อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

"โบว์-เมลดา" พักเรื่องรักเพื่อโฟกัสงาน ภูมิใจที่เป็นเสาหลักครอบครัว

‘โบว์-เมลดา’ พักเรื่องรักเพื่อโฟกัสงาน ภูมิใจที่เป็นเสาหลักครอบครัว อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.00 น.

ค่อย ๆ เติบโตในวงการมาเรื่อย ๆ สำหรับนางเอกสาว โบว์-เมลดา สุศรี ล่าสุดละคร มนตร์กาลบันดาลรัก เพิ่งลาจอไป แต่แฟน ๆ ยังคงประทับใจฝีมือการแสดง ที่ฉีกกฎความเป็นนางเอก เล่นออกมาแบบไม่ห่วงสวย  ทั้งยังเข้าขากันดีกับพระเอกหนุ่ม มิกค์ ทองระย้า จนกลายเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่อีกด้วย วันนี้ ดาวต่างมุม เลยชวนสาวโบว์ มาพูดคุยอัพเดทการทำงาน การใช้ชีวิต รวมถึงการทำหน้าที่เป็นเสาหลักให้ครอบครัว อยากรู้ว่าเรื่องราวของโบว์จะเป็นยังไง ติดตามในบทสัมภาษณ์กันเลยค่ะ

 ละคร “มนตร์กาลบันดาลรักเพิ่งจบไปฟีดแบ็กดีเลยทีเดียว?
“ฟีดแบ็กดีค่ะ ติดเทรนด์ทั้งในพันทิปและทวิตเตอร์  เรื่องนี้ได้กลับมาร่วมงานกับ พี่มิกค์ อีกรอบหลังจากที่เคยเจอกันในละคร คาดเชือก ก็สนุกดี ด้วยความที่เราสนิทกันอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่คนจะพูดถึง พี่มิกค์มากกว่า แฟนคลับยกให้เป็นสามีแห่งจักรวาล เอะอะถอดเสื้อโชว์กล้าม เป็นคนดีทำกับข้าวให้ภรรยา เราก็จะโดนหมั่นไส้ว่าทำเป็นเล่นตัวใส่พระเอกตลอด ตอนละครออนแอร์มีคนอินมาก ความที่คนหมั่นไส้ ก็จะเข้ามาคอมเมนต์์ว่าออกตัวแรง เข้ามาแจกสตรอเบอรี่ในไอจีโบว์เต็มเลย คือ โบว์เป็นคนเช็กฟีดแบ็กตลอด เวลาอ่านคอมเมนต์์แล้วรู้สึกสนุก แต่ว่าอย่าด่าโบว์เยอะ เพราะโบว์ก็เจ็บเป็นนะ แต่ที่ชมก็มีเยอะ ก็ต้องขอบคุณค่ะ”

 กำลังถ่ายอินทรีแดงด้วย ใกล้ปิดกล้องหรือยัง?
“ละคร อินทรีแดง ตอนนี้ก็ถ่ายทำไปได้เยอะแล้ว เรื่องนี้ก็บู๊เต็มตัวครั้งแรก และได้รับบทที่โตขึ้น ในเรื่องเราเก่งกว่าพระเอกอีก ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะต้องบู๊หนักขนาดนี้ แต่พอไปถึงหน้าเซต โอ้วววว หนักขนาดนี้เลยเหรอคะ(หัวเราะ) เราก็ขอให้มีพี่สแตนด์อินช่วยด้วย เพราะเพิ่งผ่าตัด บางท่าที่ต้องกระแทกมาก ๆ เราก็ยังทำไม่ได้ แล้วถ้าซีนไหนที่ยากจริง ๆ ก็ให้พี่เขาเล่นเลย เพราะเขาทำท่าสวยกว่าเราอยู่แล้ว โบว์เป็นคนตีลังกาท่าล้อเกวียนไม่ได้ เพราะขายาวกลัวฟาดหน้าตัวเอง เลยให้พี่สตั๊นต์เขาทำดีกว่า แต่ถือว่าเป็นเรื่องยากเหมือนกัน แล้วเรื่องนี้ก็รับบทเป็นนักข่าวการเมือง คำพูดของนักข่าวการเมืองค่อนข้างเป็นทางการ พูดจาฉะฉาน ชัดเจน ก็ต้องทำการบ้านหนักมาก เป็นละครที่เร่งถ่ายทำด้วย อีกไม่นานน่าจะปิดกล้องแล้วค่ะ”

