อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

"รินะ"ขอแค่เป็นคนสำคัญ พุ่งเป้าพา BNK48 สู่จุดสูงสุด

ด้วยความที่ชื่นชอบเมืองไทยตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือน ทำให้สาวญี่ปุ่น อิซึตะ รินะ อดีตสมาชิกวง AKB48 ที่ยอมย้ายจากบ้านเกิดเมืองนอน มาเดินตามหาความฝันและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวง BNK48 อาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2561 เวลา 07.26 น.

ด้วยความที่ชื่นชอบเมืองไทยตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือน ทำให้สาวญี่ปุ่น อิซึตะ รินะ อดีตสมาชิกวง AKB48 ที่ยอมย้ายจากบ้านเกิดเมืองนอน มาเดินตามหาความฝันและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวง BNK48 ซึ่งการใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนเพียงลำพังนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ความแตกต่างของวัฒนธรรมและภาษาจะเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตของเธอหรือเปล่า วันนี้เธอเลยมาเผยเรื่องราวของเธอใน ดาวต่างมุม ให้แฟน ๆ ได้รู้จักเธอมากขึ้น

ทำไมถึงย้ายมาจากญี่ปุ่นเพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งของ BNK 48?
“รินะอยู่ที่ AKB48 มาประมาณ 7 ปีแล้ว มีอะไรหลาย ๆ อย่างเตรียมพร้อมแล้ว ตัวรินะเองก็มีพร้อมทั้งคาแรกเตอร์ ทั้งตำแหน่งที่มีอยู่แล้ว แต่ตัวเองเป็นคนที่อยากเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ พอได้รับโอกาสตอนมางานเจแปน เอ็กซ์โป ครั้งแรกที่ประเทศไทย รู้สึกเลยว่าแฟนคลับชาวไทยให้การต้อนรับดีมาก เลยรู้สึกซาบซึ้งใจมาก พอรู้ข่าวว่าที่เมืองไทยจะมี BNK48 ก็เลยคิดว่ามันน่าลองดีนะ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ก็เลยตัดสินใจมา”

ความแตกต่างระหว่าง AKB48 กับ BNK48 คืออะไร?
“ตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่นนี่ทุกอย่างต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง แน่นอนการทำงานมีทีมอยู่แล้ว ก็ทำเป็นทีม แต่การเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ต้องทำคนเดียว ทำด้วยตัวเอง แต่พอมา BNK48 เนี่ย มันมีภาพลักษณ์ที่ทุกคนดูร่วมมือร่วมใจกัน พอมีประกาศเรื่องดี ๆ อย่างมีการประกาศเซ็มบัตสึ ทุกคนก็ร่วมดีใจด้วย ตรงนี้คือความรู้สึกที่แตกต่าง”



 ต้องจากบ้านมาอยู่เมืองไทยคนเดียวเป็นอย่างไรบ้าง?
“มาอยู่คนเดียวแบบนี้ครั้งแรก แต่ไม่เป็นไรค่ะ ชอบอยู่คนเดียวค่ะ (หัวเราะ) ไม่ค่อยคิดถึงบ้านเท่าไหร่ เพราะรินะเป็นคนเข้มแข็ง น่าจะไม่เป็นไรค่ะ ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นนี่ก็อยู่กันครอบครัวใหญ่ มีคุณพ่อคุณแม่ คุณตาคุณยาย ทำอะไรก็ไม่เป็น ทำกับข้าวก็ไม่เป็น ซักผ้าก็ไม่เป็น ตอนเช้าแม่ก็ไปส่ง กลางคืนก็รับกลับ จะอยู่บ้านก็แค่ตอนนอน พอมาอยู่ไทยคนเดียวก็คิดว่า เอ๊ะ! ซักผ้าจะทำได้ไหม แต่พอได้ทำ เออมันก็ทำได้นี่ รู้สึกว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ที่แปลกใจมากคือตอนมาเมืองไทยครั้งแรก ห้องนํ้าไม่ค่อยมีทิซชู ตกใจเหมือนกัน ประหลาดใจทำไมเป็นแบบนี้ (หัวเราะ) ส่วนอาหารนี่ก็กินได้ค่ะ อาหารเผ็ดก็กินได้ อาหารไทยนี่ชอบมากค่ะ ชอบส้มตำข้าวโพดที่สุด”

 อยู่ที่โน่นมา 7 ปีแต่กับเมืองไทยตอนนั้นมันใหม่มากและไม่รู้อนาคตจะเป็นยังไง แต่ก็ยังกล้าตัดสินใจมา?
“ตอนที่ตัดสินใจมาก็รู้สึกโอเคนะ ไม่ได้รู้สึกว่าไม่สบายใจอะไร มันมีเวลาจากช่วงที่มาจนกว่าจะประกาศเป็นวงออกมาก็ประมาณ 1 ปี ก็มีเวลาที่จะศึกษา เรียนรู้ไป ก็ไม่มีปัญหาอะไรตรงนี้”



