อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562

"ต่อ-ธนภพ" คุยหมดเปลือกทุกเรื่อง ชีวิต 6 ปีในวงการและความรัก

‘ต่อ-ธนภพ’ คุยหมดเปลือกทุกเรื่อง ชีวิต 6 ปีในวงการและความรัก อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลา 07.00 น.

หลายคนรู้จัก ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจรวัย 25 ปี คนนี้ ครั้งแรกจากบทบาทเด็กหนุ่มผู้เกเรอย่างไผ่ ฮอร์โมนที่ทำให้เขามีชื่อเสียงเมื่อหลายปีก่อน ก้าวไปรับบทท้าทายแต่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมอย่าง พี่ยิมเด็กออทิสติก จาก โปรเจกต์ เอส เดอะซีรีส์ ตอน “Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ มาถึงบท เฮียอี้ จากซีรีส์ เลือดข้นคนจาง และล่าสุดบทบาทของศิลา จากละคร หัวใจศิลาทางช่องวัน 31 ประกบคู่นางเอกสาว เฟิร์น-นพจิรา ฤกษ์ขจรนามกุล ที่เพิ่งลาจอไปสามารถปลุกกระแสโซเชียลขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ทุกครั้งที่ละครออกอากาศ มีแฟนคลับติดตามทั้งในและต่างประเทศ ยิ่งทำให้หลายคนชื่นชมฝีมือการแสดงของต่อว่าพัฒนาทุกครั้งที่มีผลงานให้เราได้ชม วันนี้ ดาวต่างมุม ได้พูดคุยกับต่อแบบหมดเปลือกเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 62 ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าตัวเข้าพิธีอุปสมบทไปแบบเงียบ ๆ ที่วัดใน จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่การทำงานในละครเรื่องนี้ เมื่อบทบาทเปลี่ยนผ่านจากวัยรุ่นมาสู่การเป็นนักแสดงคุณภาพ ตลอดจนชีวิต 6 ปี ในวงการบันเทิง ชื่อเสียง ความโด่งดัง และเป้าหมาย รวมทั้งชีวิตส่วนตัวกับครอบครัวและความรักกับหวานใจแอร์โฮสเตสสาวนอกวงการ มีน-แขนภา ที่เคียงข้างกันมาถึง 9 ปีนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ทำความรู้จักผู้ชายคนนี้ให้มากยิ่งขึ้นในบทสัมภาษณ์นี้กันเลยค่ะ 

ละครหัวใจศิลาเรื่องนี้ถือเป็นงานละครเต็มตัวของคุณเลย?
“ใช่ครับ ย้อนกลับไปผลงานแรกคือ “ฮอร์โมน” บทบาทประมาณนี้ทำให้ผมเกิด ฉะนั้นวันนี้ถ้าผมจะเกิดอีกรอบผมต้องกลับมาโทนแบบนี้ แต่คนละเฉด สำหรับผมกำไรของคนดูในฐานะนักแสดง หนึ่งสเต็ปที่ผมออกมาเมื่อไหร่ เขาต้องเห็นว่าผมโตและพัฒนาขึ้น เห็นว่าผมมีอะไรมาเล่นให้ดู ที่ผ่านมาผมเริ่มเล่นบทที่เด็กกว่าอายุจริงมาตลอด แล้วจู่ ๆ จะโตเป็นผู้ใหญ่เลยมันยากมากนะ จนปีที่แล้ว พี่บอย-ถกลเกียรติ และ พี่ป้อน-นิพนธ์ ชวนผมเล่น “หัวใจศิลา” นี่เป็นละครเรื่องแรกที่ชัดจริง ๆ จากนักแสดงวัยรุ่นที่อินกับการแสดงมาก กำลังจะเปลี่ยนฐานผู้ชม นี่คือเรื่องใหญ่สำหรับผมและไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในวงการ แต่จึงตั้งใจจริงว่าอยากทำให้ได้ ผมฟังความคิดพี่ ๆ  แต่ก็ขอพี่ ๆ ฟังมุมผมด้วยได้ไหม วันนี้อายุมันไม่เกี่ยวเราเคารพเขาในวุฒิภาวะ แต่ถ้าเราจะทำงานด้วยกัน สุดท้ายเราจะฟังกันครับ กระแสที่ได้รับของ “หัวใจศิลา” ชัดมากว่าทำไมตัวจริงของผมกับตัวที่ผมแสดงต่างกันมาก เพราะผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์สตาร์ ผมวาดศิลปะในโลกของผม แต่โลกความจริงผมก็ยังเป็น “ต่อ-ธนภพ” ที่โคตรเรียล ไม่มีอะไรปิดบัง ไม่ชอบโกหก สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการแสดงคือความเชื่อของคนดู ไม่อินคือไม่ดูเลย สำหรับผมดารานักแสดงแค่หน้าตาดีไม่พอ ในโลกที่ศัลยกรรมเปิดกว้างถ้าผมไม่หล่อเข้าคลินิกแก้ได้ ฝีมือการแสดงฝึกได้ครับ แต่สิ่งที่ฝึกไม่ได้คือกึ๋นในการทำงาน ดูได้จากนักแสดงรุ่นใหญ่ทุกวันนี้ได้เลย”

