อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

'จ๋า-เจน'สดใสรับสงกรานต์ ยก'BNK48'เหมือนครอบครัว

"จ๋า-เจน" สาดความสดใสรับสงกรานต์ เผยยก "BNK48" เหมือนครอบครัวเดียวกัน พร้อมมุมมองที่มีต่อ "โอตะ" เป็นแรงผลักดันที่ทำให้พยายามสู้ต่อ! อาทิตย์ที่ 15 เมษายน 2561 เวลา 08.12 น.

เรียกว่ายังอยู่ในบรรยากาศวันสงกรานต์ ซึ่งนอกจากเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยแล้ว ช่วงนี้ยังถือว่าเป็น “วันครอบครัว” และในวันนี้ “ดาวต่างมุม” จะขอพาแฟน ๆ ไปพบกับ จ๋า-ณปภัช วรพฤทธานนท์ และ เจน-กุลจิราณัฐ อินทรศิลป์ 2 สมาชิกสาว จากครอบครัวใหญ่ อย่าง BNK48” เกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอตในเวลานี้ ซึ่งทั้งคู่จะมาพูดคุยทั้งเรื่องวันสงกรานต์ ผลงานล่าสุดซิงเกิ้ล “วันแรก” รวมถึงมิตรภาพระหว่างสมาชิก และความรักต่อ “โอตะ (ชื่อแฟนคลับ)” ที่ 2 สาว ยกให้เป็นสมาชิกคนสำคัญ ที่ครอบครัว “BNK48” จะขาดไม่ได้เลยทีเดียว

วันสงกรานต์ มีความสำคัญยังไงกับทั้งคู่บ้าง?
จ๋า “วันสงกรานต์เหมือนเป็นวันขึ้นปีใหม่ของคนไทย เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา หนูว่าวันนี้มีอะไรหลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่หนูคิดถึงคือเป็นวันครอบครัว มีเรื่องความกตัญญูที่เราไปรดน้ำดำหัว ไปขอพรผู้ใหญ่ รวมทั้งมีการตักบาตรทำบุญ ซึ่งวันสงกรานต์หนูก็จะได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวมากขึ้น อย่างที่ทุกคนรู้ว่าวันสงกรานต์ก็เป็นวันหยุดยาว และส่วนใหญ่เราก็จะกลับบ้านต่างจังหวัด ไปรวมตัวกับคนในครอบครัว ทานข้าวร่วมกันหลังจากที่เราไม่ค่อยได้เจอกันค่ะ”
เจน “วันสงกรานต์เจนก็กลับไปหาครอบครัว ที่ จ.นครศรีธรรมราช ไปหาคุณย่า เพราะปีนึงเราจะได้เจอกันแค่ปีละ 2 ครั้งที่ได้หยุดยาวค่ะ”

มีสถานที่เล่นสงกรานต์ในฝันที่ทั้งคู่อยากพา “โอตะ” ไปเล่นด้วยบ้างมั้ย?
จ๋า “นอกจากอยากพาไปทำบุญที่วัดแล้ว หนูอยากพาแฟน ๆ ไปที่ จ.ลพบุรี ค่ะ ซึ่งเป็นบ้านเกิดฝั่งคุณแม่หนู ช่วงนี้พระปรางค์สามยอดกำลังดัง และที่นั่นก็มีลิงเยอะ ก็ไปเที่ยวกันได้”
เจน “จริง ๆ หนูอยากชวนไปเที่ยวที่ จ.นครศรีธรรมราช บ้านของหนูเหมือนกัน คือมีปีนึงที่เจนได้เล่นน้ำที่นั่น ปิดร้านเล่นน้ำกันทั้งซอย ก็สนุกมากเลยค่ะ”

อวยพรวันขึ้นปีใหม่ไทยและแนะนำวิธีเล่นสงกรานต์ที่ปลอดภัยหน่อย?
จ๋า “สงกรานต์ปีนี้หนูอยากให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ไปเที่ยวที่ไหนก็ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย และอย่าลืมอนุรักษ์ธรรมชาติ ใช้น้ำอย่างประหยัดด้วยนะคะ”
เจน “อย่าใช้ปืนฉีดน้ำที่ความดันแรงสูง มันเจ็บมาก และน้ำแข็งเย็นมาก ๆ ก็อย่ามาสาดกันเลยเพราะบางคนอาจช็อกได้ และไม่อยากให้สาดน้ำเวลาที่มีคนขับรถผ่าน อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงเมาไม่ขับด้วยนะคะ อยากให้ทุกคนช่วย ๆ กันดูแลความปลอดภัย”



