อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

สรุปเหตุการณ์อาลัยศพ'เหม' โรคซึมเศร้าน่ากลัวทุกขณะ

สรุปเหตุการณ์ตลอดทั้งวัน การเสียชีวิตของ "เหม-ภูมิภาฑิต" ที่คิดสั้นผูกคอ เพื่อนๆดาราร่วมงานสวดศพ "โรคซึมเศร้า"เข้าใกล้และน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562 เวลา 05.02 น.


กลายเป็นเรื่องราวสุดช็อกวงการบันเทิง กรณี "เหม-ภูมิภาฑิต นิตยารส" อายุ 31 ปี ดาราและนักแสดงชื่อดัง ผูกคอตายปริศนา บริเวณระเบียงห้อง ภายในคอนโดฯ ส่วนตัว ซอยลาดปลาเค้า 58 แขวงอนุเสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โดย น.ส.จอมจุฑา ศิลาอาสน์ อายุ 30 ปี แฟนสาว ตื่นมาเจอศพเป็นคนแรก พร้อมให้การกับตำรวจว่า "เหม" เป็นโรคซึมเศร้า เคยเขียนจดหมายลาตายมาครั้งหนึ่งแล้ว รวมทั้งก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องการเงินด้วย ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ท่ามกลางเพื่อนพ้องน้องพี่วงการบันเทิงและแฟนคลับ แห่โพสต์ข้อความแสดงความอาลัย จึงขอลำดับเหตุการณ์อีกครั้งว่าตลอดทั้งวานนี้ (25 ก.ย.) เกิดอะไรขึ้นบ้าง

เริ่มจาก "มดดำ-คชาภา ตันเจริญ" พิธีกรรายการแฉ ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของ "เหม" ได้พูดคุยถึงการเสียชีวิตของ "เหม" ระบุว่า ตอนแรกที่ทราบข่าวรู้สึกช็อก ถามว่า "เหม" เป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่เมื่อไร คือเริ่มตั้งแต่ทำรายการท้าพิสูจน์รีเทิร์น ระหว่างถ่ายทำอยู่ ปรากฎว่าช่วงที่ถ่ายรายการไม่สามารถติดต่อ "เหม" ได้ และหายไปเลย จึงได้เปลี่ยนพิธีกร แต่ "เหม" ก็มีงานตลอด ความจริงคนมองว่าการเป็นนักแสดงมีเงิน ทำไม "เหม" ถึงไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง ไม่จ่ายค่าน้ำ ที่ตกเป็นข่าวที่ผ่านมา ก็เคลียร์ไปแล้ว ส่วนคำถามที่ว่าทำไมเงินของดาราหายไปไหนหมด คือก่อนหน้านี้ "เหม" ไปเซ็นค้ำประกันให้เพื่อน ปรากฎว่าเพื่อนไม่จ่ายเงิน อยู่ดีๆ ก็มีหนี้ก้อนโตขึ้นมา ซึ่งเรื่องอยู่ในชั้นศาล สมมุติอยู่ดี ๆ มีหนี้ก้อนโต 15 ล้านบาท เฉพาะหาดอกเบี้ยอย่างเดียวก็เท่าไหร่แล้ว เราจึงเห็น "เหม" ทำงานเยอะมาก เมื่อมีความเครียดมากขึ้น จึงกลายเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นมาสักระยะนึงแล้ว ทั้งนี้ถามเพื่อนสนิท "เหม" ว่า คุยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ก็ได้รับคำตอบว่าเมื่อคืน แสดงว่าการตัดสินใจจบชีวิตครั้งนี้เป็นเพียงชั่ววูบ




ต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง แอนด์ดรูว์- กรเศก โคร์นิน นักแสดงลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เพื่อนสนิท "เหม" โดย แอนด์ดรูว์- กรเศก กล่าวว่า วันนี้จะไปรับน้อง "เหม" ที่  รพ. และจะพาน้องไปที่วัดลาดปลาเค้า เพื่อรดน้ำศพและสวดพระอภิธรรมศพ สำหรับข่าวที่บอกว่า "เหม" ไปค้ำประกันเพื่อน จนเป็นหนี้ 15 ล้านบาทนั้น คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เป็นจำนวนเงินที่เยอะเกินไป เราสนิทกันแต่บางเรื่องราวต่างคนก็ต่างมีความเป็นส่วนตัว แต่ตนกับเขาถ้ามีอะไรเหนือบ่ากว่าแรงจริง ต้องบอกตน ต้องมีมาปรึกษากัน ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นการตัดสินปัญหาที่ทุกคนก็งงว่าทำไม แต่ถ้าเป็นเรื่องการไปลงทุนธุรกิจ เชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะสาเหตุนั้นมากกว่า เพราะเขาได้มาปรึกษาเรื่องอยากทำธุรกิจเหมือนกัน ส่วนตัว "เหม" ทำธุรกิจหลากหลาย เพราะด้วยความที่อยากสร้างความมั่นคง เขาก็พยายามทำหลายด้าน แต่ช่วงหลังธุรกิจมีปัญหา ด้วยความที่เขาเป็นเด็ก พอมาเจออะไรแบบนี้ จึงอาจรับไม่ได้ แต่ก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน

