อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

"ซึมเศร้า"ไม่ใช่เรื่องตลก! "เอิน" นอยด์เจอพาดหัวข่าวแรง

"เอิน-กัลยกร" นอยด์เจอพาดหัวข่าวแรง บอกเรียกร้องหาจรรยาบรรณของสื่อ ย้ำโรคซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องตลก เสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12.52 น.


ก่อนหน้านี้อดีตนักร้องสาว เอิน-กัลยกร ถึงกับไม่พอใจเมื่อเห็นพาดหัวข่าวของสื่อหนึ่งที่ใช้ข้อความค่อนข้างรุนแรงเกี่ยวกับรูปร่างของตน ซึ่งทางสำนักข่าวดังกล่าวได้มีการโทรศัพท์มาขอโทษเป็นการส่วนตัวแล้วแต่สาวเอินไม่ได้ต้องการแค่คำขอโทษ แต่ต้องการมาตรการในการจัดการที่เป็นรูปธรรม ล่าสุดสาวเอินเดินทางมาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ show โดยเล่าว่า



“เรื่องพาดหัวข่าวอึ่งอ่างมันก็มีความหมายของมัน แต่ว่าเมื่อมาใช้เอินอ้วนเป็นอึ่งอ่างมันชัดเจนมากว่ามีการด่าทอกันในการพาดหัวครั้งนี้ ตอนเห็นเราก็งงว่าทำไมพาดหัวแบบนี้ ตอนนั้นเอินออกงานไปพูดเกี่ยวกับผู้ป่วยซึมเศร้าแล้วเขาขอดึงตัวเอินออกมาสัมภาษณ์ ซึ่งในบทสนทนาที่เราสัมภาษณ์กันมันก็ดี มันไม่มีอะไร รู้สึกว่าที่ผ่านมาตอนที่เราอยู่ในวงการจนตอนที่เราออกนอกวงการทำธุรกิจเราก็ไม่เคยทำอะไรใคร เราก็รู้สึกว่าทำไมเราถึงโดนแบบนี้ มีโกรธเป็นแว๊บๆ แต่ส่วนใหญ่ผิดหวังมากกว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เสียใจที่มีสำนักข่าวเขียนแบบนี้ถึงเรา แต่ไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่เขาเขียนเพราะรู้สึกว่าเขาก็คงนิสัยไม่ค่อยดี เขาถึงเขียนแบบนี้ เอินขออนุญาต ก่อนเอินไม่ใช่ดาราแล้วฉะนั้นเอินพูดจาแบบดาราไม่ค่อยเป็นแล้ว ตอนนั้นเราก็เขียนระบายความรู้สึกของเราลงในเฟซบุ๊ก แล้วเราก็รู้สึกว่าเนื้อหาข้างในก็ไม่ได้แย่ แต่ทำไมพาดหัวแบบนี้ เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของจรรยาบรรณ เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการเรียกคนเข้ามาอ่าน”



