อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

"น้ำหนึ่งBNK48"สวยสายโจ๊ะ กับความฝันที่ต้องไปให้ถึง

พูดคุยกับสาวสวยสายโจ๊ะแห่งวงไอดอลดัง “น้ำหนึ่ง BNK 48” กับความภูมิใจที่ได้ทำตามความฝัน พร้อมทำทุกอยางแบบเต็มที่ สู้ไม่ถอย! อาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.22 น.

ถึงคิวที่เราจะได้มาพูดคุยกับ “น้ำหนึ่ง BNK 48” หรือ “มิลิน ดอกเทียน” สาวสวยสายโจ๊ะ ที่เจ้าตัวบอกกับเราว่า เธอเป็นคนสนุกสนานเฮฮา มีอารมณ์ขัน เลยได้ฉายา “สายโจ๊ะ” แถมยังชอบผู้ชายอารมณ์ดี มีมุกตลก เท่านั้นยังไม่พอเจ้าตัวบอกวันนี้ดีใจที่ได้เดินตามฝัน แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เอาละเกริ่นมาขนาดนี้แล้ว เราไปคุยกับ น้ำหนึ่ง มิลิน ผู้สู้ไม่ถอยคนนี้กันเลยจ้า

ทำไมถึงเลือกที่จะเข้ามาเดบิวต์เข้าวง BNK 48?
“คือน้ำหนึ่งชอบร้องเพลง ชอบเต้น ตั้งแต่เด็กค่ะ ก็เคยมีไปออดิชั่นที่อื่นมาเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ติด แต่มีอยู่วันหนึ่งก็เห็นอันนี้เด้งขึ้นมาในเฟซบุ๊ก ก็เลยมาสมัครลองดู ตอนที่ไปสมัครตอนนั้นก็อายุ 19 ปี คือคิดว่าตัวเองอายุเยอะ กับการเป็นเด็กฝึกแต่คิดไปคิดมา ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ก็ตัดสินไปสมัครค่ะ”

ก่อนที่จะไปสมัคร ตอนนั้นฝึกซ้อมหนักมั้ย?
“ก็ซ้อมปกติของเราค่ะ คือน้ำหนึ่งเป็นคนชอบเต้น ชอบร้อง แต่ไม่เคยไปเรียนเต้น เรียนร้องเพลงที่ไหน ก็แกะท่าในวิดีโอต่าง ๆ เอา ตอนที่ไปเดบิวต์ตอนนั้นก็ทำใจเผื่อเอาไว้ 50/50 แต่พอได้ประกาศผลว่าเราติด ก็ดีใจมากเลยค่ะ ก็รีบบอกคุณพ่อคุณแม่ ว่าเราได้นะ ดีใจมาก ๆ”



พอเข้าวงมาแล้ว ช่วงแรกซ้อมหนักมั้ย?
“แรกก็แบบลุกจากเตียงไม่ไหวเลยค่ะ (หัวเราะ) เพราะว่ามาซ้อมก็เจอทุกอย่างเลย ตั้งแต่กระโดดตบ วิ่ง ซ้อมท่า ซ้อมหนักมากกว่าจะเสร็จก็ 3 ทุ่มทุกวัน เหนื่อยมากวันแรก ๆ อย่างที่บอกค่ะว่าลุกจากเตียงแทบไม่ไหว แต่พอเราซ้อมทุกวัน ร่างกายก็เริ่มที่จะชินก็สบายขึ้นค่ะ”

ช่วงที่ซ้อมหนัก ๆ มีท้อบ้างมั้ย?
“ท้อมีแต่ช่วงแรก ๆ ค่ะ ที่ซ้อมหนัก แต่ก็คิดว่าเราเหนื่อยร่างกายกลับบ้านมานอนพัก เช้ามาก็หาย ก็ลุยต่อ ซ้อมมาขนาดนี้ท้อไม่ได้ค่ะ ก็สู้ค่ะ”