ในเวลาต่อมา นายเดชา นิตยารส พ่อของ "เหม" ได้โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ “นักคิดนอกกะลา เดชา” ใจความสรุปว่า ถึงนักข่าวและสำนักข่าวนักข่าวบางคน บางสำนักเล่นข่าวใส่ไข่เละเทะจริงเท็จไม่กรองเลย จะขายข่าวอย่างเดียวเลย พวกคุณเขียนให้ “เหม” เสียหาย ผมในฐานะคุณพ่อขอให้ท่านละอายใจ ละอายต่อคุณธรรมจริยธรรมของตัวเองบ้าง ขณะที่กัลยาณมิตรทุกคน ขอบคุณทุกกำลังใจ ยังเข้มแข็งเดินหน้าต่อไปได้ แต่การเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีลูกชายเป็นอัศวินคู่กายช่างเดียวดายเหลือเกิน ลูกเป็นยอดกตัญญูไม่เคยทำให้พ่อแม่ผิดหวังเสียใจเลยในชีวิต ครั้งนี้ลูกทำให้พ่อแม่เสียใจที่สุด  ทำไมแค่ผิดหวังกับคนที่ไม่รักษาคำพูดคนหนึ่ง ทำไมลูกต้องจบชีวิตตัวเอง พ่อบอกแล้วไงว่าเราดีพอ มีศักยภาพเพียงพอ ที่จะก้าวข้ามคนเลวๆ นั้นไปได้ ทำไมลูกตัดสินใจปุ๊ปปั๊บแบบนี้ กลายเป็นข่าวร้ายยิ่งกว่าสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ขอให้ลูก “เหม” ไปสู่ภพภูมิที่ดีสถิตย์ ณ สรวงสวรรค์อันเป็นทิพย์ หากชาติหน้ามีจริงขอให้เราได้เกิดมาเป็นพ่อลูกกันอีกนะ พ่อแม่รักและรอ “เหม” ฮีโร่แสนดีของครอบครัวเสมอนะครับ ฝากนักข่าวเขียนข่าวสร้างสรรค์ให้เกียรติผู้ตายด้วยนะครับ

ก่อนที่ต่อมาจะโพสต์อีกข้อความระบุว่า เขาเป็นคนประเภทฮีโร่ ใจสปอร์ต ประเภทกูเอง สุดท้าย Fail กับการผิดคำพูดของเพื่อน พ่อบอกแล้วว่าเดี๋ยวก็แก้ได้ ไม่ต้องทะเลาะกัน ก็ดีมาสองสามเดือน ไม่คิดว่าจะตัดสินใจประชดเพื่อนแบบนี้ เขาเป็นคนแคร์เพื่อนแต่เด็ก ตอน ป.5 เพื่อนไม่พูดด้วย ไปนอนกลางถนนหน้าโรงเรียน จะให้รถทับ นี่คือการประชดเพื่อนเหรอ พร้อมโพสต์รูปข่าวที่พาดหัวข่าวว่าดับเพราะเพื่อน? สลดปมเหมคิดสั้นทำงานหนัก จ่ายหนี้ก้อนโต 15 ล้าน เหตุค้ำประกันเพื่อน พร้อมลิ้งค์ยูทูปข่าวที่บอกว่า "มดดำ " เผยสาเหตุ "เหม ภูมิภาฑิต" ที่ต้องจากโลกนี้ไป




ที่กองพยาธิกรรม อาคาร 14 รพ.ภูมิพลอดุลยเดช​ ​ น.ส.ธีรดา หรือ ออม ธีรเกียรติ​ ผู้ช่วยผู้จัดการส่วนตัว​ พร้อม น.ว.ณัฐนพิน นิตยารส หรือเมย์ น้องสาว "เหม-ภูมิภาฑิต" เดินทางมารับศพ "เหม" ดาราและนักแสดงชื่อดัง เพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศล รดน้ำศพ และสวดพระอภิธรรมศพ ที่วัดลาดปลาเค้า ถนนลาดปลาเค้า แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมีเพื่อนดารา​ อาทิ เก่ง-ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์ ดาราช่อง 3 แอนด์ดรูว์-กรเศก นักแสดงลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เดินทางมาร่วมรับศพ บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า