อย่างที่ทราบกันว่าคือละครรีเมค เรื่องมีความเป็นละครมาก แต่เวอร์ชั่นของคุณกลับแตกต่าง?
“สำหรับผมไม่ว่าจะซีรีส์หรือละคร มันจะมีความเป็นชีวิตจริงที่มากกว่าชีวิตจริงเสมอ แต่เราก็ไม่ทำให้เป็นแบบนั้นสิ ถ้าเล่นเป็นละครมากก็จะกลายเป็นน้ำเน่า เราก็หาเหตุและผล อย่าง “หัวใจศิลา” ยอมรับว่าเช็กฟีดแบ็กแล้วเปิดประสบการณ์ใหม่จากคนดูมาก ที่เค้าบอกว่าผมไม่ใช้แอ๊คติ้งแบบละคร และก็ไม่ใช้แอ๊คติ้งแบบหนังเหมือนกัน งงไหมครับ(ยิ้ม) มันคือการเรียนรู้และปรับตัว ผมเป็นคนไม่เคยต้านอะไรฉะนั้นวันที่ผมมาเล่นละครผมเรียนรู้สิ่งที่เป็นละคร แต่ถามว่าทำไมผมต้องใช้ตำราเดิม ผมเลือกใช้ตำราตัวเอง ผมไม่รู้หรอกผมกำลังแอ๊คติ้งอะไร แต่ผมจะไม่เกินเบอร์ แต่ผมก็ไม่ล้นหรือขาดในการทำงาน อยากแหกความกว้างของคำว่าพระเอก ผมรู้สึกว่าทุกคนจะส่งพลังให้กันได้ทำไมเราต้องเอาตัวสอง สาม สี่ มาเล่นอะไรเยอะ ๆ เพื่อชงให้พระเอกเด่นขึ้นไป แต่ความจริงบทพระเอกของเราควรมีอะไรเยอะกว่าคนอื่นหรือเปล่า ผมไม่ปล่อยคนอื่นชงผม บางครั้งเราชงให้คนอื่น สิ่งที่ผมบอกพี่มี่ คืออย่าทิ้งตัวละครคนอื่น เราต้องแคร์เขาปั้นคนอื่นด้วย เหมือนบทบอดี้การ์ดอย่าง ปลั๊ก” (ปู้-กิตติพงษ์) หรือ แหวน” (ดรีม-พิชยา) คนดูก็ชอบเค้าเหมือนกันครับ”



