อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

'กานต์-แซนวิช'เล่าละเอียด ไล่'อีฟ'ออกจากบ้าน'เสก'

"กานต์" ควงแขน "แซนวิช" อดีตภรรยา "เสก โลโซ" เล่ารายละเอียดตอนไล่ "อีฟ" ภรรยาปัจจุบันของเสกออกจากบ้าน อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 เวลา 18.14 น.


ถือเป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่คนไทยให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับครอบครัวของร็อกเกอร์ชื่อดัง เสก โลโซ ที่ก่อนหน้านี้ กานต์-วิภากร อดีตภรรยาและ แซนวิช-ปภาดา แท็กทีมกันไล่ อีฟ- อภิสร์ญา ภรรยาคนที่ 3 ออกจากบ้านศุขพิมาย จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ล่าสุดสาวกานต์และแซนวิชได้เดินทางไปร่วมพูดคุยในรายการคุยแซ่บ Show ช่อง One 31

กานต์ เผยว่า
“จริงๆเรื่องไล่บุคคลอีกคนหนึ่งออกจากบ้านมันเกิดขึ้นมาเกือบปีแล้ว ตั้งแต่เป็นข่าวใหญ่โต เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว กานต์ก็ไล่มาเป็นระยะอยู่แล้ว ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นของน้องเสือ ซึ่งได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ไปขับไล่ อย่างแซนวิชก่อนหน้านี้เรามานอนเล่นกัน 2-3 อาทิตย์แล้วที่บ้าน ซึ่งก่อนที่ลีอองจะเกิดมันมีคนมาใส่ความเรื่องแซนวิช มันเก่าแล้วไม่เล่ารายละเอียดนะคือกานต์ก็เป็นคนตรงเสร็จแล้วพอลีอองเกิดมากานต์เห็นรูปเขา แค่นั้นแหละกานต์หยุดเรื่องแซนวิชเลยเลิกถล่ม เลิกคือไม่เกี่ยวข้อง ไม่ทำร้ายเขาแล้วคือที่ทำร้ายไปเพราะเข้าใจผิดคือมีคนมาหลอก แบบว่าหลอกใช้ต้องขอโทษน้องเขาด้วย อย่างเรื่องไล่อีกคนหนึ่งนั้น เสกเขาตื่นมาก็นอนเล่นอีกนานเลย ประมาณ 5-6 โมง เขาไม่รู้เรื่อง แต่พี่เสกมารู้เรื่องจากแซน ซึ่งแซนก็เล่าให้ฟังว่าความเป็นจริงอีกด้านหนึ่งที่เขาไม่รู้เลย เขารู้แค่ด้านนึงของผู้หญิงคนนั้น แต่อีกฝั่งดาร์กนี่เขาไม่รู้เลย แล้วเย็นนั้นทีมงานก็มาเล่าให้ฟังว่าผู้หญิงคนนั้นมีพฤติกรรมอะไรบ้าง”



“ที่กานต์ไล่เขาออกไปคือไล่ออกจากบ้าน ซึ่งกานต์ก็บอกตั้งแต่ครั้งที่แล้วและว่าไม่ได้กีดกันเขา อยากคบกันต่อก็คบไป แต่ไม่ใช่ในบ้านนี้ ผู้หญิงอย่างนี้อยากได้ก็เอาไป ไม่ว่าคือเขาสร้างวีรกรรมตลอด เขาป่วนใต้น้ำมันถึงจุดที่ไม่ไหวเขาก็พังเอง และที่ค้นห้องเจอของไสยศาสตร์นั้น กานต์ก็เอากล้องไปตรงนั้นเลย FC ก็เห็นพร้อมกานต์ว่านี่อะไรคือของมันอยู่ในห้องนอนบนหัวเตียง แล้วอีกอย่างที่เป็นน้ำมันแล้วผงอะไรก็ไม่รู้ กานต์ก็ถามว่านี่อะไร กานต์ไม่มีความรู้เรื่องนี้ เขาก็ตอบมาว่าเป็นนั่นเป็นนี่ว่าเลี้ยงผีน้ำมันพราย กานต์ก็ถามกับแซนว่าเอายังไงดี ก็เลยบอกว่าเอาไปถามพระดีกว่า เราก็เอาไปถามหลวงพ่อก็บอกว่ามันไม่ดีเอาไปทิ้งดีกว่า ซึ่งพระก็พูดคำแรกว่าอันนี้เขาเลี้ยงผี แต่เอาไปเผาทิ้งไม่เป็นไรคือเผาได้เลย เราก็เผาในวัดเลย”