พอเพลงออกมา เพลงแรกเรารู้สึกยังไงบ้าง?
“ตื่นเต้นมากเลยค่ะ ตอนนั้นแบบได้ยินเสียงตัวเองออกสื่อ แต่ว่าตอนนั้นเป็นซิงเกิ้ลแรกมันก็ยังไม่ดังมาก แต่เราก็ภูมิใจที่เราฝึกซ้อมมาแล้ววันนี้เราได้เห็นผลงานของเราแล้ว”



จำความรู้สึกวันแรกที่ขึ้นเวทีได้มั้ย เป็นยังไงบ้างตอนนั้น?
“ตื่นเต้นมากค่ะ วันที่เดบิวต์ ตอนนั้นก็คิดว่าเราออกไปแล้ว จะมีคนมาสนับสนุนพวกเรามั้ย แต่ออกไปหน้าเวที เราได้เห็นคนที่มาให้กำลังใจ มาเชียร์เราเยอะมาก เชียร์ทั้งวงเราก็ปลื้มกันมาก ดีใจน้ำตาไหลกันเลยทีเดียวค่ะ”

ตัวจริงน้ำหนึ่งเป็นคนยังไง?
“ลึก ๆ แล้ว น้ำหนึ่งเป็นคนขี้อายนะคะ คือเป็นคนไม่ชอบพรีเซ็นต์ตัวเอง ตอนที่ซิงเกิ้ลแรกออกก็จะบอกแต่เพื่อนที่สนิทกันเท่านั้น ไม่ได้บอกคนอื่น ๆ เลย แต่ถ้าถามว่าเป็นแบบไหน น้ำหนึ่งก็จะเป็นสายโจ๊ะ ตลก ๆ เป็นคนมีดนตรีในหัวใจ คือเต้นคนเดียวก็ได้ ไม่ต้องมีเพลงก็เต้นได้อะไรประมาณนั้นค่ะ เพื่อน ๆ เลยเรียก น้ำหนึ่งสายโจ๊ะ”

เข้ามาทำงานในวงการ ที่บ้านสนับสนุนเรามากน้อยแค่ไหน?
“ที่บ้านไม่ห้ามเลยค่ะ เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ทิ้งการเรียนแน่นอน เพราะว่ากว่าจะสอบเข้าธรรมศาสตร์ได้ก็ทุ่มเทเต็มที่เหมือนกัน พอเข้าเรียนได้แล้วก็ไม่ทิ้งแน่นอน ส่วนงานกับ BNK 48 อันนี้คือความฝัน ความชอบของน้ำหนึ่ง พ่อแม่เขาก็ดีใจกับเราที่ได้เข้าวง แต่ก็บอกว่าไม่ให้ทิ้งการเรียนเท่านั้นเอง”



แต่เห็นหลาย ๆ คนในวงมีดร็อปเรียน เพราะว่าบางคนชนกับงาน เราเองมีดร็อปบ้างมั้ย?
“ก็มีดร็อปบ้างค่ะ บางวิชา แต่ไม่ได้ดร็อปทั้งหมด ก็คิดว่าเราอาจจะจบ 4 ปีครึ่ง ก็ฮึดหน่อยค่ะ เพราะว่าอีกปีครึ่งก็จะจบแล้ว ตอนนี้ปี 3 แล้วอีกนิดเดียวก็จบ อาจจะเหนื่อยกว่าคนอื่นนิดหนึ่ง แต่ก็คิดว่าถ้าเราวางแผนการเรียนดี ๆ มันก็น่าจะทำควบคู่กันไปได้ ตอนนี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วค่ะ จัดสรรเวลาได้”