เพื่อนร่วมงานเขามีมุมมองความคิดตามเราได้ไหม?
“ต้องขอบคุณผู้กำกับพี่มี่-ธนวัจน์ ทีมนักแสดงและทีมงานทุกคน กองละครปกติเป็นยังไงไม่รู้ แต่กอง “หัวใจศิลา” คนเขียนบทละครคือพี่ “หญิง” มาที่กองทุกคิว เวลาสั่งคัตผมจะมาคุยกับพี่ ๆ ความละเอียดไม่ได้อยู่ที่ผู้กำกับคนเดียวแต่นักแสดงต้องละเอียดคูณสอง ผมจะแทนตัวเองเข้าไปเสมอว่าถ้าผมมานั่งดูละครจะรู้สึกดีเหรอ ถ้าผมไม่ ผมไม่ทำ เพราะขนาดเรายังรู้สึกดีไม่ได้เลย เราจะทำคนอื่นรู้สึกดีได้ยังไง สำหรับผมคำว่า “พระเอก” ไม่มีอยู่จริง ในเมื่อทุกตัวละครถูกเขียนขึ้นมาพร้อมกัน ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องเล่าผ่านใคร ผมไม่ถือว่า “ศิลา” เป็นพระเอก เพราะเรื่องถูกเล่าผ่านชีวิตของศิลา แต่ถ้าลองเปลี่ยนไปเล่าผ่านชีวิตของสาวิตต์” (ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร) ชีวิตเขาก็น่าสงสารทันที พระเอก-นางเอก ไม่มี มีแต่ตัวละครที่จะทำให้คนดูรักเราแค่ไหนเท่านั้นเอง”

เห็นว่าเรามีส่วนในการเลือกนางเอกคือเฟิร์น-นพจิราด้วยทำไมถึงต้องเป็นเค้า?
“ผมไม่มีเรื่องศักดิ์ศรีต้องเล่นกับคนเบอร์เดียวกัน ผมเลือกเฟิร์นเพราะเชื่อใจว่าเขาจะพาผมเป็นศิลาที่ดีได้ถึงเกิดเมจิคขึ้นได้ คุณโอเคป่ะ ถ้าโอเคเราก็ไปด้วยกันได้ ข้อดีของเฟิร์น คือเป็นคนที่รับการพูดตรง ๆ ของผมได้ที่พูดทีก็ทุบเหมือนกันนะ (หัวเราะ) แต่เฟิร์นก็กล้าพูดตรงกับผม เราอยู่กันแบบพี่น้องผสมเพื่อน พอยอมรับความตรงกันได้เลยทำงานง่ายครับ ผมไม่ใช่คนเก่ง แต่ผมมีแต่ใจ ไม่โกหกกัน ขอบคุณทุกคนที่ทำงานกันเป็นทีม สุดท้ายความทุ่มเททำให้ “หัวใจศิลา” ประสบความสำเร็จ ทำให้เราและทีมงานหายเหนื่อย รู้จักโลกกว้างขึ้น และทีมงานมืออาชีพที่แท้จริงเป็นอย่างไรครับ”

6 ปีในวงการบันเทิงของธนภพในฐานะนักแสดง?
“มีสิ่งที่เรียนรู้เยอะมาก และอีกหลายสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพราะเรายังใหม่มาก ยังเก่งไม่พอ ยังมีสิ่งที่น่าสนุกรอเราอยู่เยอะ ทุกอย่างเพิ่งเริ่มครับ ส่วนใหญ่บทที่ผมเลือก ผมไม่ค่อยมีหลัก ถ้าเกิดแพชชั่นผมจะทำ มาตรฐานจึงไม่มีเป็นเราแบบนี้ที่ใส่สุดทุกงานต่อไป อย่างพาร์ทที่ผมได้เป็น ไนน์ บาย ไนน์ ที่ทำให้ผมรู้ผมชอบอะไร เพราะสิ่งที่เขาพาไปทำมันมาก โชคดีที่เราเลือกทำ อาชีพนักแสดงผมไม่คิดว่าจะได้ทำเลย แต่พอได้โอกาส เราอย่าใจแคบจนเสียโอกาส ผมว่าทุกคนรู้ผมเป็นแบบนี้ ผมอธิบายตัวเองไม่หมดหรอกว่าผมเป็นยังไง แต่ผมเชื่อคนดูออกว่านี่คือ “ต่อ-ธนภพ” นี่แหละ”

