อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

ตรวจดีเอ็นเอดนตรี "ยัวร์บอยทีเจ" ผ่านอัลบั้มแรกของชีวิต

สัมภาษณ์พิเศษ : ตรวจดีเอ็นเอดนตรี “ยัวร์บอยทีเจ (URBOYTJ)” ผ่านอัลบั้มแรกของชีวิต หยิบทุกประสบการณ์ทั้งสุขและสิ้นหวังเล่าลงใน “เซลฟ์เมด (SELFMADE)” อาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13.50 น.


หลังสะสมประสบการณ์บนเส้นทางดนตรีมาตลอด 13 ปี ล่าสุดศิลปินและแร็พเปอร์ดัง “ยัวร์บอยทีเจ (URBOYTJ)” หรือ เต๋า - จิรายุทธ ผโลประการ ก็ได้รวบรวมประสบการณ์ ตั้งแต่สมัยทําเพลงเอง และเริ่มเป็นศิลปินฝึกหัด ถ่ายทอดเรื่องราวทั้งสุขและเศร้าผ่าน 12 เพลงลงในอัลบั้มเดี๋ยวแรกในชีวิตอย่าง “เซลฟ์เมด (SELFMADE)” เพื่อสะท้อนตัวตนให้แฟน ๆ ได้รู้จักมากที่สุด พร้อมเชื่อมแฟนเพลงด้วยเสียงดนตรี ล่าสุด “บันเทิงเดลินิวส์” จึงไม่พลาดไปพูดคุยกับ “ยัวร์บอยทีเจ” ถึงการทำเพลงครั้งนี้แบบจัดเต็ม

 




Q : พูดถึง “เซลฟ์เมด” อัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลา 13 ปี ที่มาที่ไปของการตัดสินใจทำอัลบั้มนี้ คืออะไร?
ยัวร์บอยทีเจ : ในฐานะศิลปินถ้าไม่นับตอนที่เป็นสมาชิกวง “ทรีทูวัน” ผมอยากมีอัลบั้ม รู้สึกการเป็นศิลปินและมีอัลบั้ม เป็นการประสบความสำเร็จอย่างหนึ่งในชีวิต เพราะว่าพอเราโตมา เราเห็นศิลปินต้นแบบของเรามีอัลบั้มหมดเลย ผมเลยรู้สึกว่าสักวันนึงในชีวิต ถ้าเราได้เดินสายดนตรี เราก็อยากมีอัลบั้มเองครับ

Q : วางคอนเซปต์อัลบั้ม “เซลฟ์เมด” ยังไงบ้าง อยากให้อัลบั้มนี้เล่าเรื่องราวอะไร?
ยัวร์บอยทีเจ : อัลบั้มนี้จะพูดถึงความเป็นตัวตนของผมทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์เลย แต่จะอยู่ในสถานการณ์ต่าง ๆ กัน จะเล่าเรื่องเพลงที่ 1 ถึงเพลงที่ 12 ว่าตอนเริ่มต้นเรารู้สึกยังไง ตอนนี้เรารู้สึกยังไง และ ณ วันที่เราจบอัลบั้ม เรากำลังจะเดินทางไปที่ไหนต่อ ซึ่งทั้ง 12 เพลงจะมีทั้งความสุข ความขี้เล่นในอีกมุมที่คนไม่เคยเห็น ความสิ้นหวัง ความซึมเศร้า เล่าเรื่องราวของชีวิตตัวเองว่าส่วนตัวของเรานั้นเป็นคนยังไง และเรารู้สึกยังไงกับชีวิตของเราตอนนี้ครับ ซึ่งฟังตั้งแต่เพลงที่ 1 ถึง 12 ผมการันตีได้เลยว่าคนจะต้องรู้จักตัวตนของผมเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย
 



 