พูดถึงเรื่องการเข้ามาเป็นสมาชิก ทำไมทั้งคู่ถึงได้เข้ามาออดิชั่นเป็น “
BNK48” ?
เจน “ตอนแรกเจนชอบเพลงประกอบอนิเมะเรื่อง “AKB0048” มาก เลยไปตามหาคนร้องเพลงนี้ จนได้รู้จักกับวงพี่ AKB48 และตามเรื่อย ๆ จนเมื่อ 2 ปีที่แล้วมีการเปิดออดิชั่น BNK48 ก็คิดว่าต้องมาสมัครให้ได้ค่ะ”
จ๋า “หนูเริ่มติดตามตอนอยู่ ป.5 จากอนิเมะ “AKB0048” เหมือนกัน และหนูชอบเพลงมาก จนได้มารู้ว่าเขามีวงจริง ๆ ชื่อ “AKB48” เลยติดตามมาตั้งแต่ตอนนั้น จนกระทั่งเขาจะมี BNK48 ในไทย ซึ่งมันเหมือนความฝันเราตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าอยากร้องเพลง อยากมอบความสุขเหมือนอย่างที่ AKB48 ทำให้เราบ้าง เลยลองมาสมัครดู ช่วงแรกอาจมีติดขัดบ้าง เพราะคุณพ่อกลัวเราเสียการเรียน แต่ว่าหนูก็บอกปะป๊าว่าจะทำให้ดีที่สุดทั้ง 2 อย่าง ปะป๊าเลยอนุญาต ซึ่งมาถึงตอนนี้ปะป๊าก็สนับสนุนเราเต็มที่และค่อนข้างไปทางเห่อลูกนิดหน่อย ไปไหนก็ถามว่ารู้จักมั้ย นี่ “จ๋า BNK48” นะ (ยิ้ม)”

 ยังจำวินาทีแรกที่ได้ยืนบนเวทีในฐานะ BNK48 ได้มั้ย? 
จ๋า “ตอนเปิดตัวครั้งแรกในฐานะ BNK48 เราไม่ได้ทำการแสดง ก็รู้สึกกังวลนะคะ แต่ผิดคาดที่คนมากันเยอะมาก ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้มาแสดงเลย แต่ทุกคนกลับส่งเสียงเชียร์และเป็นกำลังใจให้เราเยอะมากค่ะ”

ล่าสุดมีซิงเกิ้ลใหม่ “วันแรก” กดดันมากน้อยแค่ไหน เพราะเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ประสบความสำเร็จมาก?
เจน “ค่อนข้างกดดันเพราะว่าคนก็ติดภาพ “คุกกี้เสี่ยงทาย” แต่เราก็ไม่ได้เอาเปรียบเทียบกัน เพราะเนื้อเพลงคนละความหมาย คือเพลง “วันแรก” เป็นแนวพยายาม เป็นเพลงที่โตขึ้น ซึ่งมันขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน แต่อยากให้เพลงนี้เป็นเหมือนการสื่อถึงนักสู้ ให้กำลังใจคนที่ท้อถอยค่ะ”
จ๋า “เพลงมันคนละแนวกัน ถ้า “คุกกี้เสี่ยงทาย” ก็เป็นแนวที่แสดงด้านน่ารักสดใสของเรา แต่เพลง “วันแรก” จะแสดงให้เห็นอีกด้านของเรา ด้านที่เราต้องต่อสู้ ฝ่าฟันต่าง ๆ นานา กว่าจะมีวันแรกแบบนี้ คือพวกเรา BNK48 ไม่ได้มีแค่ด้านน่ารักเท่านั้น แต่พวกเรายังมีด้านที่เต็มไปด้วยความพยายามด้วยค่ะ”

เจน” ได้เป็นเซ็นบัตสึครั้งแรกในเพลง “วันแรก” รู้สึกยังไง?
เจน “ตอนแรกรู้สึกช็อก (ยิ้ม) ตอนประกาศชื่อ เจนก็เกือบเป็นคนสุดท้าย ลุ้นมาก แต่ดีใจที่ได้ติดเซ็นบัตสึครั้งนี้ คือการเป็นอันเดอร์เกิร์ลก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีนะคะ แต่การที่เราได้ก้าวจากอันเดอร์เกิร์ลมาเป็นเซ็นบัตสึ เราก็อยากให้เห็นเหมือนเป็นตัวแทนของเพื่อนอันเดอร์เกิร์ลที่ไม่ติด คือตอนเราเป็นอันเดอร์เกิร์ลมาตลอด 2 ซิงเกิ้ล ทำให้เราเข้าใจคนที่เป็นอันเดอร์เกิร์ลว่ารู้สึกยังไง กดดันแค่ไหน ก็อยากทำให้เห็นว่าถ้าเรามีความพยายาม จากอันเดอร์เกิร์ลก็สามารถเป็นเซ็นบัตสึได้ค่ะ”