น.ส.ธีรดา กล่าวว่า เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนที่มีกระแสข่าวเรื่องเงิน ทำให้น้องก่อเหตุนั้น ไม่อยากโยงไปถึงเรื่องเก่า เพราะตอนนี้น้องเริ่มจะมีงานเข้ามามากขึ้น รวมไปถึงเรื่องเงินค้ำประกัน​ 15​ ล้านบาท​ ตนรวมไปถึงพี่นะโม​ ผู้จัดการส่วนตัวไม่ทราบจริงๆ​ สำหรับโรคซึมเศร้า ยอมรับว่าน้องมีอาการดังกล่าวมาได้สักระยะ ประมาณปีถึง 2 ปีแล้ว​  และกำลังกินยาอยู่  ซึ่งน้องไปรักษาอาการมาอย่างต่อเนื่อง​  ที่ผ่านมาจะไม่พยายามพูดคุยเรื่องนี้​ แต่จะมีสอบถามเป็นระยะๆ​ ล่่าสุดเมื่อหลายวันที่ผ่านมา ได้ถามน้องถึงเรื่องไปหาหมอ​และการกินยา​ แต่ตัวน้องไม่ว่าง และการไปหมอแต่ละครั้ง​ ต้องมีนัดหมายล่วงหน้า​ ที่สำคัญรู้จักและดูแลน้องมากว่า​ 8​ ปี ​ เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่​ 20​ ก.ย. และได้คุยกันล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ช่วงหัวค่ำ ​เพื่อแจ้งหมายที่จะไปทำงานในวันที่​ 25​ ก.ย. เวลา 16.00 น. ที่อาร์ซีเอ​ ซึ่งในวันที่​ 25​ ก.ย. ที่เป็นวันเกิดเหตุ​ ก่อนถึงเวลานัดหมาย น้องส่งข้อความผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ว่า "อาจจะมาช้าหน่อย" จากนั้นมาทราบอีกครั้ง​ น้องเสียชีวิตแล้ว​ ซึ่งไม่มีสัญญาณหรืออะไรที่บ่งบอกว่าน้องจะทำแบบนี้​ ส่วนตัวจึงเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากโรคซึมเศร้า




ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน กล่าวว่า การสอบสวนยังมุ่งเน้นในการทำสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ เพื่อพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งต้องรอผลการชันสูตรจากทางนิติเวช แต่จากการสอบปากคำครอบครัวผู้ตาย ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้ตายเคยเขียนจดหมายลาตายไว้ แต่ทางครอบครัวพบก่อน ประกอบกับเมื่อวานนี้ ผู้ตายโพสต์ข้อความทิ้งไว้ในโซเชียลส่วนตัวในเชิงกล่าวลา รวมทั้งยังเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่อยู่ระหว่างการรักษาตัว นอกจากนี้ทางครอบครัวยังทราบว่า ผู้ตายมีความเครียดจากปัญหาส่วนตัว ทั้งเรื่องการเงิน และปัญหาต่างๆ จากข้อมูลทั้งหมดตำรวจจึงให้น้ำหนักไปทางกระทำด้วยตนเองมากกว่า ซึ่งการตรวจสอบจุดเกิดเหตุของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจ ก็ไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย หรือร่องรอยการต่อสู้ใดๆ แต่ได้ส่งผ้าที่ผู้ตายใช้ผูกคอไปตรวจสอบให้แน่ชัด รวมถึงต้องรอผลการตรวจชันสูตรจากทางนิติเวช เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานนี้อีกครั้ง จากนี้จะเชิญครอบครัวผู้ตายให้ปากคำหลังเสร็จสิ้นพิธีการทางศาสนา

จากนั้นที่วัดลาดปลาเค้า ศาลา 12 มีพิธีรดน้ำศพ "เหม" ดาราและนักแสดงชื่อดัง โดยมี นายเดชา และ นางเอื้อมพร นิตยารส  พ่อและแม่ของ "เหม" รวมทั้งญาติๆ เพื่อนดารา และเหล่าแฟนคลับ เข้าร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า ทั้งนี้บริเวณศาลารดน้ำศพ ทางครอบครัวนำฉากมากั้น และขออนุญาตความเป็นส่วนตัว ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพแต่อย่างใด ทั้งนี้ ศพของ "เหม" สวดพระอภิธรรมศพคืนนี้เป็นคืนแรกในเวลา 19.00 น. ซึ่งทางเจ้าภาพจะตั้งสวดพระอธิธรรมไปจนถึงวันที่ 28 ก.ย. ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 29 ก.ย.