บาลานซ์ตัวเองยังไง ชื่อเสียง สำหรับบางคนก็มีผลต่อชีวิต?
“เป็นเรื่องทัศนคติครับ ถ้าผมไม่อยากให้มีผมก็แยกเลย งานคืองาน แต่ชีวิตส่วนตัวแค่สนุกและมีความสุขกับคนที่เรารักให้เต็มที่ ทำแบบนี้มาตั้งแต่แรก เช่น วันที่ผมมีชื่อเสียงวันแรกคนถามว่าทำไมให้สัมภาษณ์ไปว่ามีแฟนแล้ว ก็เป็นผมไง ถ้าไม่พูดก็ไม่ใช่ผมมั้ง ไม่ได้กลัวว่าคนจะรักผมน้อยเพราะผมมีแฟน เพราะผมเชื่อว่าถ้ารักผมจริงจะรักผมแค่ตอนโสดเหรอ ผมก็คนนะ แล้วทุกวันนี้แฟนคลับผมทุกคนก็รับรู้ว่าผมให้ความรักเค้าจริง ๆ เราต้องไม่ยึดติดกัน ผมกับแฟนผมยังไม่ยึดติดกันเลยทำไมคุณมายึดติดผม ความรักไม่ใช่การยึดติดนะ ถ้าคุณรักในคนคนนึงได้มันต้องไม่มีข้อแม้ ล่าสุดจะบินไปจีนเจอแฟน ๆ ก็ยืนคุยกับเค้า ผมไม่ได้ต้องการให้ใครเข้าใจ เพราะผมรู้สึกว่าผมไม่ได้อยู่ในจุดที่ผมต้องเรียกร้องจากใคร ผมไม่ได้มีสิทธินั้น แต่ผมไม่บังคับใคร สุดท้ายวันนี้ ผมเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ ถ้าใครมาหาผมคุณรับรู้ได้ว่าผมให้อะไรคุณได้ ฉะนั้นการที่จะมีคนไม่เข้าใจเราไม่แปลก สุดท้ายโปรดรู้ไว้ว่าผมเป็นแบบนี้ครับ”



เคยมีช่วงหลงไปกับวงการบันเทิง ชื่อเสียงที่เข้ามาไหม?
“เคยมีครับ ประมาณปีสองปี หลงในที่นี้หลงในเวอร์ชั่นพีสทุกคนจนเหนื่อย แนะนำให้ลองดูบทสัมภาษณ์ตอนผมหัวสกินเฮดเทียบกับช่วงสองปีที่ผ่านมาคนละคนเลย ผมเริ่มกลัวการสูญเสียแฟนคลับและชื่อเสียงไป กลายเป็นคนสุภาพ มีมารยาทจนเกินไป ความเพอร์เฟคชั่นนิสผมมันล้นจนอยากดีไปทุกอย่าง จนพี่ย้งและผู้ใหญ่เตือนสติแรก ๆ แก้ไม่ได้ เหมือนคนตาบอด จนถึงจุดที่เหนื่อยจริง ๆ จนกลับมาถามตัวเอง เพื่อตามตัวเองคนนี้กลับมาและจะไม่เปลี่ยนแล้ว  ผมมีแค่นี้คุณจะรักไม่รักผมมันเรื่องของคุณ รักผม
เท่าไหร่ก็ได้แต่ผมเป็นแบบนี้”

ครอบครัวรู้สึกอย่างไรในวันที่ลูกชายทำงานอยู่ในวงการ?
“สิ่งที่ทุกคนเห็นมาตลอดคือผมจะพยายามไม่เอาครอบครัวผมเข้ามาในวงการนี้ พ่อ แม่ พี่ชายสองคน แฟน เพราะผมเป็นห่วง วงการนี้ไม่ได้สบายอย่างที่ทุกคนคิด ไม่ต้องการให้คนในครอบครัวเหนื่อยกับเรา ผมแค่ปกป้องเขา วันนึงถ้าผมทำอะไรไม่ดี ด่าที่ผมแต่ไม่มีสิทธิมาด่าครอบครัวผม จนมีครั้งที่วัยรุ่นผมใช้ชีวิตแบบ ไผ่ ฮอร์โมน คือก้าวร้าว ใช้ความรุนแรง เมื่อป๊าแม่รู้ ผมผิดหวังเสียใจถึงทุกวันนี้ หลังจากวันนั้นผมดีขึ้น จนเริ่มทำงานหาเงินได้ ตอนเค้าบินไปดูกิจการที่หาดใหญ่ ผมทุบบ้านสร้างใหม่ ป๊าแม่ต้องพัก เราจะดูแลเอง พี่ชายผมสองคนแต่งงานไป แต่อาทิตย์นึงทุกคนต้องกลับมานอนบ้าน ตอนนี้ก็ถือว่าผมเลี้ยงป๊าแม่และอาม่า ผมยังอยู่บ้านกับป๊าแม่ ไม่มีคอนโดฯ แยก กลับบ้านทุกวัน และไม่เคยอยากเปลี่ยนชีวิตตัวเองเลย แม้แต่ช่วงที่ไม่ดี ผมมีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี เป็นปกติของมนุษย์ครับ”