กานต์ กล่าวต่อว่า “แต่ที่ฝั่งนั้นบอกว่ากระทงที่เอาไปเผานั้นเป็นกระทงที่คุณแม่เสกให้เสกมา เพื่อเอาไว้สะเดาะเคราะห์นั้น ทางแซนเองก็เห็นว่ามีวัน เดือน ปี เกิดทั้งคู่ แล้วก็วางไว้บนหัวเตียง ซึ่งถ้าเป็นกระทงสะเดาะเคราะห์เนี่ย เมื่อทำพิธีเสร็จเขาต้องเอาไปทิ้งที่ทางสามเพ่ง FC บอกนะ ไม่ใช่ให้เอาเข้าบ้าน แล้วอีกอย่างนึงที่ FC บอกน้ำมันพรายกับดิน 7 ป่าช้า เรายังไม่รู้คือเขาบอกมา ก็เก็บไว้เลยว่าจะไปถามใครดี ตอนนี้ก็ยังเก็บอยู่คือกานต์อยากรู้ว่ามันคืออะไร ว่าจะแกะดู บางคนก็บอกว่าอย่าเพิ่งแกะ”



แซนวิช เผยว่า
“ที่มาอยู่บ้านพี่กานต์มันต้องเกิดเรื่องก่อนว่ามาเจออะไรยังไง แต่ว่าเรามีคุยธุรกิจกันก็คือมีแพลนที่จะทำธุรกิจร่วมกันแล้วประจวบเหมาะกับเหตุการณ์มันพาไป ไม่ได้แบบว่ามีการนัดกันหรือว่าอะไร กับพี่กานต์เองก่อนหน้านี้แซนไม่มีอะไรอยู่แล้ว แซนไม่เคยโกรธเขา แต่อาจจะมีงอนบ้างว่าทำไมไม่ถามเราแค่นั้นเอง แต่ว่าเราไม่ได้ติดใจอะไรเพราะว่าแซนมีความรู้สึกว่าให้เวลามันบอกแล้วกัน เดี๋ยวเวลาผ่านไปเขาก็รู้ของเขาเอง ซึ่งวันที่พี่กานต์ไลฟ์สดแซนก็อยู่ข้างๆพี่เขานี่แหละ คือแซนจะเป็นคนที่เย็น แต่พี่กานต์เขาจะเป็นคนใจร้อนนิดนึง แซนก็จะคอยบอกว่าค่อยๆประนีประนอมกันนะ อย่าให้มันเกิดเรื่องที่มันร้ายแรงเพราะเหตุผลอย่างเดียวพี่กานต์ต้องการความถูกต้อง บ้านให้เขาไปคบกันที่อื่น ไปอยู่กันที่อื่นอะไรอย่างนี้ แล้วแซนก็มีความรู้สึกว่าถ้าแซนอยู่ตรงนั้นเหตุการณ์จะเบาลงเพราะว่าเราสามารถคุยทางพี่กานต์ให้เบาลงได้”



“แซนเองก็คุยตามในไลฟ์นั้นแหละคือเราให้เหตุผลว่ากลับบ้านเถอะ อย่าให้ต้องมีปัญหากันมากกว่านี้เพราะเหตุผลเดียวคือให้คุณกลับบ้าน ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าคุณกลับไม่ได้ฝ่ายชายยื้อไว้ แต่ตอนนี้ออกไปได้ง่ายๆเลยคุณก็กลับไป แล้วเดี๋ยวยังไงมีอะไรค่อยคุยกับเขาว่าคุณจะเอายังไงต่อ ตอนนี้กลับบ้านไปก่อน อย่าให้มันเกิดเหตุการณ์ที่มันรุนแรงไปมากกว่านี้เลย เขาก็โอเคกลับและที่พี่กานต์ต้องไลฟ์สดเพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเขาจะได้มีหลักฐาน และแซนก็เล่าเรื่องนี้ให้พี่เสกฟัง เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาบอกว่าลูกน้องเขาเล่าให้ฟัง แล้วเขามาถามแซนว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เคยโมโหหรือว่าอารมณ์เสียใส่เลย เราให้เหตุผลเขาคือเราก็คุยกับเขา เขาถามว่าเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรไหม เราก็บอกว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรร้ายแรง”
















 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    56%
  • ไม่เห็นด้วย
    44%

บอกต่อ : 76