ตั้งแต่เป็นสมาชิก
BNK48 ประทับใจเรื่องอะไรมากที่สุด?
จ๋า “วันที่เราร่วมฝ่าฟันด้วยกันมา วันที่เราได้เดบิวต์เป็น BNK48 ครั้งแรก เราได้ขึ้นไปโชว์ซิงเกิ้ลแรก ซึ่งวันนั้นเป็นวันแรกที่เราออกไปโชว์ให้ทุกคนได้เห็น ทั้งที่เขาและเราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คือเราร่วมเต้น ร่วมฝ่าฟัน ร่วมหัวเราะ ร้องไห้มาด้วยกัน จนถึงวันที่พวกเราจะได้โชว์ความสามารถให้ทุกคนได้เห็นแล้วนะ วันนั้นพอเราแสดงปุ๊บ เราเห็นแฟนคลับมาเยอะมาก ทำโปรเจคท์ให้ด้วย เราก็ทั้งตกใจและดีใจ พอแสดงจบเราก็ร้องไห้ กอดกันเลย มันก็เป็นความประทับใจ ความทรงจำดี ๆ ที่เราได้ทำร่วมกันมาค่ะ”
เจน “ความประทับใจของเจนก็เหมือนกับจ๋า และเจนชอบ BNK48 ตรงที่ทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน เราไม่ได้แข่งขันเพื่อเป็นที่ 1 หรือกีดกันคนอื่น ใครได้เป็นเซ็นบัตสึเราก็ดีใจด้วย ส่วนคนที่เป็นเซ็นบัตสึแล้วก็บอกให้สู้ไปด้วยกันนะ คือเราไม่ทิ้งกัน อย่างตอนที่ประกาศเซ็นบัตสึของเจน พอเจนได้ปุ๊บเพื่อน ๆ ก็เข้ามากอด พี่มิโอริก็บอกว่าดีใจด้วยนะ เห็นมั้ย ทำได้แล้ว ความพยายามเห็นผลแล้ว ต่อให้เขาไม่ติดแต่เขาก็ยินดีกับเรา” จ๋า เสริม “เขาเข้ามากอด มาให้กำลังใจเรา ร้องไห้ร่วมกับเราค่ะ”

เจน” กับ “จ๋า” ประทับใจอะไรในตัวของกันและกันบ้าง?
จ๋า “หนูประทับใจพี่เจนตรงที่เขาพยายามมาตลอด ช่วงแรก ๆ พี่เขาอาจไม่ค่อยมีความมั่นใจเท่าไหร่ แต่พี่เขาพยายาม ถึงซิงเกิ้ลที่ 1 และ 2 ไม่ติด เขาก็ไม่ถอย และทำให้ทุกคนได้เห็นทั้งทักษะการเต้น การร้องเพลงที่พัฒนามากขึ้น จนในที่สุดเขาก็แสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาทำได้ในซิงเกิ้ลที่ 3 ค่ะ”
เจน “เห็นจ๋าครั้งแรกเขาดูขี้กังวล ตอนแรกที่คุยกันยังดูกลัว น้องยังไม่สนิทกับใคร ไม่ค่อยกล้าคุยกับใคร แต่พอได้เห็นน้องไปเรื่อย ๆ ก็เห็นพัฒนาการของน้อง เห็นน้องยิ้มมากขึ้น เหมือนดูน้องสาวที่โตขึ้นมาด้วยกัน” จ๋า บอกว่า “ตอนแรกหนูยังไม่ค่อยสนิทกับใคร ด้วยความที่หนูมาทีหลัง วันแรกที่เขามีการละลายพฤติกรรม ทุกคนก็มีกลุ่มเพื่อนกันแล้ว แต่หนูมาทีหลังเลยไม่รู้จะเข้ากลุ่มใคร คือที่หนูมาช้าเพราะว่าหนูไปเคลียร์กับพ่ออยู่ (หัวเราะ) ตอนนั้นปะป๊ายังไม่อนุมัติ เลยมาช้ากว่าคนอื่น จึงยังไม่ค่อยสนิทกับในวงเท่าไหร่ แต่ช่วงหลังมานี้เราก็สนิทกันมากขึ้น จากที่ไม่เคยคุยกับพี่เจนเลย พอได้อยู่ด้วยกันก็คุยกัน” เจน เสริม “แม้ตอนแรกไม่ได้สนิทกัน แต่พอเข้าวงมาก็มีโอกาสได้คุยกัน ได้เล่นกัน แล้วจ๋าก็ชอบแกล้งพี่ (ยิ้ม) ซึ่งเรามักปรึกษาเรื่องกินกันมากที่สุด” จ๋า พูดต่อ “พี่เจนชอบบอกว่า นี่พี่น้ำหนักขึ้นอีกแล้ว (หัวเราะ)” เจน บอกกลับว่า “เขาเป็นหลุมดำ รุ่นจูเนียร์ค่ะ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน (ยิ้ม) หนูนี่เครียดเลย”