เป้าหมายของธนภพหลังจากนี้?
“นักแสดง คืออาชีพที่ทำให้ผมรักโดยไม่รู้ตัว ผมทุ่มให้มันได้ในระดับชีวิต ฝันจากนี้ไปสูงมากเลย อายที่จะพูดนะ แต่ผมกำลังทำตามฝันผมอยู่ คือฝันได้ทำงานในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้มันเริ่มเปิดแล้ว แต่ไม่รู้ว่าไกลได้แค่นั้นหรือไปกว่านั้นได้อีก อยากไปในฐานะที่ให้โลกพูดคำว่าคนไทย ไม่ใช่คำว่าคนเอเชีย ถ้ามีโอกาสผมจะไปให้ได้ ทำทุกอย่างที่ผมทำได้เพื่อให้ผมไม่เสียใจทีหลัง”

ถ้าไม่ทำงาน คุณใช้ชีวิตในแต่ละวันยังไงบ้าง?
“อยู่บ้าน ดูหนัง ลองกางเกงยีนไปเรื่อย ๆ ขัดรองเท้าหนัง เพราะชอบสะสมรองเท้าหนัง ผมชอบขัดเองไม่ให้แม่บ้านทำนะ จะหยิบรองเท้าหนังที่มีมากางแผ่กลางบ้านแล้วนั่งขัดไปเรื่อย ๆ สนุกดีครับ (หัวเราะ) แล้วก็ดูหนังบ่อยเกาหลี สเปน ได้หมด มีเพื่อนปกติ แต่ผมไม่ปาร์ตี้ ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ไม่ได้คิดว่าเราต้องโชว์ ไม่งั้นจะเป็น ต่อธนภพผู้ไม่มีอินสตาแกรม ช่วงหนึ่งเหรอครับ (หัวเราะ) ปัจจุบันพอมีอินสตาแกรม เพราะรู้สึกว่ามีก็ดี ซึ่งได้ใกล้ชิดแฟน ๆ มากขึ้น ช่วยสปอนเซอร์เราได้มากขึ้น หลังจาก “หัวใจศิลา” จบไป ผมจะเริ่มไปทัวร์แฟนมีทติ้งที่จีนมากขึ้น หลัง ๆ เริ่มเจอแฟนคลับซื้อตั๋วบินตามไปกับเราทุกที่แล้ว ก็ถือว่ากำลังเปิดเข้าสู่ตลาดใหม่มีอะไรต้องปรับจูนหลายอย่างเลยครับ”



ความรักกับมีนดูแลกันมา 9 ปีแล้ว?
“ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ผมกับมีนเติบโตมาด้วยกัน ผมกับเค้าเหมือนเป็นเพื่อนสนิท ถึงทำให้จับมือกันได้แน่นขึ้น แม้สิ่งที่เขาเจอมันโหดมากนะที่มีคนไดเร็คให้ว่าต่าง ๆ ผมไม่โอเคที่มีอะไรแบบนี้หรอก แต่ผมบอกเขาอย่ารู้สึกไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือการให้กำลังใจ สุดท้ายแล้วผมแค่เลือกที่จะจับมือเขาไว้ไง ผมทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้นหรอก ถ้าวันนึงมันหมดแรงก็คงต้องปล่อย แต่แค่วันนี้ผมยังไม่หมด ผมไม่เคยพูดซักคำว่าผมเป็นคนดี แต่ผมคือคนปกติ ไม่ได้ดีไปกว่าผู้ชายคนไหนหรอก  ผมเชื่อว่าครั้งนี้ทำให้เขาแกร่งขึ้นจากเดิมที่เขาแกร่งอยู่แล้ว ผมบอกอนาคตไม่ได้เป็นเรื่องคนสองคน แต่ผมแค่จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ”