 ระหว่างถ่ายทำเจออาถรรพณ์อะไรบ้างหรือเปล่า?
“ตอนที่ถ่ายก็มีอุปสรรคติดขัดค่อนข้างเยอะ แต่ พี่เวอร์ (โอลิเวอร์ บีเวอร์) ก็เอารูป คุณตามิตร ชัยบัญชา มาตั้งและให้พระอาจารย์ทำพิธีเรียบร้อยแล้วในวันบวงสรวง ตัวโบว์ก็จะไหว้ท่านก่อน เหมือนเป็นการขออนุญาตเล่นละครเรื่องนี้ ตัวโบว์ไม่เท่าไหร่ แต่ พี่อ๋อม-อรรคพันธ์ ต้องไหว้หลายรอบ และมีโอกาสไปไหว้ศาลที่พัทยา จุดที่ท่านเกิดอุบัติเหตุตกเฮลิคอปเตอร์ เพื่อขอขมา ส่วนพี่เวอร์ก็ถือเคล็ดใส่เสื้อสีแดงทุกวันเลยค่ะ(หัวเราะ)”



 ยังมีงานอะไรที่อยากทำแต่ยังไม่เคยลอง ?
โบว์อยากเล่นบทนางเอกแบบว่าร้ายจริง ๆ เราไม่เคยเล่น แต่อยากลอง เพราะเพื่อนบอกว่าโบว์ร้าย(ยิ้ม) แต่บทร้ายของโบว์คือ ต้องร้ายแบบมีเหตุผล ไม่ใช่ร้ายแบบติงต๊อง อันนั้นก็ไม่ไหว อยากเล่นร้ายแบบดราม่าที่ต้องเล่นให้ลึกลงไปหน่อยค่ะ แล้วโบว์ก็ยังไม่เคยลองเป็นพิธีกรแบบจริงจัง อย่างแรกเลยเพราะกลัวการพูดเป็นทางการ กลัวอ่านชื่อเขาผิด(หัวเราะ) เป็นคนไม่แจ้งเวลาต้องมองตัวหนังสือ ต้องอ่านตลอด ขนาดจับสลากแล้วต้องประกาศชื่อ ยังอ่านไม่ออกเลย ไม่เข้าใจว่าชื่อเขาจะอ่านยังไง เลยไม่เป็นแล้วกันพิธีกร แต่ถ้าเป็นพิธีกรภาคสนามแบบฮา ๆ โบว์ทำได้ เพราะเราเป็นคนแซวเก่งค่ะ”

 คนมองว่าโบว์กำลังขึ้นหม้อเป็นลูกรักของช่อง 7 เพราะมีละครป้อนให้ต่อเนื่อง?
“ในความรู้สึกโบว์ ถ้าผู้ใหญ่ให้โอกาสเราก็ยังอยู่ไปเรื่อย ๆ ได้ โบว์ไม่ได้คาดหวังว่าฉันจะต้องเป็นตัวแม่ ต้องเป็นเบอร์ 1 พี่ ๆ นักข่าวชอบถามว่าตอนนี้เป็นเบอร์ 1 ของช่องแล้วรู้สึกยังไงบ้าง ยังค่ะ ยังไม่ได้เป็น เพราะเบอร์ 1 คือ “พี่อั้ม-พัชราภา เราให้เขาเป็นคนเดียวเลย แม่ยังอยู่ก็ให้เขาอยู่ไป เราจะไม่ไปแทนที่ ไม่ไปเปรียบเทียบค่ะ”