มีนิสัยอะไรที่ไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งได้มาเป็นสมาชิกอยู่ด้วยกันถึงได้รู้บ้าง
?
จ๋า “หน้าสล็อตใน “ซูโทเปีย” ของพี่เจนค่ะ คือตอนออดิชั่นพี่เขามีความสามารถพิเศษหลายอย่างมาก และดูเป็นคนที่ไม่น่าจะทำหน้าแบบสล็อตได้ พอหนูเห็นพี่เจนทำหน้าสล็อตได้ ก็รู้สึกว่าอย่างเท่ (หัวเราะ)”
เจน “ตอนแรกหนูไม่รู้ว่าน้องเป็นคนที่กินเยอะมาก (หัวเราะ) หนูตกใจมาก เห็นน้องกินแล้วรู้สึก ว้าว! แต่เขาดูไม่อ้วนเลย และอีกอย่างคือแม้น้องจะเด็ก แต่ก็มีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากค่ะ”

มีความสามารถพิเศษอะไรของอีกฝ่าย ที่อยากได้เป็นของตัวเองบ้าง?
จ๋า “เต้นค่ะ พี่เจนเต้นเก่งมาก ก่อนหน้านี้หนูก็จะคอยแอบมองพี่เขาอยู่ห่าง ๆ ก่อนเราจะเดบิวต์ ครูก็จะบอกว่าใครเต้นดีให้นั่งลง เราก็จะเป็นคนท้าย ๆ ที่จะได้นั่ง เพราะค่อนข้างกาก (ยิ้ม) ไม่ค่อยถนัดเรื่องเต้น เราก็แอบมองพี่เจนเต้นดี เต้นสวย”
เจน “เจนชอบการร้องเพลงของน้อง น้องร้องเพลงได้มีเอกลักษณ์มาก มีพลัง อย่างเพลง “อยากร้องดังดัง” ที่น้องมีการเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นพี่ปาล์มมี่ แบบพี่ปาล์มมี่เข้าสิงร่าง น้องเป็นคนที่ทำอะไรต้องใส่ให้สุด จำได้เลยตอนนั้นชอบมาก ๆ”

เห็นในวงมีฉายากันด้วย หากเปิดโอกาสให้ตั้งฉายาให้อีกฝ่าย อยากตั้งว่าอะไรดี?
จ๋า “หนูจะตั้งว่า “เจน มี่มีมี่มีมี่มีมี” (ร้องเป็นเพลง) มันคือชื่อไลน์ของพี่เจนว่า “เจเนมี่” แต่หนูอ่านว่า เจนมิ แล้วมันก็รู้สึกถึงทำนองเพลงนั้น ตอนนี้ทุกคนก็ล้อพี่เขาว่าเป็น “เจน มี่มีมี่มีมี่มีมี” หมดเลย (หัวเราะ)”
เจน “เจนขอตั้งฉายาจ๋าว่า “กุ้งเสียบไม้” แล้วกัน เพราะว่าน้องผอมมาก โอเคมั้ยกุ้งเสียบไม้ของพี่ (หันไปยิ้มให้จ๋า)”

