อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

เปิดใจ'วาววา' เล่นร้ายจนทัวร์ลง ขอทำงานอีก 5ปีย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์

ตีบทแตกกระจุย 'วาววา-ณิชชา' ร้ายครั้งแรกในชีวิต พร้อมรีวิวชีวิตในวงการบันเทิง 9 ปี และอัพเดทเรื่องความรัก พุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 12.00 น.

ห่างหายจากหน้าจอไปนาน 3 ปี กลับมาอีกที สาว วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ พลิกบทบาทมารับบทนางร้ายครั้งแรกในละคร “ร้อยเล่ห์มารยา” ทางช่อง 3 เรียกได้ว่าตีบทแตกกระจุย จนทำคนดูอินจัดเกลียด “น้องนิ่ม” กันทั้งเมือง ล่าสุดบันเทิงเดลินิวส์ มีโอกาสพูดคุยกับสาววาววาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เลยต้องขออัพเดทเรื่องราวต่าง ๆ รวมทั้งถามถึงเรื่องหัวใจกับนักธุรกิจหนุ่มตาน้ำข้าว เฮนรี่ เลน ที่หลายคนลุ้นว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดี

กลับมาเล่นละครในรอบ 3 ปี?
“นานมากค่ะ 3 ปี ผ่านไปไวเหมือนโกหก กลับมาครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้นใหม่อีกครั้งที่ละครจะออนแอร์ ลุ้นกับฟีดแบ็กด้วยว่าจะเป็นยังไง เพราะวาเล่นบทร้ายครั้งแรก แต่เป็นบทที่ดีมาก ๆ นะคะ ต้องขอบคุณพี่ นก-จริยา มาก ๆ ที่นึกถึงและให้เราได้เล่นบทนี้ เพราะเป็นบทที่มีมิติมากๆ ด้วยความที่เนื้อเรื่องดัดแปลงมาจากเรื่องจริง ตัวละครเลยมีความเป็นมนุษย์ ทุกอย่างความคิด คำพูด เลยค่อนข้างเรียลมาก”

กับการเล่นร้ายครั้งแรกเรากดดันไหม?
“ไม่กดดันนะคะ (ยิ้ม) เพราะวาทำเต็มที่ เลยคิดว่าจะออกมาดีแน่ ๆ”

บทบาทของ “นิ่ม” ให้อะไรกับวาววาบ้าง?
“วาได้อะไรจากตัวละครตัวนี้เยอะนะคะ “นิ่ม” อาจจะไม่ได้เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของวา แต่ เรารู้สึกว่าตัวละครตัวนี้เป็นทุกข์ตลอดเวลา ผู้หญิงคนนี้ไม่มีความสุขเลย เขาโฟกัสผิดจุด คอยคิดแต่ว่าต้องเอาชนะ เขาถึงจะมีความสุข แต่ทำยังไงเขาก็ไม่ชนะ เพราะการชนะจริง ๆ เราต้องชนะใจตัวเองก่อน และต้องไม่เอาชีวิตเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่น



กลัวจะเดินตลาดไม่ได้ไหม?
“ไม่กลัว ๆ (หัวเราะ) เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จในฐานะนักแสดงเนอะ หวังว่าคนจะเกลียดนิ่มกันเยอะ ๆ แต่ตัวจริงอย่าเกลียดเลย (ยิ้ม)”

รีวิวชีวิต 9 ปีในวงการบันเทิงของวาววาให้ฟังหน่อย?
ชีวิตในวงการบันเทิงก็จะแซ่บ ๆ เหมือนในละคร มีขึ้น มีลง มีดราม่า แต่เราก็เรียนรู้และโตขึ้น เข้าใจชีวิตมากขึ้น ว่าทุกอย่าง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป และคิดว่ายังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ ใจวายังอยากเล่นละครอยู่นะ เราคิดว่าเรายังพัฒนาตัวเองได้อีก การเล่นละครเหมือนเราได้ทำโปรเจคท์ใหม่เรื่อย ๆ เราถ่ายละครก็ได้ไปโลเกชั่นใหม่ ๆ ทุกวัน ไม่จำเจ”

ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง?
“ช่วงโควิด-19 วาได้ทำโปรดักต์ใหม่ เป็นกาแฟดริป “โซยัง คอฟฟี่ ดริป” ก่อนหน้านี้ยุ่ง ๆ ถ่ายละคร 3 เรื่อง เลยไม่ได้โฟกัสเรื่องธุรกิจ พอช่วงโควิด-19 มีเวลาได้นั่งคิด ได้ออกแบบ ก็มีโปรเจคท์งอกเงยขึ้นมา อย่างเมื่อก่อนวาขายน้ำเต้าหูเป็นขวด แต่อายุการเก็บรักษามันสั้น ซึ่งเราไม่อยากใส่สารกันเสีย เลยอยากทำอะไรที่อยู่ได้นานขึ้น แต่ยังคงคอนเซปต์เรื่องสุขภาพ ที่มาจากธรรมชาติ เลยเป็นกาแฟสด คั่วบด อยู่ในถุงดริป สามารถแกะ กาง แล้วครอบไว้บนแก้ว แล้วเราก็เทน้ำร้อน ค่อย ๆ ดริปไป คนที่ทานกาแฟสดน่าจะชอบ เพราะเราใช้กาแฟสเปเชียลตี้ มีคนที่เป็นแชมป์ดริปกาแฟมาช่วยดีไซน์รสให้ด้วย”