“ประเด็นที่สองคนทั่วไปไม่จำเป็นต้องเป็นโรคซึมเศร้าก็สะอึก แล้วยิ่งคนที่เป็นโรคซึมเศร้า วันที่เอินเจอ สมมุติว่าวันที่เอินเจอเป็นวันที่เอินดาวน์หนักมาก วันที่เอินอยู่ในภาวะเกลียดตัวเองขึ้นมา สิ่งที่เขาพาดหัวมันทำให้เอินทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายได้เลยนะ เอินถึงได้บอกว่านี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆมันรุนแรงมาก ถ้าสมมุติว่าวันนี้เอิน รักษาอยู่ เอินแข็งแรงประมาณนึงแล้ว แต่เมื่อวานก็แอบร้องไห้อยู่นะ สมมุติว่าคนที่เจอไม่ใช่เอินเป็นคนที่ยังไม่แข็งแรงแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น เราเลยถามหาจรรยาบรรณ รอให้ใครสักคนเสียชีวิตไปก่อนเหรอถึงจะทำอะไรสักอย่าง มันก็ไม่ใช่ จริงๆเอินรู้ข่าวประมาณ 6 โมง มีเพื่อนแคปมาให้ดู เสร็จแล้วประมาณเที่ยงหรือบ่ายจำไม่ได้ จำได้แค่ว่าประชุมงานอยู่ แล้วมีนักข่าวคนที่สัมภาษณ์โทรมา เขาบอกว่าเขาขอโทษเป็นการส่วนตัว เขาเป็นคนเขียน แต่เขาไม่ได้เขียนพาดหัวแบบนั้นเขาส่งต่อให้รีไรท์เตอร์ เราก็โอเค เรารับการขอโทษเป็นการส่วนตัว แต่ที่เขาจะขอโทษแทนพี่ๆเราว่ามันไม่ใช่ เราก็รู้อยู่ว่าข่าวๆนึงกว่าจะออกมามันต้องผ่านคนเขียน คนรีไรท์ ผ่านกอง บก. ผ่านการบรู๊ฟแล้วฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคนหนึ่งคน แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการออกข่าวครั้งนั้น”



เอิน กล่าวต่อว่า “ทีนี้ตอนค่ำก็มีอีกคนโทรมาบอกว่าเป็นหัวหน้ากองข่าว ไม่มีคำว่าขอโทษเลยตลอดบทสนทนา ช่วงแรกๆวนไปบอกว่าคนที่ควรจะโทรมาไม่ควรจะเป็นน้องคนนั้นควรจะเป็นเขา ก็มีหลุดคำว่าเสียใจออกมา แต่ว่านานมากกว่าจะหลุดคำนี้ออกมา ซึ่งเขาพยายามพูดปัดๆให้มันจบ เอินอธิบายให้เขาฟังว่ามันรุนแรงแค่ไหน เอินไม่ใช่คนแรก ไม่ใช่คนสุดท้าย ก่อนหน้านี้ก็เขียนถึงคนนู้นคนนี้แบบนี้ เอินรู้สึกว่ามันไม่โอเค เขาก็ถามเอินด้วยน้ำเสียงโมโหว่าแล้วเอินจะเอาอะไร เราก็บอกเขาไป 3 สิ่ง คือ 1.ให้เขาเขียนขอโทษอย่างเป็นทางการ 2.ต้องการมาตรการจัดการกับคนที่มีส่วนในการรับผิดชอบในครั้งนี้ทุกคน 3.มาตรการที่เขาต้องวางเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับคนอื่นด้วยในอนาคตเพราะว่าเอินไม่เชื่อว่าเอินคนเดียวจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ แต่มันต้องเริ่มที่ใครสักคน”



“ที่เป็นโรคซึมเศร้าจะมีชุดความคิดใกล้ๆกัน ของเอินจะเป็นรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ตัวเองไม่ดีพอ พอมันเป็น 2 อย่างนี้คู่กันอะไรก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ดีพอ เราไม่มีคุณค่า มันค่อนข้างรุนแรงแล้วกระตุ้นให้รุนแรงมาก อย่างเรื่องน้ำหนักของเราขึ้นเพราะกินยารักษาโรคซึมเศร้า แต่ตอนนี้เปลี่ยนยาแล้ว เอินเป็นโรคซึมเศร้ามา 20 กว่าปีก็คือปีแรกที่รักษา ยาที่ทานทำให้น้ำหนักขึ้นมา 40 กิโล เรากับหมอรู้สึกตัวกันช้าไป ถ้าเรารู้ตัวเร็วกว่านี้เราจะเปลี่ยนยาตั้งแต่มันขึ้นมาไม่กี่กิโล แต่พอเรารู้ตัวกันช้ากว่าจะเปลี่ยนน้ำหนักมันก็ขึ้นมาเยอะ แต่พอเปลี่ยนยามันก็หยุดขึ้นแล้ว”


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    76%
  • ไม่เห็นด้วย
    24%

บอกต่อ : 114