อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

'เจนนี่'งัดแชทโชว์-โต้ทุกประเด็น ลั่น'หนูไม่เคยโกงใคร'

"เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น" ไลฟ์สดชี้แจงประเด็นดราม่า ปมโกงค่าตัวนักร้องในค่ายตัวเอง ยันไม่จริง! ลั่น "หนูไม่เคยโกงเงินใคร" เสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2563 เวลา 21.45 น.

กำลังเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอยู่อย่างมาก สำหรับ ดราม่าของนักร้อง นักแต่งเพลงและเจ้าของค่ายเพลงคนดัง เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ซึ่งดราม่าดังกล่าว มีทั้งประเด็นเรื่องที่ไปออกงานคอนเสิร์ตใน จ.กระบี่ และ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีแฟนเพลงเบียดเสียดกันแน่น ซึ่งหลายคนไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัย ทำให้หลายฝ่ายในสังคมหวั่นเรื่องการติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงประเด็นที่มีการเช็ดเหงื่อนักร้องโยนแจกให้แฟนๆและประเด็นดราม่าโกงค่าตัวนักร้องในค่ายตัวเองอีก ซึ่งทุกประเด็นนั้นร้อนแรง จนทำให้สาวเจนนี่ถูกวิจารณ์อย่างดุเดือดมาหลายวัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 1 ส.ค. สาวเจนนี่ได้มีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก น้องเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เพื่อชี้แจงประเด็นดราม่าต่างๆ โดยสาวเจนนี่เล่าว่า “เรื่องน้องเก้าประเด็นโกงค่าตัวทั้งหมดเรื่องต่างๆ สาเหตุอะไรต่างๆที่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งด่า ขอให้ฟังหนูชี้แจงก่อน หลังจากนั้นใครจะว่ายังไงก็แล้วแต่ ให้หนูได้พูดในส่วนของหนูก่อน หนูต้องบอกเลยว่าเรื่องโกงค่าตัวไม่มีจริง หนูไม่เคยโกงเงินใคร อย่างเรื่อง 70 : 30 ที่พูดกันมันเป็นข้อเสนอของหนูที่ให้น้องเก้าให้เขามาเป็นศิลปินในสังกัดหนู ถ้าน้องเก้ามาอยู่กับหนูก็จะเป็นพี่ 70% เพราะพี่ต้องแบ่งให้ลิลลี่ที่ร้องด้วย 30 % ส่วนน้องเก้า 30% ที่เหลือเป็นค่าทำงานและค่าอื่นๆ แต่น้องเก้าปฏิเสธที่จะมาเป็นศิลปินในสังกัดของพี่ สัญญาใจก็ไม่มีจริง แต่เรามีข้อเสนอซึ่งกันและกัน ซึ่งข้อเสนอเราก็คุยกันก่อนปล่อยเพลงเลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว ข้อเสนอหลักๆคือถ้าเป็นศิลปินในสังกัดให้ 30%”

“ประเด็นต่อมา เรื่องค่าตัว 3,000 บาทที่บอกว่าเป็นค่าตัวเดินทางจากใต้มากรุงเทพฯไม่ได้หรอกมันไม่พอ หนูยังบอกเลยถ้าเจ้าภาพไม่จ้างพี่จ้างเอง ซึ่ง 3,000 บาทนี้ยังไม่ได้ปล่อยเพลงและเราก็ไม่มีใครรู้ว่าเพลงจะดัง ซึ่งน้องก็ได้ปฏิเสธการเป็นศิลปินในสังกัดของหนู จริงๆปัญหาหลักๆเกิดจากการที่น้องเก้าไลฟ์สด คนก็มารุมด่าพ่อแม่และครอบครัวหนู ฝั่งเราไม่ได้เริ่มก่อนนะ เรื่องทั้งหมดเกิดจากเพจๆหนึ่งโจมตีหนูมาตลอด และที่หนูสงสัยคือถ้าน้องเก้าคิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรมทำไมไม่บอกหนูตั้งแต่ตอนแรก ทำไมไม่คุยกัน เรื่องน้ำใจหนูมีให้อยู่แล้ว แต่พ่อน้องไม่เคยรับโทรศัพท์หนูเลยตั้งแต่มีเรื่อง  ซึ่งหนูก็ต้องขอโทษพ่อน้องเก้า(ยกมือไหว้)ด้วยหนูไม่เคยให้ใครไปด่าพ่อ ไม่เคยอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น พ่อได้รับการติดต่อจากหนู มีสายเดียวที่รับหลังจากนั้นไม่รับเลยไม่รู้เพราะอะไร”