 การที่เรามาถึงจุดนี้ได้ มองว่าตัวเองประสบความสำเร็จแค่ไหน?
“ก็ถือว่าประสบความสำเร็จนะคะ แต่โบว์ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องไปถึงจุดไหนถึงจุดพีค เราก็ไปได้เรื่อย ๆ ในเรื่องการแสดง โบว์ให้คะแนนตัวเองเต็มสิบ เหมือนให้คะแนนความสุขตัวเอง เราก็ทำเต็มที่ โบว์ไม่ค่อยคาดหวังกับชื่อเสียงเงินทองว่าต้องมีมากมายขนาดนี้ การทำงานในวงการ สอนให้โบว์มีความอดทน สมัยก่อนโบว์จะเป็นคนพูดจาไม่ค่อยคิด รู้สึกยังไงก็พูดเลย ไม่มีอ้อมค้อมให้คำพูดสวย แต่พอประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็ทำให้รู้ก่อนจะพูดอะไรต้องคิดให้มากขึ้น  ให้เงียบและอย่าพูดความจริงเยอะ(ยิ้ม) เมื่อก่อนโบว์เป็นคนที่ไว้ใจคนมาก ซึ่งการไว้ใจคนเป็นเรื่องที่อันตรายมาก จริง ๆ ความไว้ใจเป็นสิ่งที่ดีกับคนที่เราคุยด้วย แต่ไม่ดีกับตัวเรา ก็ต้องมองคนให้ละเอียด อย่าไว้ใจใครง่าย ๆ ค่ะ”

 มีแววเข้าวงการตั้งแต่เด็กเลยไหม?
“ตอนเด็ก ๆ โบว์ชอบความสวยความงาม ชอบเดินแบบ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นนักแสดง ด้วยความที่เราอยู่คอนโดฯ ชั้นของโบว์จะมีแขกขาวอยู่คนนึง เขาจะซื้อรองเท้าใหม่บ่อยมาก แค่ขาดนิดนึงเขาก็เอามาทิ้งแล้ว เราก็จะไปหยิบที่เขาทิ้งมาใส่เล่น หลัง ๆ เวลาเขามีรองเท้าเก่าก็จะเอามาให้เราใส่เดินเล่น ถ่ายคลิปกับแม่ ซึ่งแม่ก็คงเห็นแววตั้งแต่เด็ก พอได้ลองทำจริง ๆ งานในวงการก็คือ ความสุขของโบว์ และความสุขของพ่อแม่ด้วย ตอนแรกพ่อไม่อยากให้เข้าวงการ พ่อเป็นห่วงไม่อยากให้พระเอกจูบ (หัวเราะ) ก็อธิบายให้เขาฟังว่าไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวนี้เขาใช้มุมกล้อง แต่พอโตขึ้นมีโดนจริงบ้าง ก็ไม่เป็นไร พ่อก็เข้าใจค่ะ”

 อะไร คือ เป้าหมายสูงสุดของการทำงานในวงการ?
“เป้าหมายของโบว์ คือ เพื่อไม่ให้ครอบครัวของเราลำบากค่ะ โบว์ไม่อยากให้พ่อแม่เหนื่อย ญาติทุกคนถ้าเราสามารถช่วยอะไรเขาได้เราก็ช่วย ถ้าในพาร์ทของการทำงาน เราก็ทำ ณ ตอนนี้ให้ดีที่สุด เรื่องโกอินเตอร์ ถ้าไปถึงจุดนั้นได้ก็จะดีใจมาก กว่าเราจะไปถึงตรงนั้น ก็ต้องอาศัยเวลาอีกสักพักให้เก่งก่อน โบว์อยากพัฒนาในด้านการแสดง รู้สึกว่ายังไม่ได้เก่งขนาดนั้น โบว์เป็นคนที่พร้อมจะรับฟังคำติชมของทุกคน ที่เขาคอยให้คำแนะนำ เราทำตัวเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว สามารถเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมได้ ที่สำคัญเราต้องทำงานให้สนุก ถ้าไม่สนุกก็พัก แล้วค่อยกลับมาทำใหม่ดีกว่าค่ะ”



 รู้สึกยังไงกับการทำหน้าที่เสาหลักของครอบครัว?
“ก็ดีใจค่ะ รู้สึกว่าเราได้ตอบแทนในสิ่งที่เขาเลี้ยงดูเรามา ที่เขาผลักดันตั้งแต่เด็ก ตอนนี้เราประสบความสำเร็จในด้านนึงแล้ว ก็พยายามทำให้เขาไม่ลำบากมากที่สุด สิ่งที่โบว์ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ คือ เราเป็นคนไม่ดื้อ เป็นเด็กดี ไม่เกเร โบว์ก็ภูมิใจในตัวเองนะ (ยิ้ม) บุหรี่เราก็ไม่ดูด เหล้าก็ไม่กินเพราะไม่อร่อย เรื่องแบบนี้โบว์ว่าเด็กสมัยนี้คิดได้นะ เข้าใจว่าสังคมรอบข้าง จำเป็นต้องทำแบบนั้น แต่เราเลือกได้และโบว์ก็ไม่ใช่เด็กปาร์ตี้ แต่ถ้าไปงานที่ต้องไปฉลอง เราก็จะเอ็นจอยโดยที่ไม่ดื่มได้ค่ะ”