ใกล้จะมี “BNK48” รุ่น 2 แล้ว ทั้งคู่คิดว่าจะมีการแข่งขันในทีมมากขึ้นแค่ไหน?
เจน “การแข่งขันมันก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของแต่ละคน ถ้าใครพยายามมาก ผลลัพธ์ก็ออกมาดี คือครูที่สอนบอกว่า ทุกคนจะมียอดพีระมิดของตัวเอง ไม่ต้องแข่งกับใคร เราแค่ปีนขึ้นไปบนพีระมิดของตัวเองได้เท่านั้นพอแล้วค่ะ”
จ๋า “เป็นเรื่องการปรับตัวมากกว่า เราจะมีสมาชิกเข้ามาแล้ว ก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้อง ๆ ด้วย ส่วนเรื่องแข่งขัน แม้ว่าจะไม่มีรุ่นน้องเข้ามา พวกเราก็ต้องแข่งขันกันภายในรุ่น 1 อยู่แล้ว ถ้าน้องเข้ามามันก็เหมือนสร้างสีสันเพิ่มขึ้น เราก็พยายามในส่วนของเราให้เต็มที่ ดีที่สุด เราจะติดเซ็นบัตสึมั้ย ก็ไม่เกี่ยวว่ามีรุ่น 2 เข้ามารึเปล่า มันอยู่ที่ความเหมาะสมของเรากับเพลงนั้น อยู่ที่ผู้บริหารมองว่าคนไหนเข้ากับเพลงไหน ถ้าเราเข้ากับเพลงนั้น เราก็ได้เป็นเซ็นบัตสึ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีรุ่น 2เข้ามาค่ะ”



มองเป้าหมายในการเป็นสมาชิก “
BNK48” ไว้ยังไง?
เจน “เป้าหมายของหนูคือการพัฒนาตัวเอง อย่างที่จ๋าเคยบอกว่าเจนเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง เมื่อก่อนให้เจนมานั่งพูดแบบนี้ เจนร้องไห้ไปแล้ว ที่นี่เหมือนโรงเรียนที่คอยพัฒนาสมาชิกแต่ละคนให้ดีขึ้น ส่วนเรื่องการโด่งดังเป็นซูเปอร์สตาร์ มันคือกำไรมากกว่า เพราะมาตรงนี้มันเหมือนเป็นการหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เราอาจหาตรงอื่นไม่ได้”
จ๋า “BNK48 เป็นความฝันอย่างหนึ่งของหนู ได้เข้ามาร้องเพลง ได้มาเต้น เป็นไอดอล มอบความสุขให้กับทุกคนเหมือนที่ AKB48 เคยมอบให้หนู คือหนูไม่ได้มีเป้าหมายจริงจัง เราก็เพิ่งผ่านคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก มันก็เหมือนประสบความสำเร็จในเป้าหมายของเราอย่างนึงแล้ว หนูก็อยากทำให้ได้มากขึ้น ใหญ่ขึ้นอีกเรื่อย ๆ ไม่ได้มีเป้าหมายสูงสุด แต่อยากให้เราไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ร่วงลงมาค่ะ”

เวลาเหนื่อยหรือท้อ มีแรงใจจากไหนทำให้สู้ต่อไปบ้าง?
จ๋า “เหนื่อยหรือท้อหนูจะได้รับกำลังใจบางส่วนจากครอบครัว ตอนแรกที่ปะป๊าไม่ค่อยอยากให้มาเป็นสมาชิก เพราะกลัวเสียการเรียน แต่พอเขายอมรับในตัวหนู เขาก็กลายเป็นพลังให้หนู เวลาหนูท้อ คุณพ่อคุณแม่ก็คอยปลอบ และกำลังใจจากแฟนคลับ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากจดหมาย เขาจะเขียนความรู้สึกที่เขาประทับใจเรา มันทำให้เรามีกำลังใจที่จะก้าวต่อ เป็นตัวของตัวเอง และทำในสิ่งที่เราชอบต่อไป คือไม่ว่าคอมเมนต์ จดหมาย หรืออะไรก็ตามที่ส่งมาให้เรา เราอ่านทุกอย่างนะคะ”
เจน “เจนมีทั้งครอบครัว แฟนคลับและสมาชิกเลย เพราะตอนแรกเจนเป็นคนขี้กังวล เรื่องเล็กน้อยก็จะเก็บมาคิดมาก เจนก็กลับไปคุยกับแม่ที่บ้าน แม่ก็บอกว่าเหนื่อยก็พัก พร้อมเมื่อไหร่ก็สู้ต่อ แม่เป็นกำลังใจอยู่ตรงนี้เสมอ”