เป้าหมายในการทำงานตอนนี้ของวาววา?
วาอยากถ่ายละครอีก 3-5 ปี แล้วย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์ อาจจะอยู่ที่โน่น 3 เดือน แล้วกลับมาอยู่ไทยอีก 3 เดือน ไป ๆ มา ๆ แล้วก็ไปเที่ยวรอบโลก แต่เราคงต้องทำงานไปด้วย เพราะวาว่าความสุขของคนเรา เราต้องมีภาระหน้าที่นิดนึง แล้วพอได้ไปปลดปล่อยถึงจะมีความสุข เพราะถ้าเราเที่ยวทุกวันก็จะน่าเบื่อ อย่างช่วงที่หยุดโควิด-19 ไปสองเดือน ทุกคนก็จะบอกว่าฉันอยากไปทำงานมาก เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องสมดุลกัน แต่ถึงวันนั้นค่อยดูอีกที”

ทำไมถึงอยากไปอยู่นิวซีแลนด์?
“ประเทศเขาน่าอยู่มากเลยนะคะ ตอนที่วาไปเรียน เลยรู้ว่าประเทศเขามีการบริหารจัดการที่ดีมาก การศึกษาก็ดีที่สุดในโลก น้ำก็สะอาดที่สุดในโลก แล้วธรรมชาติก็ดี ไม่มีฝุ่น PM 2.5 ถ้าเกิดต่อไปเรามีลูก เขาก็จะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะประเทศเขามีประชากรแค่ 4 ล้านคน คนไม่ได้เยอะ ไม่ต้องแย่งกันใช้ทรัพยากร”

ถามเรื่องความรักบ้าง เห็นรูปในไอจีหวานมาก?
หวานแต่รูป (หัวเราะ) รูปไม่ได้บอกอะไรได้ทุกอย่างนะคะ เราลงรูปคงไม่เอารูปตอนร้องไห้มาโพสต์อยู่แล้ว วาคิดว่าทุกคนมีความสุข ความทุกข์ เท่ากัน แต่เราก็จะโพสต์แต่โมเมนต์ดี ๆ ถามว่าความรักลงตัวขนาดนั้นไหม เรายังอยู่ในช่วงที่ต้องเรียนรู้กันอีกเยอะมาก ๆ เพราะภาษาก็ต่าง วัฒนธรรม สังคม ทุกอย่างต่างกันมาก ๆ แต่เราก็มีความคิดที่สอดคล้องกัน ส่งเสริมกันในเรื่องธุรกิจ แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ วิธีคิดที่คนละแนว ก็ต้องค่อย ๆ ปรับจูนกันไป



หลายคนอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร?
“เจอกันเพราะไปเต้นรำ Zouk (ซุก) ค่ะ ตอนไปเรียนที่โน้น หลังคลาสเรียนมีงานเต้นรำ เลยเจอกันเรื่อย ๆ จากนั้นเลยเริ่มคุยกัน ตอนนี้คบกันได้ประมาณ 1 ปี เขาเป็นนักธุรกิจมีบริษัทอยู่ที่นิวซีแลนด์ ทำเกี่ยวกับ VR (Virtual reality) จะครีเอทโปรแกรมในเฮดเซต อย่างล่าสุดเขาทำโปรเจคท์เกี่ยวกับแอร์พอร์ต ให้คนใส่แว่นอันนี้แล้วหมือนอยู่บนเครื่องบิน สามารถซ้อมหนีไฟได้ ช่วยลดต้นทุนในการฝึกพนักงาน ไม่ต้องใช้เครื่องบินจริง ๆ ซึ่งเทคโนโลยี VR ของบริษัทเขาพิเศษกว่าที่อื่น ๆ คือ สามารถจับการเคลื่อนไหวของคนได้ ทำให้เราเห็นได้เลยว่าคนนี้วิ่งเร็วเท่านี้ ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้คนนี้จะวิ่งไปหยิบอันนี้ได้เร็วกว่า คนไหนผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่านเกณฑ์ ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย และดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย”

ดูเขาเป็นสายเทคโนโลยีมาก วาววาก็เป็นสายอาร์ต?
“คนละขั้วกันเลยค่ะ (ยิ้ม) เขาจะคิดทุกอย่างเป็นความจริง ตัวเลข สถิติ ความเป็นไปได้ ส่วนฝั่งเราจะเพ้อฝัน ฉันอยาจะมีชีวิตแบบนี้ อยากมีบ้านแบบนี้ แต่เขาก็จะมาช่วยเสริมเราว่า โอเคถ้าเธออยากมีบ้านแบบนี้ เธอต้องทำแบบนี้ ใช้เงินเท่านี้ ก็จะคำนวณความเป็นไปได้ ส่วนเราอาร์ตมาก ๆ ตอนนี้ก็พยายามปรับจูนกันอยู่ พยายามหาจุดตรงกลางกัน ว่าเขาตึงไปไหม เราหย่อนไปมั้ย อะไรที่เราหย่อนไปก็พยามพัฒนา ซึ่งก็ดีกับชีวิตเราด้วย

ใกล้มีข่าวดีหรือยัง?
“วาว่ายังอีกนานนะ เพราะยังไม่ได้ลงตัวขนาดนั้น ถ้าสมมุติถ้าแต่งงาน แล้วมาพร้อมความกดดันว่าต้องไปให้รอด เราเลยอยากจะทำทุกวันให้แฮปปี้ที่สุดก่อนค่ะ”


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 68