อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

"แตงโม"เล่านาทีบอกลาพ่อ รับตอนนี้นอน-อยู่คนเดียวไม่ได้

แตงโม-นิดา เล่านาทีที่ต้องบอกลาคุณพ่อตลอดกาล รับตอนนี้กินข้าวไม่ได้ กินน้ำไม่ได้ นอนไม่หลับ จนเพื่อน ๆ ต้องผลัดเวรกันมาดูแล ศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 22.45 น.


ยังคงเป็นข่าวเศร้าของนักแสดงสาว แตงโม-นิดา อย่างมาก หลังเจ้าตัวต้องสูญเสียคุณพ่อโสภณ พัชรวีระพงษ์ ไปอย่างไม่มีวันกลับอันเนื่องมาจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดบริเวณปอด และกระเพาะปัสสาวะ หลังเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ระยะที่ 4 เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้(25 ก.ย.)สาวแตงโมได้จัดพิธีศพของคุณพ่อที่ฌาปนสถานคริสเตียน คริสตจักรเมธอดิสท์ โดยสาวโมได้เล่าถึงนาทีที่ต้องบอกลาคุณพ่อตลอดกาลให้ฟังด้วย

แตงโม เผยว่า " วันนี้ถือว่าเป็นวันที่จะเศร้าก็ไม่เชิง เพราะว่าเราก็ทราบดีอยู่แล้วว่าคุณพ่อกลับไปอยู่กับพระเจ้าแล้ว จึงเป็นวันที่ชื่นชมยินดีในส่วนหนึ่งเพราะเรารู้ว่าสุดท้ายแล้วเราก็จะกลับไปเจอกันที่บนสวรรค์เหมือนเดิม สาเหตุที่เลือกจัดงานเพียงวันเดียว เอาตามสะดวกของคนที่มามากกว่า เพราะว่าช่วงนี้มีทั้งฝนตกรถติดด้วย ถ้าเกิดจัดหลายวันบางคนก็อาจจะมาไม่ได้ เลยคิดว่ารวบรัดวันเดียวไปเลยดีกว่า เขาจะได้มาแล้วจบไปเลยภายในวันเดียว ในส่วนของอัฐิของคุณพ่อส่วนหนึ่งจะเอาไปฝังที่ภูเก็ตไว้กับอากงอาม่า อีกส่วนหนึ่งโมจะเอามาทำร็อกเก็ต "    



" สภาพจิตใจโมว่าตัวเองเข้มแข็งระดับหนึ่งแล้วเลยแหละ เพราะว่าคุณพ่อก็ป่วยมาสักระยะ เหมือนให้เราได้ทำใจมาสักระยะแล้ว ช่วงวาระสุดท้ายโมได้ทันกลับไปหาคุณเพราะพอดี ทางโรงพยาบาลโทรมาบอกว่าคุณพ่อเริ่มไตวายเฉียบพลันและติดเชื้อในกระแสเลือดแล้ว หายใจเหนื่อยหอบมากเลยรีบไปกัน ตอนนั้นเที่ยงคืนได้แล้ว เราก็ได้บอกลาคุณพ่อว่า ให้คุณพ่ออยู่กับพระเจ้า ไม่ต้องมีห่วงอะไร ไม่ต้องเป็นห่วงลูก จะดูแลตัวเองให้ดี คุณพ่อเหนื่อยก็พักได้แล้วเพราะว่าอยู่ไปก็ทรมาน โมเห็นคุณพ่อแล้วก็ทรมานแทน จริงๆก่อนที่คุณพ่อจะไปก่อนหน้านั้นประมาณ 3 วันเป็นวันเกิดโมพอดี คุณพ่อก็ได้อวยพรมายืดยาวเลย แต่ว่าฟังไม่เป็นคำแล้วเพราะเริ่มที่จะพูดไม่มีเสียง เท่าที่จับใจความได้ก็คือขอให้สุขภาพแข็งแรง มีงานเข้ามาเยอะๆ แล้วก็ขอให้เป็นลูกพระเจ้าตลอดไป ขอให้พระเจ้าทรงดูแล "




แตงโม เผยว่า " เรื่องที่พ่อห่วงเราคือน่าจะเป็นเรื่องสุขภาพมากกว่า หลังจากคุณพ่อเสียยังไม่มีโอกาสได้ฝันถึงเลยเพราะว่าทางคริสเตียนเชื่อว่าถ้าหากใครที่ล่วงหลับไปแล้วก็จะไปอยู่กับพระเจ้าทันที ไม่มีเวียนว่ายตาย ไม่มีกลับมาหา คำสอนของคุณพ่อที่ยึดมาปฏิบัติน่าจะเป็นในเรื่องของการเรียนค่ะ โมยังไม่จบมหาวิทยาลัยเลย เสียดายที่คุณพ่อยังไม่ทันได้อยู่ถ่ายรูปกับเรา เหลืออีกแค่ 2 เทอมก็จะจบแล้ว ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่โมก็เชื่อว่าจะได้รับรู้อยู่ข้างบน " 
 


" ตอนนี้ก็เหมือนอยู่คนเดียว แต่ก็ยังมีเพื่อนๆ ญาติๆ มีคุณแม่คอยเป็นห่วงอยู่ ยังไม่ถึงกับเหงา มีบ้างที่แอบคิดถึง ว้าเหว่ แอบคิดว่าเราไม่มีคนที่ปรึกษาแล้ว อย่างงานวันนี้คุณแม่ก็มาด้วย ซึ่งก็จะเป็นลมท่าเดียวเลยกลายเป็นเราก็ต้องให้กำลังใจกันไป ตอนนี้เพื่อนก็ผลัดเวรกันมาอยู่เป็นเพื่อน จะไม่ปล่อยให้โมอยู่คนเดียวก่อน นั่งกินข้าวดูหนังอะไรกันไป แล้วสักพักก็แยกย้ายกันไปนอน แต่ว่าตอนนี้โมยังไม่สามารถอยู่คนเดียวได้เลย นอนไม่ค่อยหลับ ปกติจากที่ไม่ค่อยหลับอยู่แล้วก็ยิ่งไม่หลับหนักกว่าเดิม เลยมีอาการเบลอๆ งงๆ มันเป็นเพราะว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไม่รู้ทำไมตัวเองถึงไม่หิวข้าว ไม่หิวน้ำ กินอะไรก็ไม่ค่อยได้ คงเป็นเพราะจิตใจหดหู่มั้งคะ เลยทำให้โมไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงสักเท่าไร "

" เพื่อนๆก็พยายามบอกให้กินเยอะๆ ตลอดเวลา โมเองก็อยากบอกคุณพ่อว่าพ่อทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่สุดแล้ว แล้วก็ใช้ชีวิตมาอย่างคุ้มค่ามากแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน กีฬา และอีกหลายอย่างเลยแล้วก็เป็นต้นแบบที่ดีมากๆ ของเราเลยค่ะ " 

       
ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @melonp.official


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 35