เจนนี่ เล่าต่อว่า “คำว่าไม่คิดถึงน้องบ้างเหรอที่พ่อน้องเก้าพูด เป็นเรื่องของผลประโยชน์ว่าได้ร้อยล้านวิวไม่คิดถึงน้องบ้างเหรอ คือพ่อไม่โอเคที่หนูไม่แบ่งค่ายอดวิว 30% ให้แต่น้องไม่ได้น้องในสังกัดหนู หนูเองก็มีถามพ่อนะอยากให้แบ่งเท่าไหร่ คุยสักพักกับพ่อก็บอกไม่เป็นไรจะได้รู้กัน 30% น้องไม่ได้ แล้วก็วางสายไป พ่อบอกขับรถอยู่ไว้คุยกัน หนูเองก็ทักแชทไปหาน้องเก้านะที่ทำให้ตอนนั้นได้ร้อยล้านวิว ตอนนั้นได้ค่ายอดวิวเดือนเดียวไม่เยอะ ที่ให้น้องไป 20,000 บาทเพราะไม่สบายใจค่าตัวน้องไม่พอ เขาขาดทุน บอกเป็นน้ำใจจากพี่ แต่น้องไม่รับโอนเงินคืนมา ซึ่งตอนนั้นก็มีที่พ่อส่งข้อความมา แต่หนูอ่านไม่ทันพ่อลบไปก่อนคือหนูทักน้องตลอด คุยตลอด แต่ไม่รู้เพราะอะไร ที่บอกว่าทำไมไม่ไปเคลียร์กันข้างหลัง คือไม่ได้นัดเจอ ไม่ได้นัดเคลียร์เลย หนูรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้มาจากน้อง แต่มาจากผู้ใหญ่ทางฝั่งน้อง”

"อย่างเรื่องไม่ขอบคุณ อันนี้ไม่จริง หนูขอบคุณตลอดทุกอย่าง ตั้งแต่ตอนนั้น และเรื่องเอกสารที่น้องบอกส่งมาบ้านหนู หนูอยู่อีกบ้าน ไม่มีแม่บ้าน ไม่ได้รับ ไม่รู้น้องส่งอะไรมา ถ้ามีน้งออกมาบอกทีว่าส่งอะไรมาให้ ส่วนประเด็นค่าตัว 500 ออกรายการ อันนี้ไม่จริงท้าให้สาบานให้ตายเลยเพราะถ้ารายการไหนให้เยอะเราก็ให้เยอะ รายการไหนให้น้อยเราก็ให้น้อย ให้ตามความเหมาะสม แต่ยืนยันว่ารายการไหนถ้าให้ 10,000 บาทเราไม่มีทางให้น้อง 500 บาทแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้รายการไม่ผิด เพราะเขาทำให้เราได้โปรโมทและให้เราได้อยู่มีชื่อเสียงแบบวันนี้ และถ้าตอนนั้นพี่ให้น้องแล้วไม่โอเคทำไมไม่บอกพี่”

“ต่อมา เรื่องนักดนตรีที่ออกมาแฉจ้างรายเดือนแต่ไม่จ่าย อันนี้ที่ออกมาแฉไม่ใช่นักดนตรีวงเรา นักดนตรีคนในยังไม่เดือดร้อนเลย และเรื่องน้องในค่ายลาออก มันเป็นเรื่องส่วนตัว เขามีเหตุผลส่วนตัว หนูทำให้ถูกใจทุกคนไม่ได้ แต่หนูทำให้ถูกต้องได้ แต่บางคนก็มาด่าไม่ลืมหูลืมตา หลังจากนี้ใครจะเชื่อก็เชื่อ ไม่เชื่อก็ไม่อะไร หนูก็จะยืนหยัดต่อสู้ อดทน ต่อไป ฝั่งโน้นจะพูดอะไร หรือจะมีใครออกมาพูดอะไร หนูจะอดทนแล้วมันจะผ่านไป และหนูไม่สามารถปิดค่ายเพลงตามที่ทุกคนบอกได้เพราะหนูยังต้องสร้างอนาคตให้กับน้องๆที่อยู่อีก”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    52%
  • ไม่เห็นด้วย
    48%

บอกต่อ : 32