 สิ่งที่กังวลที่สุดในการมาอยู่ใน BNK48 คืออะไร?
“ตอนที่มาเมืองไทยครั้งแรกตอนเจแปน เอ็กซ์โป นั่นก็ตัดสินใจจะมาแล้วนะ แต่มันยังประกาศไม่ได้ เลยตัดสินใจมางานอีกครั้งในปีถัดมาเป็นครั้งที่ 2 ตอนนั้นก็จะมีการเปิดตัว BNK 48 ด้วย จะได้มาเจอกับสมาชิก BNK48 ด้วย ตอนนั้นก็รู้สึกทั้งกังวลด้วย แต่ก็รู้สึกสนุกและน่าสนใจไปพร้อม ๆ กัน”

 ตอนที่มาเมืองไทยใหม่ ๆ คือพูดภาษาไทยไม่ได้เลย?
“ใช่ค่ะ ก็ไปลงเรียนภาษาไทยก่อนเลย ตอนมาใหม่ ๆ ก็มีซัทจัง เขาเป็นลูกครึ่ง เขาพูดภาษาญี่ปุ่นได้ ก็ช่วยแปลให้ แล้วมิโอริก็พูดภาษาอังกฤษได้ ถ้าเฌอปรางพูดภาษาอังกฤษมา มิโอริก็แปลเป็นญี่ปุ่นให้อีกที ในวงก็สนิททุกคนค่ะ แต่ถ้าสนิทที่สุดน่าจะเป็นมิโอริ เพราะเป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกัน ก็ได้พูดภาษาญี่ปุ่นด้วยกัน ภาษาไทยบางคำก็ไม่เข้าใจค่ะ แต่ก็พยายามเรียนรู้ ทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยได้มีเวลาเท่าไหร่ ก็เลยไม่ค่อยได้ไปเรียนภาษาไทย ถ้ามีเรียนก็ต้องแจ้งทางบริษัทไว้ก่อนว่าจะมีไปเรียนนะ”



 การฝึกซ้อมที่เมืองไทยกับที่ญี่ปุ่นเหมือนกันไหม?
“มาที่เมืองไทยนี่การซ้อมก็หนักค่ะ มีซ้อมทุกวัน แต่ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นนี่จะเน้นออกงานมากกว่า เป็นแผนงานมา คือต้องมีคอนเสิร์ตก่อนถึงจะได้มาซ้อมเต้นกัน แต่พอมาอยู่เมืองไทย มีซ้อมร้อง ซ้อมเต้นทุกวัน มันดีนะ เราได้พัฒนาได้เทรนตัวเองด้วย”

 มาอยู่ BNK48 เหมือนมาเริ่มต้นใหม่ มีความท้อแท้บ้างไหม?
“มีค่ะ เพราะพูดภาษาไทยไม่ได้ การทำงานก็ยากมาก ก็มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร พูดกันไม่รู้เรื่อง เคยมีตอนที่ไปออกรายการหนึ่งตอนเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย ทางพิธีกรรายการบอก  ให้ทำอย่างหนึ่ง แต่รินะกลับไปทำอย่างหนึ่ง เรื่องการพูดออเจ้าอะไรนี่แหละ เราก็คิดว่า เอ๊ะ! จะเป็นอะไรหรือเปล่า แต่แฟน ๆ ก็โอเค อันนี้ตลกดีนะ แต่ตัวเราจะรู้สึกว่า เราทำไม่ตรงกับที่เขาบอก”

 ความแตกต่างระหว่างแฟนคลับคนไทยกับคนญี่ปุ่นล่ะ?
“คนญี่ปุ่นจะนิสัยเขิน ขี้อาย เวลาตามงานอีเวนต์เจอจะทักทายแบบเขิน ๆ แต่คนไทยจะแบบ เฮ้ สวัสดีค่ะ รินะ (เสียงสูง) จะทักทายแบบเขาสื่อว่าดีใจมากที่ได้เจอเรา รินะเลยรู้สึกดีใจมาก”



 อยู่ที่นี่ต้องแบ่งเวลาหรือต้องพยายามทำอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง?
“ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นช่วงเวลาเรียนมันไม่ค่อยมีหรอก ก็ค่อนข้างแบ่งเวลายาก แต่พอมาเมืองไทยก็มีทั้งเวลาเรียนและเวลาซ้อมมากขึ้น ตัวรินะเองก็ไม่ค่อยชอบหรอกเรื่องเรียน แต่พอมาเมืองไทยแล้วรู้สึกว่าเราต้องปรับปรุงตัวเองใหม่ เปลี่ยนตัวเองใหม่ เป็นก้าวใหม่มากขึ้น”

 มีเอาอะไรจาก AKB48 มาแนะนำ BNK48 บ้างไหม?
“จะมีบางเรื่องแหละที่สามารถเอามาสอนน้อง ๆ ในไทยได้ แต่ก็มีบางจุดที่ไม่เหมือนกัน อย่าง AKB48 ทำแบบนี้ได้นะ แต่พอเป็น BNK48 มันจะเป็นอีกแบบหนึ่งเลย ตัวรินะเองก็ไม่ได้ทราบเรื่องของเมืองไทยทุกอย่าง ก็ต้องค่อย ๆ ศึกษากันไป”

