องตรงกันถึงจะออกมาดี แต่ผมว่าสำหรับผม ผมยังต้องพัฒนาอีกเยอะครับ ทุก ๆ แนวเลย เพราะยังมีอีกหลาย ๆ บทที่ท้าทาย อย่าง แอ๊คชั่น สำหรับผม ผมชอบนะ มันท้าทายดีสนุก และเป็นแนวที่เราต้องดูแลตัวเองมากที่สุด คือเราต้องแข็งแรง เพราะต้องใช้แรงเยอะ ไหนจะวิ่ง เตะ ต่อย และมันไม่ได้ถ่ายทีเดียวเสร็จ มันก็ต้องวนหลาย ๆ มุมไปกว่าจะเสร็จ”
     
นอกจากละครแล้ว มีหนังติดต่อมาบ้างไหม?
        
“มีครับ แต่ว่ายังไม่ได้รับเล่นเลยครับ คือเวลาใครส่งบทเข้ามาก็มีผู้ใหญ่ช่วย ๆ ดูครับ ที่มีส่งมาบางทีเวลาเราไม่ได้”
     
บทแบบไหนที่ส่งมาแล้วคิดว่าอันนี้จะต้องเล่น ปฏิเสธไม่ได้?
        
“ที่ผ่านมาผมยอมรับเลยครับว่า ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเองสักเรื่องเลยครับ ในการรับงานละคร คือผมยังไม่เก่งพอที่จะอ่านบทแล้วทะลุเลยว่าอันนี้มันโอเค ส่วนมากเวลาที่มีงานเข้ามา ผู้ใหญ่ในค่ายก็จะช่วยดูให้ครับ และผมก็เคารพในการตัดสินใจของผู้ใหญ่ ผมว่าให้คนที่เขามีประสบการณ์ดูให้เราดีกว่าครับ ณ ตอนนี้”
        
ขอถามเรื่องสาว ๆ บ้าง เห็นว่าตอนนี้มีคนคุยแล้ว?
        
“ครับก็มีคนคุย คือเขาเป็นเพื่อนของเพื่อนครับ ก็สนิทกันครับ แล้วเวลาไปไหนมาไหนผมก็ไม่ได้ปิดอะไร แต่ไม่ได้แบบว่าออกมาพูดให้มันชัดเจน ไม่อยากให้มันต้องไปเดือดร้อนเขา เดือดร้อนคนรอบ ๆ ตัวเขา คือบางคนเขาก็ไม่ได้มองว่า อุ๊ย..ดีจังเลยที่คุยกันแล้วเราเปิดตัว แต่บางคนเขาแบบไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ฉันมีชีวิตส่วนตัวของฉัน สำหรับผม ผมก็ปล่อยให้เขามีชีวิตส่วนตัวของเขาดีกว่า อย่าไปให้อาชีพของเราหรือสถานะต่าง ๆ มันไปผูกมัดเขาเลย”
     
คนนี้แพ้ทางตรงไหน?
        
“นิสัยมั้งครับ แต่เบื้องต้นแน่นอนครับว่าต้องดูหน้าตากันก่อน แต่บอกก่อนว่าผมไม่ได้ชอบหมวย ผมชอบหน้าตาคม ๆ คือเห็นแล้วก็ชอบ แล้วยิ่งได้มานั่งคุยกันแล้วก็ชอบ คือรับฟังกันคุยกันรู้เรื่อง คือบางคนครับพอเราเป็นดารา เป็นนักแสดงเข้าไปคุยด้วย เขาก็จะมีนิดหนึ่ง นิสัยเป็นยังไงเหมือนในละครมั้ย แต่พอคุยไปเขาก็รู้ว่าคนก็คือคน เขามีอาชีพเป็นนักแสดง เราก็เป็นคนปกติคนหนึ่ง”
     
แล้วคนนี้เรียกแฟนได้ยัง?
        
