อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

คู่กรณีด่าซ้ำ'ลูกตาล'เปรียบเคสนี้เหมือนชาวนากับงูเห่า!

คู่กรณี ลูกตาล-ชโลมจิต ย้ำอีกรอบปมดราม่ายืมเงิน บอกเสียดายวันเวลาที่รู้จักกันมา ยกเคสนี้เป็นเหมือนชาวนากับงูเห่า พุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13.38 น.


ยังคงเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีที่เพจดังในโลกออนไลน์ ออกมาโพสต์คลิปของนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ลูกตาล-ชโลมจิต ที่ล่าสุดถูกสาวใหญ่เจ้าของร้านเพชรคนหนึ่งเข้ามาทวงเงิน ซึ่งในคลิปมีการถกเถียงกันอย่างรุนแรง จากนั้นมีรายงานข่าวว่าสาวใหญ่ได้เข้าแจ้งความที่ สน.มักกะสัน หลังจากนั้นสาวลูกตาลพร้อมทนายก็ได้นัดสื่อมวลชนเพื่อแจงปมดังกล่าวแบบหนังคนละม้วน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดในรายการโหนกระแส คุณจุ๋ม เจ้าของร้านเพชรที่ให้สาวลูกตาลยืมเงินก็ได้เดินทางมาร่วมพูดคุยในรายการ โดยเล่าว่า
“เรื่องรถมอเตอร์ไซค์ที่เอามาฝากไว้ เขาให้เอารถไปขาย ทุกอย่างมีเขียนอยู่ในบันทึกประจำวันที่ สน. ที่บอกว่าสิทธิ์ขาดการขายรถอยู่ที่พี่และพี่ขายไปแล้วได้เงินสองแสนบาท ยอดจะเหลือหนึ่งล้านสองแสนบาท แต่ที่ผ่อนมาเป็นสินน้ำใจ จริงๆเขาผ่อนอ่ะเดือนละเจ็ดหมื่นบาท ผ่อนช้า ผ่อนบ้างไม่ผ่อนบ้างพี่ก็ไม่ว่า แต่เรื่องที่เขามายืมเงินมาขอร้องตอนนั้นพี่พลาดไม่มีเอกสาร แต่การที่มีข่าวแล้วมีคนมาว่าพี่เป็นเจ้าหนี้ดอกโหด มาว่าพี่ต่างๆนานา พี่ขอความยุติธรรมด้วย”



จุ๋ม เผยต่อว่า “คุณมาเอาทรัพย์สินของคุณได้เครื่องเพชรเอาคืนไป พี่ไม่ได้อยากได้ พี่ยืนยันความบริสุทธิ์ใจของเราได้ แต่พี่เองต้องมานั่งชำระดอกเบี้ยแบงค์แทนเพราะมันเป็นเงินโอดีของพี่ตั้งแต่ปี 63 จนถึงปัจจุบัน อยากขอความยุติธรรมด้วย”

“ถ้าคุณลูกตาลดูอยู่ก็อยากจะบอกว่าเสียดายวันเวลาที่รู้จักกันมา พี่เสียใจกับบทเรียนที่คุณได้ทำกับพี่ วันนั้นที่จะตบพี่ จนลูกสาวต้องหยิบมือถือมาถ่ายคลิปไว้เราเลยไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.มักกะสัน พี่อยากบอกว่านิทานเรื่องนี้มันเหมือนชาวนากับงูเห่า”


ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @chalomejit

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ใช่ดอกเบี้ย!คู่กรณีย้ำให้ 'ลูกตาล' ยืมเงินเพราะสงสาร

'ลูกตาล'ลั่นไม่ไกล่เกลี่ยแน่ เหตุ'คู่กรณี'ทำเสียชื่อหนัก

หมาเห่าอย่าเห่าตอบ!'ลูกตาล ชโลมจิต'นิ่งไม่โต้ปมยืมเงิน




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 42