Q : ความท้าทายในการทำอัลบั้มครั้งนี้ คืออะไร?
ยัวร์บอยทีเจ : คือการที่เราโปรดิวซ์เองส่วนนึง เราต้องลงไปดูทุกดีเทล และผมเป็นคนเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์มาก ๆ ทุกดีเทลผมต้องเก็บให้หมดทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงหายใจในเพลง เรื่องดนตรีต่าง ๆ ซึ่งผมทำอัลบั้มนี้เป็นเวลา 1 ปีพอดี ผมต้องตั้งเป้าหมายว่าเราจะทำอัลบั้มแล้วใช้เวลา 1 ปีนะ เพราะถ้าผมไม่ตั้งเวลาของตัวเอง ผมจะทำไปเรื่อย ๆ แล้วมันจะไม่จบ แก้ไปมาครับ

Q : ในพาร์ทดนตรีเป็นแนวป็อป ที่เน้นฮิปฮอป แต่ความพิเศษคือ มีการหยิบกลิ่นอายสไตล์ดนตรีกามิกาเซ่มาใส่ด้วย?
ยัวร์บอยทีเจ : คืออัลบั้ม “เซลฟ์เมด” มันเป็นอัลบั้มเพลงป๊อป แต่ผสมด้วยความฮิปฮอปที่เราชอบ ผสมร็อค อาร์แอนด์บี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเลย คือผสมความเป็นกามิกาเซ่ เพราะผมเกิดจากกามิกาเซ่ ตอนอายุ 15 ปี ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้ามาทำงานในด้านดนตรี เริ่มแต่งเพลงให้ค่ายกามิกาเซ่ พอเริ่มทำอัลบั้มเดี่ยวปุ๊บ ผมก็อยากดึงทุกคนย้อนไปสู่วันแรกที่ผมได้เริ่มทำเพลง ว่าผมทำเพลงยังไง เลยคิดว่าหลายเพลงในอัลบั้มนี้จะมีกลิ่นอายของกามิกาเซ่ เพราะด้วยดีเอ็นเอของผมแล้ว ที่แต่งเพลงออกมาจะฟังเป็นกามิกาเซ่ตลอดเลย เหมือนพาแฟน ๆ ไปกลับไปหาตัวตนแรกของเราในวงการเพลง เพราะผมรู้สึกว่าสิบกว่าปีที่ผ่านมา มันเปลี่ยนตัวตนของผมไปเยอะมาก ๆ เลยนะครับ ทำให้เราโตขึ้น มองโลกในอีกแง่นึง แต่ตัวตนลึก ๆ ของเราก็ยังเป็นเด็กคนนั้นคนเดิมที่เริ่มเข้ามาทำเพลงครั้งแรก เลยรู้สึกว่าอัลบั้มแรกในชีวิต มันควรเป็นอัลบั้มแรกที่เรารู้สึกอยากจะทำจริง ๆ ครับ

 





Q : เพลงไหนในอัลบั้มนี้ ที่รู้สึกว่าทำยากที่สุด?
ยัวร์บอยทีเจ : จริง ๆ มันยากทุกเพลงเลย (ยิ้ม) เพลง “หลับตา” ก็ยาก ส่วนมากจะเป็นเพลงอีโมชั่นนอลที่จะยาก เพราะเหมือนตอนนี้ผมผ่านเรื่องราวที่ค่อนข้างดาร์กในชีวิตมาระดับนึง แล้วเราต้องย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่เรารู้สึกแล้วเล่า เลยรู้สึกว่ายากนิดนึง อย่างเพลง “เซลฟ์เมด” ก็ยากนะครับ เป็นเรื่องที่ผมเขียนถึงข้อเสียของตัวเอง เป็นเพลงที่ผมรู้สึกว่าเราภูมิใจในข้อเสียของตัวเอง แล้วเราพร้อมจะเป็นคนใหม่ได้เสมอ ข้อเสียนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะแก้ได้รึเปล่า แต่อยากให้ทุกคนรับรู้ว่ามันคือข้อเสียของเรา มันยากที่ต้องกลั่นมันออกมาจากสิ่งที่เราอยากพูดครับ”