ในเรื่องของกฎการถ่ายรูป เวลาที่เราไปเรียน เพื่อน ๆ เข้าใจมั้ย?
“เข้าใจค่ะ ในเรื่องของกฎ BNK 48 อันนี้เพื่อน ๆ รู้ทุกคน ก็เลยไม่มีใครโกรธ แล้วก็ทุกคนเข้าใจก็จะไม่เข้ามาขอถ่ายรูปด้วย เราก็สบายใจที่ทุกคนเข้าใจในเรื่องนี้ แต่แรก ๆ ก็มีบ้าง ช่วงที่กฎการห้ามถ่ายรูปยังไม่ดัง แต่หลัง ๆ พอกฎนี้ดัง ก็อย่างที่บอกค่ะเพื่อนเข้าใจหมด”



การอยู่ในวง จะต้องมีการแข่งขันกันตลอด ตรงนี้เรากดดันมั้ย?
“ไม่ค่ะ เราไม่ได้รู้สึกว่าเราแข่งขันกับเพื่อน ๆ แต่จะรู้สึกว่าเราแข่งขันกับตัวเองมากกว่า เพราะถ้าเราแข่งกับคนอื่น แล้วถ้าเห็นเขาได้ดีแล้วเราไม่ได้เราก็จะเหนื่อย ท้อ และอีกอย่างมันก็ไม่ใช่แนวทางของเรา เหมือนเราต้องหาตัวเองให้เจอ แต่ก็ไม่รู้ว่าเจอหรือยัง แต่ตอนนี้น้ำหนึ่งก็เป็นตัวของตัวเอง ทำอะไรที่เรามีความสุข แต่ถามว่ามีเครียดบ้างมั้ย ก็มีเครียดบ้างค่ะ ตอนที่ใกล้ ๆ จะประกาศเซ็มบัตสึ 16 คน ทุกคนก็ลุ้นกันว่าเพลงนี้เราจะติดกันมั้ยนะ น้ำหนึ่งเชื่อว่าทุกคนจะเครียดกันช่วงนี้มากกว่า เหมือนเราก็ไม่ได้เป็นสมาชิกที่แข็งแรงมากที่จะมั่นใจว่าเราจะติดทุกครั้งแต่ก็อยากจะไปให้ถึงจุดที่เรามั่นใจได้ในทุก ๆ ครั้งที่ประกาศเซ็มฯ นะคะ แต่ก็จะพยายามพัฒนาตัวเองในทุก ๆ เรื่อง ทั้งการร้อง การเต้น หรือว่าด้านวาไรตี้ เวลาที่ไปออกทีวี หรืออยู่บนเวที แต่ครูที่มาสอน BNK 48 เขาก็บอกว่าอย่าคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ให้คิดว่าตัวเองยังไม่เก่งให้พัฒนาอยู่เรื่อย ๆ”

อย่างนี้ หาเวลาไปเรียนเพิ่มเติมบ้างมั้ย?
“ก็อยากนะคะ ตอนนี้ก็คิดว่าอยากเรียนร้องเพลง อยากเรียนการแสดงเพิ่มเติมด้วยค่ะ อยากเป็นนางเอกละคร (หัวเราะ) เราต้องมีจุดมุ่งหมาย (หัวเราะ) ตอนนี้ก็หาเวลาไปเรียนก่อนค่ะ พัฒนาไปเรื่อย ๆ”

เอ้าแล้ววิชาที่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ มาล่ะ?
“ก็ยังไม่รู้อนาคตเหมือนกันค่ะ (หัวเราะ)แต่ถ้าถึงวันที่ BNK 48 ไม่ต้องการเราแล้ว หรือว่าแฟนคลับไม่รักเราแล้ว ก็อาจจะไปทำงานด้านที่เรียนมา”



ตอนนี้มีคนรู้จักเรามากขึ้นแล้ว เราต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังตัวมากขึ้นมั้ย?
“ก็ไม่ถึงกับระมัดระวังมากเท่าไรค่ะ แต่ก็จะมีแบบเวลาที่เราออกจากบ้านก็มีพรางตัวบ้าง ใส่หมวก ใส่หน้ากาก เขินค่ะ เวลาที่ออกจากบ้านแล้วไม่ได้แต่งหน้า เขิน (หัวเราะ) กลัวว่าแฟนคลับจะตกใจว่านี่เหรอ น้ำหนึ่ง หน้าสดเป็นแบบนี้เอง (หัวเราะ)”