 ความยากในการร้องเพลงไทยล่ะฝึกยังไง?
“ตอนนี้ภาษาไทยก็ได้นิดหน่อยค่ะ มาครั้งแรกอ่านก็ไม่ได้ ร้องก็ไม่ได้ ก็จะเขียนเป็นภาษาคาราโอเกะก่อน แล้วก็ฟังบ่อย ๆ ฟังซ้ำ ๆ พอหลัง ๆ ก็ไปเรียนภาษาไทย ก็รู้เรื่องมากขึ้น ฟัง ออกมากขึ้น ภาษาไทยยากมาก ออกเสียงยากมาก เพลงที่ร้องยากที่สุดคือเพลง “BNK48” เพลงนี้เร็วมาก”



 ปกติเป็นคนมีพื้นฐานร้องเต้นมาอยู่แล้วหรือเปล่า?
“ก่อนที่จะเข้า AKB48 ก็เคยเรียนเต้นมาก่อน แต่ถ้าเรื่องการร้องเพลงนี่ไม่เคยร้องเลย คาราโอเกะก็ไม่ไป ก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองร้องเก่งหรือไม่เก่งกันแน่ ตอนอยู่ AKB48 ส่วนใหญ่ก็จะมีซ้อมเต้นอย่างเดียว ไม่ค่อยมีซ้อมร้องเท่าไหร่ การฝึกร้องเพลงก็คือการฟังเพลงแล้วก็ฮัมออกมาตามเพลงมากกว่า”

 ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นเคยติดเซ็มบัตสึบ้างหรือเปล่า?
“ไม่ติดค่ะ ตอนอยู่ที่ AKB48 ไม่ได้มีแค่วง AKB อย่างเดียว ยังมีพวก SKE วงน้องอีก ในประเทศญี่ปุ่นนี่โอกาสติดเซ็มบัตสึมันค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว ก็พอจะเข้าใจได้ แต่ตัวเซ็มบัตสึไม่ใช่งานร้องเพลงเพียงอย่างเดียว ยังมีงานรายการทีวีด้วย และก็มีบางรายการที่รินะเป็นตัวเด่นเหมือนกัน ก็เข้าใจได้ว่าบางทีอาจจะไม่ติดเซ็มบัตสึก็ไปทำงานอย่างอื่นแทน”

 ที่ไทยมีความสนใจงานอะไรเป็นพิเศษ?
“ตอนอยู่ที่โน่นก็ได้รับโอกาสทำรายการเยอะมาก พวกรายการเกมโชว์ รายการตลกก็ทำ แต่พอมาอยู่ไทยก็สนใจพวกงานแสดงด้วย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากแสดงละครทีวีดูเหมือนกัน หรือจะเป็นรายการทีวีอื่น ๆ รายการเกมโชว์ก็น่าสนใจเหมือนกัน”



เป้าหมายของตัวเองใน BNK48 คืออะไร?
“ถ้าในฐานะ BNK48 นี่ก็อยากจะพา BNK48 ไปแสดงคอนเสิร์ตในที่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และถ้าถึงวันที่ตัวรินะต้องออกจากวงก็อยากให้แฟน ๆ รู้สึกว่า ไม่อยากให้ออกเลย อย่าเพิ่งออกเลยนะ คืออยากให้ตัวเองมีความสำคัญกับวงรินะก็อยากจะช่วยให้ BNK48 ไปถึงจุดท็อปของประเทศไทย ตอนนี้ก็อายุ 23 ปีแล้ว ถ้าจะประกาศจบการศึกษาก็น่าจะอีก 3 ปีแล้วกัน ตอนนั้นอายุ 26 ปี คงแก่แล้ว (หัวเราะ)”

 อยากฝากอะไรถึงแฟนคลับคนไทยบ้าง?
“ตอนที่มีงานจับมือ แฟน ๆ ก็คอยมาพูดให้กำลังใจ พูดช้า ๆ ด้วยคำง่าย ๆ ให้เข้าใจ ก็รู้สึกว่ามีบทสนทนาเพิ่มมากขึ้น ก็รู้สึกขอบคุณค่ะ แล้วก็มีแฟนคลับบางกลุ่มที่เห็นว่ามาจากญี่ปุ่นคนเดียว ทำอะไรค่อนข้างยาก ก็คอยเชียร์อยู่ ก็ขอบคุณ แต่สิ่งสำคัญสำหรับรินะคือการที่แฟน ๆ ได้มีความสุขกับสิ่งที่รินะได้ทำ ได้เห็นแฟน ๆ มีรอยยิ้มก็รู้สึกดีใจ อยากให้แฟน ๆ แฮปปี้กับการติดตามรินะ”

เส้นทางของเธอในวงการบันเทิงของเมืองไทยจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ต้องบอกเลยว่า ยังไง...รินะก็ยังเป็นคนสำคัญของวง BNK48 เสมอจ้า.

............................................
มยุรี วนะสุขสถิตย์ : เรื่อง / วรพรรณ เลอสิทธิศักดิ์ : ภาพ
สวนน้ำแฟนตาเซีย ลากูน เดอะมอลล์ บางกะปิ : เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายทำ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.79K