Q : แฟน ๆ อยากเห็นการร่วมงานกับเพื่อน ๆ แก๊ง “กามิกาเซ่” จะมีโอกาสมั้ย?
ยัวร์บอยทีเจ : มันมีโอกาสเป็นไปได้นะครับ แต่ผมไม่บอกว่าใคร แต่เราก็คุย ๆ กันอยู่ คิดว่ามันอาจมีสักซิงเกิ้ลนึงในอนาคต เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ผมอยากทำให้รู้สึกว่าย้อนยุคกลับไปสู่สมัยที่ผมและเขายังเป็นเด็กกามิกาเซ่อยู่ และทำเพลงด้วยกันออกมาในเวอร์ชั่นที่เป็นยุคนี้จะเป็นยังไง ส่วนเรื่องดนตรีจะเป็นดีเอ็นเอกามิกาเซ่ แต่จะโตขึ้นในแบบที่เราผ่านประสบการณ์ชีวิตมาแล้วครับ
 



Q : นอกจากคนที่ฟังอัลบั้มจะได้รู้จักตัวตนจริง ๆ ของ “เต๋า” แล้ว อยากให้เขาได้อะไรจากอัลบั้มกลับไปอีก?
ยัวร์บอยทีเจ : ทุกคนจะได้ความกลมกล่อมของอัลบั้ม เหมือนการได้กินอาหารฟูลคอร์ส จะได้ซาบซึ้งชื่นชมกับอาหารแต่ละชิ้น ค่อย ๆ ไปทีละสเต็ป ส่วนเรื่องเนื้อหาผมว่าหลายเพลงมันเศร้า แต่ผมพยายามเล่าออกมาให้โพสซิทีฟที่สุด เพราะอยากให้ฟังแล้วมีกำลังใจ มีความสุข ผมไม่อยากทำเพลงให้คนฟังแล้วหดหู่ หรือฟังแล้วรู้สึกมีแง่ลบเยอะ ผมอยากให้ฟังแล้วมีแง่บวกส่งไปถึงทุกคน

Q : ในยุคที่แพลตฟอร์มการเข้าถึงเพลงก็ค่อนข้างเยอะ และการแข่งขันในวงการเพลงค่อนสูง มีมุมมองตรงนี้ยังไง?
ยัวร์บอยทีเจ : ผมดีใจมาก ๆ เลยนะครับที่มีศิลปินใหม่เกิดขึ้นมาตลอดเวลา แล้วศิลปินใหม่ทุกคนไม่จำเป็นต้องพึ่งค่ายเพลงแล้ว ทุกคนสามารถทำเพลงได้จากสตูดิโอที่บ้าน อัพโหลดผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ คือตอนนี้ช่องทางการโปรโมตของศิลปินเองคือโซเชียลมีเดีย ซึ่งมันแข็งแรงมาก ซึ่งผมอยากชื่นชมศิลปินหลายคนที่เกิดขึ้นมาใหม่ช่วงนี้มาก ส่วนตัวผมเองก็ไม่หยุดอยู่กับที่ พยายามเรียนรู้ต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นฝีมือส่วนตัวที่ต้องพัฒนา ว่าเรามีข้อเสียอะไรในการทำเพลง เพลงของเราที่ปล่อยออกไป ฟีดแบ็กเป็นยังไง อันไหนที่รู้สึกมันจริงตามที่พูด ก็ค่อย ๆ เก็บมาปรับปรุง ส่วนตัวผมแล้วดีเอ็นเอในการทำเพลงของผม มันยังเป็นตัวผมเหมือนเดิม ไม่มีทางแบบว่าอนาคตผมจะทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเราครับ
 