 คนภายนอกดูโบว์เป็นคนสนุกสนาน ตัวตนจริง ๆ เป็นยังไง?
“ไม่รู้ทำไมคนจำภาพโบว์เป็นเด็กแก่น ๆ ตลอด ทั้งที่ความจริงโบว์เป็นคนหวานมาก พับดอกบัว ทำขนมไทย ร้อยพวงมาลัยนะคะ(ยิ้ม) โบว์เป็นคนที่ชอบเข้าวัดนะคะ ด้วยความที่คุณลุงเป็นเจ้าอาวาส เราก็จะผูกพันกับวัดตั้งแต่เด็ก โบว์เคยเขียนยันต์หน้ากุฏิหลวงลุง เวลาที่เป็นวันพระใหญ่ก็มีไปวิปัสสนากรรมฐาน ก็ทำให้เห็นว่าคนที่เครียดหนักกว่าเราเยอะมาก เลยทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้นค่ะ แล้วโบว์เป็นคนไม่คิดอะไรมาก ให้อภัยคนง่าย และขี้สงสาร เคยให้ตังค์ขอทาน 1,000 บาท พอตอนเย็นเห็นเขาขึ้นรถไฟฟ้าพร้อมกัน เราก็อ้าว แต่พอมาคิดอีกที เขาอาจจะอยากพาลูกพาภรรยาขึ้นบีทีเอสสักครั้งก็ได้ค่ะ”

 ถามถึงเรื่องหัวใจ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“จริง ๆ ก็เพิ่งโสด แต่หลายคนไม่เชื่อ โบว์มีคนคุยมาสักพักแล้ว แต่ตอนนี้ต่างคนต่างมีจุดมุ่งหมายที่ไม่เหมือนกัน เลยแยกกันไปดีกว่า คนชอบมองว่าเขาเป็นตัวหลอก โบว์ไม่มีตัวหลอกค่ะ มีแต่ตัวจริง ซึ่งตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ (หัวเราะ)”

 ประสบการณ์ที่เพิ่งโสด ทำให้มุมมองความรักเปลี่ยนไหม?
“ก็ไม่ถึงขนาดทำให้มุมมองความรักเปลี่ยนไป เราแค่โตขึ้น มีความเข้าใจมากขึ้น เราเคยเจอความรักที่แย่กว่ารักครั้งนี้มาแล้ว เลยรู้สึกว่าเป็นแบบนี้ดีแล้ว ดีกว่าเลิกกันด้วยเหตุผลที่เขามีคนอื่น หรือเขาเป็นตุ๊ดอะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) จริง ๆ โบว์ชอบคนสายเปย์นะ คือ เปย์แค่กับเราคนเดียว ไม่ใช่ว่าเจอใครก็เปย์ไปทั่ว โบว์ชอบคนใจกว้าง เวลาเห็นอะไรก็นึกถึงเรา ใส่ใจกันบ้าง รู้จักบอกรักบ้าง ไม่ใช่ว่าเราต้องเริ่มก่อน โบว์เริ่มเบื่อกับสถานการณ์ที่เราต้องเป็นผู้นำ ที่ผ่านมาเราเป็นผู้นำเวลามีความรักมาตลอด เลยรู้สึกว่าต้องมีคนที่นำเราได้สิ โบว์ก็อยากมีคนมาคอยดูแล เอาใจบ้าง ไม่ใช่มีแฟนแล้วมาเป็นภาระเราค่ะ ทำให้เราก็ต้องพิจารณามากขึ้น  ควรมีเวลาให้ศึกษาเรียนรู้กันด้วย ที่ผ่านมาโบว์เป็นคนคบใครแล้วไม่เคยเผื่อใจ เป็นคนที่เต็มที่กับเรื่องความรักตลอดค่ะ”