น.ส.ณัฐนพิน นิตยารส หรือเมย์ น้องสาวของ "เหม" กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและสีหน้าเศร้าว่า ปัญหาเรื่องการเงินของเขาตนทราบเรื่องตั้งแต่ตอนที่เขามีข่าว เราคิดว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องเล็กน้อย วันหนึ่งก็คงจะผ่านไปได้ ไม่คิดว่าเขาจะตัดสินใจแบบนี้ สำหรับเรื่องที่ไปค้ำประกันให้เพื่อนจนเป็นหนี้ 15 ล้านบาทนั้น เพิ่งทราบเหมือนกัน และทราบแค่ว่าเขามีเรื่องหนักใจ แต่เรื่องอะไรบ้างไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นเรื่องเพื่อนหรือเรื่องอะไร เรื่องที่ "มดดำ" ออกมาพูดเรื่อง "เหม" เป็นหนี้ ก็ยังไม่ทราบ และส่วนตัวก็ไม่เคยคุยกับ "มดดำ" ไม่ว่าจะเครียดแค่ไหน ถ้าเขาไม่ป่วยจริงคงไม่มีใครอยากเสียชีวิต สำหรับแฟนสาวของเหม มีโอกาสได้คุยกับเขาแล้ว เขาไม่ได้เล่าอะไรมากมาย เพราะยังช็อกอยู่

"สภาพจิตใจของพ่อและแม่ก็แย่ การให้กำลังใจคือการกอดกันอย่างเดียว พูดอะไรมากไม่ได้ บอกแต่ว่าเข้มแข็ง สำหรับตนเหมคือพี่ชายที่แสนดี ถึงจะอารมณ์ร้ายบ้าง ตอนเด็ก ๆ อาจมีทะเลาะกันบ้างเด็กผู้หญิงกับผู้ชายแต่โดยรวมแล้วดี ตนอยากบอกเหมว่าไม่ต้องห่วง เป็นกำลังใจให้ตนด้วย คิดว่าเขาไม่มีห่วงอะไรแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ตนต้องเป็นเสาหลักแทนพี่ชาย" น.ว.ณัฐนพิน กล่าว



ขณะที่ มดดำ-คชาภา ซึ่งเดินทางมาร่วมงานสวดพระอภิธรรม กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า  ขอแสดงความเสียใจ หลายคนช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนรู้เรื่องนี้สดๆ ตอนจัดรายการอยู่ ส่วนที่ตนบอกว่าเห็นใจ "เหม" ที่ไปค้ำประกันให้เพื่อนนั้น รู้เรื่องนี้มาสัก 1 ปีแล้ว ตนขอแก้ข่าวเรื่อง 15 ล้านบาทก่อนในรายการตนพูดแค่ว่า ถ้าอยู่ดี ๆ คุณมีหนี้สิน 15 ล้านบาท เราเป็นดารา ได้เงินหลักหมื่น ต้องมาผ่อนเป็นหลักล้าน คือตนไม่ได้รู้ตัวเลขว่าเท่าไหร่ แต่รู้ว่าเป็นเงินที่เขาไปค้ำประกันมา ซึ่งเรื่องนี้เพิ่งมารู้ตอนคุณย่าของตนเสีย เพราะเขาไปช่วยงาน ซึ่งตนรู้เรื่องนี้จากข่าวส่วนตัวไม่ได้ถาม ส่วนใหญ่รู้จากแฟนเขาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าไปค้ำประกันให้เพื่อนคนไหน แต่ที่มารู้มากขึ้น เพราะเขามาทำธุรกิจกับ พ้อยท์-ชลวิทย์ มีทองคํา ได้ข่าวว่าไปทำธุรกิจที่เมียนมากัน

มดดำ-คชาภา กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่พ่อของ "เหม" โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คนั้น ตนได้พูดคุยกับพ่อ "เหม" แล้ว ค่อนข้างน่าสงสาร อย่างแรกเลยคือโรคซึมเศร้า พี่นะโม ผู้จัดการ "เหม" เขาก็พยายามรักษามาโดยตลอด ส่วนสภาพจิตใจคุณพ่อคุณแม่ คือคุณแม่เป็นโรคหัวใจด้วย เมื่อวานคุณแม่เขาหัวใจเต้นเร็วพอสมควร ทั้งนี้ในส่วนของเรื่องเงิน คิดว่าไม่ต้องไปตามแล้วขอให้จบเถอะ ทั้งหมดเราก็ไม่ใครรู้ความจริง ตนก็ไม่รู้ความจริง รู้แต่ว่าไปค้ำประกันมาเท่านั้นเอง