ถามเรื่องความรักบ้าง เรียนปี 3 แล้ว มีหนุ่ม ๆ มาจีบบ้างมั้ย?
“เรื่องแฟนไม่มีเลยค่ะ ไม่เคยมีแฟนเลยตั้งแต่เกิด แต่ถ้าถามว่ามีคนมาจีบบ้างมั้ย ก็มีบ้างค่ะ แต่ว่ามันยังไม่ชอบ ถามว่ามีสเปกมั้ย น้ำหนึ่งไม่ได้มีสเปกนะคะ แต่ชอบคนที่อารมณ์ดี ตลก อยู่ด้วยแล้วทำให้เราหัวเราะได้ แต่ถ้าภาพลักษณ์ในหัวที่ชอบ ก็จะชอบแบบพี่ปั้นจั่น พี่ซันนี่ค่ะ ชอบแนว ๆ นี้ค่ะ (หัวเราะ) เคยเจอพี่เขาทั้งสองคนด้วยค่ะ แต่ก็ไม่กล้าบอกพี่เขา น้ำหนึ่งเขิน (หัวเราะ) แบบปลื้ม ๆ พี่เขามาก จะไม่ค่อยกล้าบอก”



ในอนาคต น้ำหนึ่งมีแพลนเอาไว้มั้ย ว่าจะทำอะไรต่อ เพราะนี่ก็ใกล้เรียนจบแล้ว
?
“เหมือนตอนนี้ก็มีรายได้บ้าง จากงานตรงนี้ แม่ก็จะไม่ซีเรียสอะไรกับเรา ขอแค่เราเรียนให้จบมีใบปริญญาให้เขาได้ปลื้มใจ แล้วเมื่อเราเรียนจบแล้ว เราอยากจะทำอะไร ไปต่อทางไหนเขาก็แล้วแต่เราค่ะให้เราเลือกเอง อย่างตอนที่เข้ามาทำงานในช่วงแรก น้ำหนึ่งได้เงินก้อนแรกมาก็เอาไปให้แม่เลยค่ะ ตอนนั้นสะสมมาได้หมื่นกว่าบาท ก็เอาไปให้เขา แม่ก็บอกว่าขอบใจนะ แม่ก็เก็บไว้ให้เรานั่นแหละ ไม่ได้เอาไปไหน ส่วนงานใน BNK 48 คือถ้าวันหนึ่งเรารู้สึกว่าเราโตมากแล้ว เราก็อาจจะมีออกมาทำเพลงคนเดียว หรือเป็นนักแสดง หรือทำงานอื่น ๆ แต่ยังอยู่ในบริษัท BNK แต่ไม่ได้เป็นเน็ตไอดอล ไม่ได้ใช้นามสกุล BNK 48 ซึ่งพี่ ๆ เขาก็บอกว่าแล้วแต่เราจะเลือกค่ะ หรือว่าจะออกไปมีครอบครัวก็ดี (หัวเราะ)”

น้ำหนึ่งมีความภูมิใจอะไรคำว่า BNK 48?
“มันภูมิใจที่เราได้ทำความฝันของเรา เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เป็นตามที่ตัวเองฝัน และเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบทุก ๆ วัน เมื่อได้โอกาสมาแล้วเราก็ต้องสู้ไม่ถอย เป็นกำลังใจให้น้ำหนึ่งด้วยนะคะ”
วันนี้ก้าวแรกของเธอเป็นจริงอย่างที่ฝันแล้ว แต่เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล ร่วมกันเป็นกำลังใจให้น้ำหนึ่ง นักล่าฝันคนนี้กันต่อไป
นะจ๊ะ.

...........................................................
เรื่อง : กาญจนา สิทธิเม่ง
ภาพ : สันติ มฤธนนท์

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 4.81K