 การมีคู่จิ้นทำให้เราใช้ชีวิตลำบากไหม ถ้าจะมีแฟน?
“สำหรับโบว์คู่จิ้นก็คือคู่จิ้น การที่คนจิ้นแสดงว่าเขาชอบผลงานของเรา แต่การใช้ชีวิตปกติ ก็คือชีวิตส่วนตัวของเรา คนที่เรารู้จัก ใกล้ชิดด้วย เขาก็รู้ว่าความจริงคืออะไร แต่บางทีคนจะชอบพูดว่าแฟนคลับคู่จิ้นชอบเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตดารา แต่ส่วนใหญ่ถ้าเป็นแฟนคลับคู่จิ้นของโบว์ ไม่ค่อยวุ่นวาย เพราะโบว์พูดจบเลยว่านี่คือคู่จิ้น ถ้าหนูจะมีแฟนพี่ก็มาจิ้นคู่หนูกับแฟนก็ได้ค่ะ (หัวเราะ)”

 หนุ่มแบบไหนถึงจะเอาชนะใจโบว์ได้?
“โบว์เป็นคนไม่ได้มีสเปก แต่เป็นคนชอบหนุ่มตี๋ ขาว สูง ถ้าเด็กกว่าแล้วมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ก็โอเค เพราะเรามีเพื่อน คือ โดนัท-ภัทรพลฒ์ เขาอายุน้อยกว่าเราก็จริง แต่ความคิดเขาโตกว่า โบว์ก็งงมากที่ยังมีคนลุ้นโบว์กับโดนัท ทั้ง ๆ ที่เราเป็นเพื่อนกัน ด้วยความที่สนิทกันมาก บ้านอยู่ในละแวกเดียวกัน บางทีเวลาโดจะไปกินข้าวก็ทักมาชวนตลอด ความจริงโบว์มีเพื่อนผู้ชายเยอะ ด้วยความที่ผู้ชายไม่วุ่นวาย ไม่อิจฉาหรือไม่นินทาใคร รู้สึกว่าคบเพื่อนผู้ชายก็แฮปปี้ดี แต่เราก็มีระยะห่างระหว่างคำว่าเพื่อนอยู่แล้ว แต่ถ้าอนาคตต่างคนต่างไม่มีใคร จะขึ้นคานแล้ว ก็คงต้องหาคนใกล้ตัวกันเองนี่แหละค่ะ (หัวเราะ)”

 ตอนนี้อยากมีแฟนหรือว่าโสด” ?
“ตอนนี้โบว์ยังไม่อยากมีแฟน คือ โบว์รู้สึกเหนื่อย เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งให้ใครมาเรียกร้องอะไรจากโบว์ในตอนนี้ ยังเคยคิดเลยว่าถ้ามีลูกแล้วเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว โบว์ว่าก็ทำได้ เราคิดไว้ถึงขนาดนั้นแล้ว แต่ก็อย่าเลยค่ะ มีสามีช่วยเลี้ยงดีแล้ว โบว์เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนมีโมเมนต์ที่อยากแต่งงานมีครอบครัว มีลูก อยากมีงานแต่งงานที่ตัวเองคาดหวังไว้ แต่แค่คนที่จะมาจบที่เราและใช้ชีวิตคู่ด้วยคือใคร อย่างที่บอกว่าตอนนี้ก็ยังไม่อยากมีแฟน ถ้าจะคุยกับใครก็คงเป็นเพื่อนกันไปก่อนค่ะ”

 อยากฝากอะไรถึงแฟน ๆ ที่คอยติดตามผลงานของเราบ้าง?
“โบว์ขอฝากติดตามผลงานของโบว์ด้วยนะคะ ตอนนี้ถ่ายอินทรีแดง ก็เร่งถ่ายทำอยู่ น่าจะอีกไม่นานคงได้ชมกัน  และอยากขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามผลงานและคอยเป็นกำลังใจให้โบว์มาโดยตลอดนะคะ”

หลังจากที่ได้พูดคุยกับสาว โบว์-เมลดา ในครั้งนี้ ทำให้เห็นว่านอกจากความสนุกสนานร่าเริงแล้ว วันนี้โบว์มีมุมมองในการใช้ชีวิตและการทำงานที่โตขึ้น สมแล้วกับที่เป็นเสาหลักให้ครอบครัว ยังไงก็ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้เธอคนนี้ด้วยนะคะ.

................................................
อิญรัตน์ กลิ่นหอม : เรื่อง / สันติ มฤธนนท์ : ภาพ


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 43