ช่วงค่ำ อะตอม สัมพันธภาพ นักแสดงหนุ่ม หนึ่งในหุ้นส่วนของ เหม ในการทำธุรกิจ เดินทางร่วมงานงานศพ พร้อมกล่าวว่า ร่วมทำธุรกิจกับผู้ตาย นำเข้าและส่งออกไม้แปรรูปที่ประเทศเมียนมา และส่งไปต่างประเทศ เพิ่งเริ่มได้ 2 ปี ทุกอย่างกำลังโอเค และได้การพูดคุยกันตลอดว่า งานทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี พอได้ยินข่าวก็รีบมาวัด มาจองศาลา ส่วนประเด็นเรื่องที่เหมไปค้ำประกันให้เพื่อน ตนอยากจะเรียนกับพี่ๆ สื่อมวลชน ไม่อยากให้ไปขยายความมาก เพราะตนเองเป็นคนสนิท คุยกันเกือบทุกเรื่อง ก็ไม่ได้มีเรื่องนี้ เมื่อวานเห็นหลายสำนักไปเขียน ก็ไม่ได้ตำหนิ แต่ว่าอยากให้เกียรติเหม อยากให้เกียรติครอบครัว ให้เกียรติผู้ตาย คนตายพูดไม่ได้ ตนทราบเรื่องนี้คร่าวๆ จากข่าวที่ออกมา แต่ก็ไม่ได้ถามว่าไปค้ำประกันเพื่อนคนไหน ถามว่าเรื่องค้ำประกันมีส่วนในการตัดสินใจให้เขาทำแบบนี้หรือไม่นั้น ตนว่าไม่ใช่ สาเหตุหลักน่าจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า



วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำ จ.มหาสารคาม เดินทางไปบ้านเลขที่ 79 หมู่ 1 ต.พยัคฆภูมิพิสัย อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นบ้านพ่อและแม่ ของนักแสดง "เหม" พบว่าเป็นบ้านชั้นเดียว 2 หลัง ปลูกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ด้านหน้าบ้านเปิดเป็นร้านสเต๊ก ซึ่งวันนี้ทั้งร้านอาหารและตัวบ้านประตูปิดสนิท สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่าพ่อและแม่พร้อมญาติๆ เดินทางลงไปยังกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา เพื่อไปรับศพลูกชาย ทั้งนี้ นางทิพวรรณ  แซ่ตั้ง  เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ชาว อ.พยัคภูมิพิสัย ต่างพากันเสียใจกันอย่างมาก  เพราะน้องเป็นเด็กกตัญูญูเรียบร้อย และเคยมาร่วมทำงานช่วยเหลือสังคมเตะบอลการกุศล ส่วนแม่ของ "เหม" เป็นครูสอนที่โรงเรียนพยัคภูมิวิทยาคาร  พ่อ ลาออกจากข้าราชการครูไปสอนมวยไทยที่ต่างประเทศ แล้วกลับมาเมืองไทย มาร่วมกับทีมสตั้นแมน "พรรณนา ฤทธิ์ไกร" ทั้งนี้ "เหม"มีพี่น้อง 2 คน "เหม" เป็นบุตรชายคนโต โดยคนสุดท้องเป็นผู้หญิง

โดยสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักแสดงหนุ่มชื่อดังรายนี้ ไม่ใช่รายแรกที่ถูกโรคซึมเศร้าเล่นงาน ทำให้กระแสความน่ากลัวของโรคดังกล่าวกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง คงไม่เร็วเกินไปที่จะบอกว่าถึงเวลาแล้วใช่หรือไม่ที่เราจะต้องหันกลับมามองคนรอบข้าง ทั้งเพื่อนร่วมงาน ทั้งคนในครอบครัว ว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลังประสบปัญหาความเครียดและกำลังต้องการใครสักคนที่สามารถบอกเล่าปัญหาในชีวิตให้ได้รู้สึกสบายใจหรือดีขึ้นแล้วหรือยัง เป้นการแก้ปัญหาเบื้องต้นก่อนจะพาไปรักษาอาการตามกระบวนการของแพทย์.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

ความคิดเห็น