“ยังครับ ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งโฟกัสเรื่องนี้ เราก็ทำงาน เขาก็ยังเรียนหนังสือ เขาก็มีอนาคตของเขาที่เขาวางไว้ ผมก็มีแผนของผม ก็เป็นกำลังใจกันไปแบบนี้ก่อนดีกว่าครับ ส่วนเรื่องที่หลายคนบอกไม่เห็นถ่ายรูปคู่ลงไอจีบ้าง อันนั้นไม่ครับ อย่างที่บอกผมไม่อยากเอาสถานะไปผูกมัดเขา เดี๋ยวถึงเวลาก็จะชัดเจนกันขึ้นเองครับในอนาคต แต่ที่บ้านก็รับรู้นะครับว่าผมกำลังคุยกับคนนี้อยู่ คือเราเองก็ไม่ได้ปิดบังไปทุกอย่าง เราก็ต้องให้เกียรติเขาประมาณหนึ่ง พี่ ๆ นักข่าวถามมีคนคุยมั้ย ผมก็บอกว่ามี มันสบายใจกว่าและอย่างน้อยเขามาเห็นข่าว เขาก็รู้ว่าเราพูดถึงเขา แต่ว่าไม่ต้องให้คนทั้งโลกรู้ว่าเป็นเขาก็ได้ ”
     
ถือว่าเป็นนักแสดงยุคใหม่ ที่กล้าเปิดเรื่องแฟน แล้วไม่กลัวเรื่องเรตติ้งตก?
        
“ผมว่าการที่เราเปิดเผย มันสบายใจกว่านะ ผมว่าถ้าปิดบังแอบ ๆ ซ่อน ๆ แล้ววันหนึ่งความจริงถูกเปิดเผยออกมา อันนั้นผมว่าน่าจะเรตติ้งตกมากกว่านะครับ เพราะถือว่าไม่ให้เกียรติคนอื่น”
          
ก่อนหน้านี้หลายคนมองว่าเจษ เจ้าชู้ ตรงนี้เจษว่าไง?
        
“อันนี้ผมได้ยินมานานแหละครับ ผมสงสัยมากเลยว่าทำไมคนมองผมเจ้าชู้ ทั้งที่จริงแล้วผมไม่ได้เจ้าชู้เลยนะ ผมก็แค่แบบผมไม่ได้คิดอะไร แล้วก็ไม่ได้คิดว่านั่นคือพอยท์หลักของผมในชีวิต (หัวเราะ) คือคนส่วนมากจะมองผมว่าผมขี้เก๊ก ผมเจ้าชู้ ผมเป็นคุณหนู 3 อย่าง แต่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยจริง ๆ นะ ผมไม่ได้เก๊กนะครับ คือเวลาที่ผมนิ่ง ๆ เขาก็จะหาว่าผมเก๊กแล้ว คือผมจะเป็นคนที่คิดแทนคนอื่น อย่างเวลาใครมาเยอะใส่ผมอะ ผมจะรำคาญ ผมเลยจะนิ่ง ๆ เพราะผมกลัวเขารำคาญผม ผมก็เลยจะนิ่ง ๆ หยั่งเชิงก่อนว่าจะยังไงดี (หัวเราะ) เพราะกลัวเขาจะรำคาญผม เพราะเราไม่รู้ว่าเส้นของคำว่ารำคาญของแต่ละคนนั้นมันอยู่ตรงไหน ผมเลยนิ่ง ๆ ดีกว่า เซฟ ๆ ไว้ก่อนแต่คนก็จะมองว่าผมเก๊ก แต่ถ้าผมสนิทแล้ว ผมก็คุยนะ พูดมากเสียด้วยซ้ำ”
 
อยู่วงการนี้มันก็สอนอะไรเจษ เยอะเหมือนกัน?
        