Q : ถามถึงชีวิตในวงการบันเทิง ย่อมมีดราม่าต่าง ๆ “เต๋า” วิธีรับมือดราม่ายังไง?
ยัวร์บอยทีเจ : จริง ๆ ผมรับมือกับมันไม่ได้นะครับ ผมเซ็นซิทีฟมาก และไม่ค่อยอยากบอกใครว่าผมรับมือกับมันไม่ได้ เดี๋ยวพอทุกคนรู้ อาจมีคนมาจี้จุดผม แล้วมันจะรู้สึกว่าผมแพ้ คือผมไม่สู้ใครอยู่แล้ว ผมชอบอยู่ในที่ที่ผมรู้สึกสบายใจ อยู่กับกลุ่มคนที่ผมรู้สึกสบายใจ ทีนี้เวลาเจอดราม่าหรือคอมเม้นต์ต่าง ๆ ที่กระทบจิตใจเรามาก ๆ ผมก็จะเครียดไปหลายวันเลย ช่วงนี้ผมก็เครียดเหมือนกัน ด้วยเรื่องสถานการณ์ต่าง ๆ วงดนตรีของผม เรื่องอัลบั้ม ผมกดดันตัวเองมากไปจนเครียด สิ่งเดียวที่ผมทำตอนนี้คือพบจิตแพทย์ ซึ่งผมยังพบอยู่ตลอดตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนจิตแพทย์คนใหม่ เพราะผมถูกวินิจฉัยว่าผมเป็นอีกโรคนึงนอกจากซึมเศร้า คือโรคสมาธิสั้น ในแบบที่สมองของผมมันทำงานรวดเร็วเกินไป มันประมวลผลและเก็บทุกอย่างในหัว และไม่สามารถปล่อยไปได้ และมันวนอยู่ในนี้เรื่อย ๆ เร็ว ๆ แม้แต่ตอนนอนมันก็ยังหมุน ทางแพทย์ก็ค่อย ๆ รักษาเรื่องนี้อยู่ ตอนนี้รักษามาได้แค่ 1-2 อาทิตย์ มันก็ค่อนข้างดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ

Q : ด้วยสภาวะจิตใจเราที่ต้องเผชิญอะไรหลายอย่างแบบนี้ ดนตรีมีส่วนช่วย “เต๋า”มากน้อยแค่ไหน?
ยัวร์บอยทีเจ : ดนตรีเป็นสิ่งนึงที่ผมรู้สึกว่าอยู่ด้วยแล้วมีความสุข ทุกครั้งที่ผมได้ขึ้นไปนั่งในสตูดิโอ แล้วเริ่มทำเพลง จะรู้สึกว่าเราลืมทุกอย่างข้างนอกได้หมดเลย ไม่ได้ต้องคิดว่าข้างนอกมีคำพูดอะไรอยู่ เราแค่ได้โฟกัสตรงนั้นแล้วเราแฮปปี้ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น พอมันเสร็จตรงนั้น ผมก็กลับมาคิดอีก แต่ดนตรีเป็นสิ่งที่ฮีลเราได้พอสมควรครับ

 



Q : ท้ายที่สุดอยากบอกอะไรแฟน ๆ ที่คอยสนับสนุนเราอยู่เสมอบ้าง?
ยัวร์บอยทีเจ : อย่างแรกขอฝากอัลบั้ม “เซลฟ์เมด” นี้ มันเป็นตัวตนของผมค่อนข้างร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื้อหาต่าง ๆ ค่อนข้างทำให้ผมกับคนที่ฟังได้คอนเน็คกัน ได้รู้จักกันมากขึ้น ถ้าคุณยังไม่เคยฟังเพลงของผม มาฟังอัลบั้มนี้ก็จะได้รู้จักตัวตนของผม และเต็มอิ่มกับทุกรสชาติของชีวิตที่ผมเจอ สุดท้ายอยากขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่พรีออร์เดอร์ซีดีมาจนหมดภายในวันนึง และยอดวิวในยูทูบ รวมถึงแพลตฟอร์มต่าง ๆ ผมดีใจจริง ๆ นะครับที่ทำงานออกมาแล้วรู้สึกว่ายังมีคนอยู่ข้างหลังคอยซัพพอร์ต ซึ่งตรงนั้นเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญมากสำหรับผม อยากขอบคุณทุกคนมาก ๆ จริง ๆ ครับ

เรียกว่า “ยัวร์บอยทีเจ” เป็นอีกศิลปินที่สามารถหาดีเอ็นเอของตัวเองได้เจออย่างน่าภูมิใจ และสามารถหยิบสิ่งที่เป็นมาสร้างสรรค์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ในวงการเพลง มาติดตามคลิปสัมภาษณ์ของศิลปินคนนี้ได้แบบจัดเต็มใน ยูทูบช่อง “Dailynews Live-TH” และเฟซบุ๊ก “Dailynews”

 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12