ในสายตาเรามีนมีความพิเศษยังไง?
“ในสายตาผม ไม่มีใครชนะเขาได้ เขาอยู่ทุกพาร์ทในชีวิตผมทั้งในวันที่ผมเลวที่สุดเขาก็ยังอยู่กับผม ในวันที่ผมคิดได้แล้วกลับมาดี เขาก็ยังเชื่อและยังอยู่หายากนะครับ หลัง ๆ ผมไม่สัมภาษณ์พาดพิงถึงมีนเยอะ เพราะสุดท้ายเขามีครอบครัว พ่อแม่ เราต้องให้เกียรติเขา มีอะไรพูดถึงผมอย่าพูดถึงเขาดีกว่า หลังจากนี้ก็อยู่ที่เราประคองกันปล่อยไปตามธรรมชาติ แค่ทำให้ดีที่สุด วันนึงจบคือจบ แต่ถ้ามันยังเดินไปด้วยกันได้ต่อก็เป็นเรื่องดีครับ”

อยากบอกอะไรแฟนคลับที่มอบความรักให้เรามากขนาดนี้?
“วันนี้เป็นวันที่ผมโคตรรักพวกเขาเลย วันนี้แฟนคลับผมเองก็ต้องเจอจุดที่ผมปรับและเปลี่ยน  และคนที่เพิ่มขึ้น  การที่เราเจอกันในหมู่มากมันอาจจะไม่เหมือนเดิมในกลุ่มคนเซตแรกที่ตามผมตั้งแต่แรก ผมนับถือพวกเขานะที่รับได้และยังอยู่ สิ่งที่ผมเคยพูดว่าผมให้เขาเป็นคนในครอบครัวผมไม่โกหก เขาเป็นครอบครัวที่ดีของผมอยากขอบคุณที่เชื่อและซับพอร์ตทุกอย่างจริง ๆ ขอบคุณที่ทำให้คนที่ไม่เชื่อในแฟนคลับมาก่อนอย่างผมเริ่มเข้าใจและดูแลพวกเค้าได้ดียิ่งขึ้น ขอบคุณที่รักผมและไม่ปิดกั้นที่บ้านของเราจะใหญ่ขึ้น ถ้าเป็นไปได้ผมจะพยายามไม่ทำให้เขาผิดหวัง ไม่ทำให้เขาเขินกับการที่เขาพูดว่าเขาชอบ “ต่อ-ธนภพ” เด็ดขาด เดี๋ยวกลับมาอีกทีจะเริ่มโปรเจคท์ใหม่แล้ว เป็นเรื่องที่ผมคิดเรื่องย่อขึ้นมาได้ แต่เขียนบทไม่เป็นเลยลองไปเสนอผู้ใหญ่เลยตื่นเต้นมาก ตอนนี้ผมคงกำลังบวชอยู่ ไปแบบเงียบ ๆ หลังบวชคงเล่าว่าได้อะไรละเอียดกว่า ผมอยากรีเฟรชชีวิตตัวเอง ได้ทำหน้าที่ชายไทยที่ดีที่ได้บวชในช่วงอายุ 25 ปี ซึ่งตรงกับเบญจเพสด้วย เดี๋ยวเจอกันนะครับ (ยิ้ม)”

จากการพูดคุยกับ “ต่อ-ธนภพ” ในวันนี้เราสัมผัสได้ถึงความจริงใจ และมุ่งมั่นในการทำงานในฐานะนักแสดงมืออาชีพอย่างแท้จริง ฝากแฟน ๆ รักและให้กำลังใจต่อทุกผลงานในโอกาสต่อไปด้วยนะคะ.

..........................................
อรุณรัตน์ เศรษฐพูธ์ เรื่อง / จุมพล นพทิพย์ ภาพ











คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 74