“ใช่ครับ เพราะว่าเราเจอคนเยอะ แรก ๆ คนไม่ชอบผมเยอะ แต่ผมก็ปรับตัวเยอะเหมือนกันนะครับ เมื่อก่อนผมจะเป็นแบบผมเป็นยังไง ก็เป็นยังงั้น แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าผมเปลี่ยนตัวเอง หรือว่าสร้างภาพอะไรนะ แต่มันต้องปรับเพราะว่าบางคนเขาไม่โอเคกับการที่เราเป็นยังงั้น เราก็ต้องปรับตัวลงมานิดหนึ่ง ไม่ใช่จะยืนหยัดให้คนอื่นมาเข้าใจเราหมดทุกเรื่องไม่ได้ ข้างนอกมันสั่งสอนให้เราดีกับทุกคน แล้วพอกลับบ้านไปผมก็ดีขึ้นนะ ใจเย็นลง ถามพ่อแม่ ว่าจะไปไหน จะกินอะไรมากขึ้น คือเราเริ่มโตแล้ว เรารู้อะไรมากขึ้นว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ซึ่งเมื่อก่อนวัยรุ่นใจร้อน ไม่ค่อยคิดอะไรมากกับความรู้สึกคนอื่น คือเมื่อก่อนจะมีแต่คำว่า ทำไมไม่มีใครเข้าใจเรา? จริง ๆ นะเมื่อตอนเด็ก แต่พอโตขึ้นมาหน่อย ก็มานั่งคิดว่า เออ..แล้วจะให้คนอื่นมาเข้าใจเราได้ยังไง ในเมื่อเรายังไม่เข้าใจตัวเองเลย แล้วพอคิดได้ว่าคนเรานะ ถ้าเราทำดีใส่คนอื่น ก็ไม่มีทางที่คนอื่นจะมาทำแย่ ๆ ใส่เราตลอดชีวิตหรอก ผมว่าผมโชคดีที่วันนี้เข้าใจและคิดได้ (หัวเราะ) เพราะบางคนเขาก็คิดไม่ได้เลยจริง ๆ นะทั้งชีวิต ว่าทำไมไม่เข้าใจ เราไม่ได้ทำอะไรเสียหาย จริงอยู่ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย แต่เราไม่ได้ให้อะไรใคร ถ้าเราอยากได้อะไรจากคนอื่น เราก็ต้องให้อะไรก่อน แล้วเขาก็จะให้เรากลับมาเอง”
 
เจษ คิดว่าตัวเองคิดถูกมั้ย ที่เข้ามาเดินเส้นทางนักแสดงในวันนี้?
        
“ผมไม่รู้มันถูกไม่ถูกหรอกกับการเลือกเดินเส้นทางนี้ แต่ผมก็ไม่ได้เสียใจกับการเลือกเดินเส้นทางนี้นะ ผมเชื่อว่าถ้าผมไม่ได้เดินมาทางนี้ ผมก็จะมีความสุขกับชีวิตเหมือนกัน คือผมว่าผมอยู่ตรงไหนก็ได้ผมใช้ชีวิตให้มีความสุขได้ แต่สำหรับเส้นทางนี้ ทุกวันนี้ผมได้อะไรกลับมาเยอะนะ แต่สำคัญสุดคือวันนี้ผมทำให้พ่อแม่ภูมิใจ  แค่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ”
        
เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงที่มีความเป็นตัวเองสูง แต่กล้าที่จะยอมรับและปรับตัวเพื่อให้เข้าใจคนรอบข้างและคนใกล้ชิด จึงไม่แปลกที่วันนี้หนุ่มเจษ จึงมีแฟนคลับที่รักและชื่นชอบผลงานเขามากมาย ส่วนเสาร์หน้าเราจะมีหนุ่มหล่อหน้าใสคนไหนมานั่งคุยกับเราตรงนี้ ก็ต้องคอยติดตามกันนะจ๊ะ สำหรับเสาร์นี้ต้องขอเอ่ยคำว่าสวัสดีกันไปก่อนล่ะจ้า.

...............................................
กาญจนา สิทธิเม่ง รายงาน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 19