สำหรับทั้งคู่แล้ว “โอตะ” มีความสำคัญหรือเปรียบได้กับอะไร?
เจน “ตอนนี้ก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน การที่เราจะก้าวไปในแต่ละก้าว มันต้องมีกำลังใจจากแฟนคลับที่สนับสนุนเราด้วย เพราะเราทำไปแล้วแฟนคลับไม่มีความสุข มันก็จะรู้สึกว่าการที่เราตั้งใจทำไปได้ส่งถึงเขามั้ย เขาจะได้รับจากเรารึเปล่า”
จ๋า “BNK48 อยู่ได้ก็เพราะแฟนคลับ ถ้าไม่มีมันก็เหมือนครอบครัวที่ขาดอะไรไปสักอย่าง แฟนคลับทำให้เราทำอย่างโน้นอย่างนี้ เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราจะพยายามสู้และทำต่อไปค่ะ เหมือนแรงที่คอยส่งให้เราอยู่ตรงนี้ต่อไปได้”



ถามเรื่องหัวใจ ณ ตอนนี้ทั้งคู่มีมุมมองความรักยังไงบ้าง
?
จ๋า “จริง ๆ ก่อนหน้านี้หนูก็ไม่ได้มีแฟนนะคะ พอยิ่งเข้ามาใน BNK48 ก็ยิ่งรู้สึกว่าแฟนไม่จำเป็นเลย เหมือนความรักที่ได้จากแฟน ๆ ก็เพียงพอแล้ว ความรักที่ได้จากสมาชิกด้วยกันก็อบอุ่นดีอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีคนอื่นเลย”
เจน “ก่อนเข้ามาตรงนี้เจนก็ไม่มีแฟนเหมือนกัน และพอเข้ามาเราก็ไม่ได้เหงา ชีวิตก็เต็มที่กับตรงนี้ แล้วเราก็ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องนั้น ชีวิตเราตอนนี้ก็มีสีสันดีอยู่แล้วค่ะ”

หนุ่มในอุดมคติ ที่จะพิชิตใจทั้งคู่ได้ต้องเป็นยังไง?
เจน “ถ้าเป็นเรื่องสเปก แบบมองแว่บแรก ชอบคนตัวสูง (ยิ้ม) เจนชอบคนที่ดูแบดบอย เท่ ๆ แต่ความจริงนิสัยดี แต่มันก็เป็นเซ้นส์ของเราเองมากกว่า มันขึ้นอยู่กับว่าเราเข้ากันได้รึเปล่า นิสัยเป็นยังไงค่ะ”
จ๋า “หนูชอบคนอบอุ่น ดูแลเอาใจใส่ (ยิ้ม) และอยู่ที่นิสัยด้วย ถ้าดีก็โอเคค่ะ”

ท้ายสุดอยากบอกอะไรกับ “โอตะ” มากที่สุด?
เจน “ตั้งแต่วันแรกที่เจนไม่ได้เป็นคนดัง ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้าง สนับสนุนกันตลอดมา ไม่ทิ้งกัน คอยเป็นแรงผลักดัน บอกว่าเจนต้องพัฒนาตรงนี้นะ คอยชี้แนะว่าเจนต้องทำตรงนี้ให้ดี ขอบคุณที่จับมือกับเจนมาตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่ที่เราเป็นอันเดอร์เกิร์ลค่ะ”
จ๋า “ขอบคุณแฟน ๆ ที่คอยอยู่เคียงข้างหนู รักหนูที่หนูเป็นหนู แม้จะเป็นส่วนน้อยแต่ก็ไม่เคยทิ้งหนูไปไหน แม้จะมีวันที่หนูมีความสุข ติดเซ็นบัตสึ แต่มันก็มีวันที่หนูร้องไห้เสียใจ ที่ไม่ติดซิงเกิ้ล 2 แต่แฟน ๆ ก็ยังอยู่กับหนู คอยเป็นกำลังใจ คอยเชียร์ จนวันนี้หนูกลับมาติดเซ็นบัตสึอีกครั้งในซิงเกิ้ลที่ 3 ขอบคุณที่คอยเป็นกำลังใจ สัญญาว่าจะทำเต็มที่ ให้ดีที่สุด ทำให้ทุกคนภูมิใจ ไม่ให้ผิดหวังค่ะ”
จ๋า” และ “เจน” ถ่ายทอดเรื่องราวและมิตรภาพในวงได้อย่างงดงาม และทำให้เชื่อว่า “BNK48” และ “โอตะ” เป็นครอบครัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันจริง ๆ.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 387