อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 กันยายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 กันยายน 2564

5ข้อจบ!'แอน จักรพงษ์' สวนกลับยับเหมือนถูกหักหลัง

โคตรเดือด แอน จักรพงษ์ ไม่กลัวจัดหนักสวนกลับพิธีกรดังเป็นข้อๆ หลังถูกตั้งเป้าประเด็นดราม่ามากมาย อังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 00.24 น.


ดุเดือดและชวนติดจามเหลือเกิน สำหรับดราม่าการโต้ตอบกันไปมาของสตรีจ้ามเพศคนดัง แอน จักรพงษ์ กับพิธีกรคนดังคุณ ณ. ที่กลายเป็นประเด็นใหญ่โตทั้งเรื่อง บริษัทของแอนจ่ายเงินช้า ไม่มีความเป็นมืออาชีพ รวมถึงปมเนรคุณลูกค้า ซึ่งทำให้ถูกวิจารณ์ในมัมกว้าง ล่าสุดแอนได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กเล่าเรื่องนี้สรุป 5 ข้อชัดๆทันที

แอน เผยว่า "ดิฉันสรุปให้เอาเป็นข้อๆชัดๆเลยดีกว่า
1.การมีผลประโยชน์ร่วมกันที่คุณณ.พูด แอนเป็นลูกค้า ไม่ใช่นักลงทุน เรื่องของลูกค้าเราจะไม่เอามาบอกใครเลย เพราะลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นลูกค้าทีวีดิจิดอต ตั้งแต่เปิดบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์รายรับก็มีเป็นหมื่นล้านแล้ว รายรับเงินสดที่มีอยู่ก็เป็นพันๆล้าน ทุกคนถือหุ้นคงทราบกันดี มันคือมารยาททางการค้าที่เราต้องมีทัศนคติที่ดีต่อคนที่อยู่รอบเรา ซึ่งก็คือผู้อุปการะเรา ในระยะ 4 ปีที่ผ่านมา

ดิฉันไปออกรายการไม่เคยออกรายการไม่เคยฟรี 7 เทป การจัดการประกวดเราก็ไปเป็นคณะกรรมการ ฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันก็คือการอุดหนุน แต่ที่สำคัญเลยนะเน็ตเวิร์กกิ้ง เลยอยากจะฝากว่าการทำธุรกิจจะคิดว่ามันเป็นผลประโยชน์ที่ได้ แล้วก็จบไปเป็นช่วงๆฉากๆ โดยไม่คิดผลประโยชน์ระยะยาวเป็นไปไม่ได้ แอนมีปนิธานตั้งเสมอค่ะว่าคบกัน ถึงแม้ว่าวันนี้ไม่ได้ทำงาน แต่วันหน้าก็อาจจะมีโอกาสมาทำกัน เราเลยไม่มีความรู้สึกว่าคนนี้หมดผลประโยชน์แล้ว ดิฉันจะคิดอยู่เสมอว่าเขาเป็นคนผู้มีพระคุณ เราจะคิดว่าตัวเราครอบครัวเราอยู่ได้เพราะเขา ไม่งั้นเราขายคอนเทนต์ให้ทุกทีวีดิจิตอลตลอดจนทุกสื่อมีเดียในประเทศไทยปีนึงหลายพันล้านจะทำได้ยังไง ความกตัญญูต้องมา ฉะนั้นจะพูดง่ายๆว่ามีผลประโยชน์ร่วมกันจะใช้คำว่าเนรคุณไม่ได้ คุณให้เงินผม ผมให้ของคุณ แล้วมันจะระยะยาวได้ยังไง ในเมื่อคุณก็บอกว่าอยากจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วยเช่นเดียวกัน ฉะนั้นเราต้องเปลี่ยนมายเซ็ต ความคิดให้ลึกซึ้งว่าระยะยาวมันคืออะไร อย่ามองหมดประโยชน์แล้วเลิกกันไป"

"2.การพูดในที่สาธารณะ คุณณ.บอกว่าเขาเป็น Public Speaker เลยต้องเล่าข่าวให้ทุกคนฟัง ก็ดีนะคะทำไปเถอะไม่มีใครว่า แอนก็มีสำนักข่าวซึ่งคนทำงานก็มีมากมายซัพพลายให้กับทีวีดิจิตอลหลายช่อง เราก็รู้ว่าทำงานคุณก็ทำไป แต่มันก็มีคำว่าต้องดูจังหวะแล้วก็โอกาสที่เหมาะสม แอนก็ยอมรับว่ากระแสของเรามันเยอะจริงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะคนดังแค่ไหนไม่สำคัญ แต่กระแสมันสำคัญกว่า ถ้าเป็นนักเล้าข่าวก็ต้องหยิบกระแสเป็นอันดับต้นๆมาเล่าแอนก็เข้าใจ แอนไลฟ์สดขอโทษไปแล้วกับสิ่งที่ทำว่าเราไม่ได้มีความตั้งใจ เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน แอนส่งจดหมายไปขอขมาที่ฟิลิปปินส์ และต้นสังกัดในการขอขมาไปว่าเราไม่ได้มีความต้นใจนะ เพราะเขาซื้อขายละครกับแอนเยอะ แล้วอินก็เป็นคนจัดจำหน่ายละครให้เขาเยอะ แล้วเราทำงานกันมาแล้ว 5 ปี จะดูดายกันไม่ได้ จะไม่มองว่าเขาเป็นศิลปินคนนึงไม่ได้ เราต้องให้เกียรติเขา เราพลาดอะไรไปเราขอโทษด้วยจิตสำนึกว่าฉันไม่น่าทำอะไรบ้างในรายการแฉ ว่าจุดไหนที่เราพลาด และเป็นครูของเรา เป็นบทเรียนอันล้ำค่าที่เราจะเติบโตไปในอนาคต แต่พอขอโทษไปแล้ว ทำไมต้องมาซ้ำเติม โดยการปล่อยข่าวในวันรุ่งขึ้น คุณณ.ออกมาบอกว่าผมขอแบนคนนี้ พร้อมบอกว่าศัลกรรมเปลี่ยนภายนอกได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยและความคิดได้ ดิฉันรู้สึกตกใจมาก ทำไมถึงมีการซ้ำเติมกันในสังคม โดยเฉพาะคนที่เป็นเพื่อนเราและรู้จักกันมา 10 ปี แม้ท้ายที่สุดจะขอโทษแล้ว ผมก็รู้สึกเข้าใจแล้วว่าทำอะไรผิดไป ก็จบเรียบร้อย"

"ถ้าคุณเป็นลูกค้าเขา คุณรู้สึกยังไงคะ จะมาซ้ำเติมทำไม ในเมื่อจบไปแล้ว แล้วก็เป็นแค่สื่อๆเดียวด้วย เพราะทุกสื่ออื่นเขียนไปหมดแล้วว่าเราได้รับบทเรียนอันล้ำค่า แต่เพื่อนของเรา และตัวเราก็เป็นลูกค้าเขา จ่ายเงินไปหลายล้านบาท ขอย้ำ กลับพูดว่าขอแบน ขอไม่ทำงานด้วยแล้วมีใครบ้างที่เป็นเพื่อนฝูงเขาในรายการอื่นๆ ก็ขอแบนคนๆนี้ไปเลย เราก็รู้สึกเสียใจ พูดจาเหมือนใช้อิทธิพล เหมือนเราไม่ได้มีเงาหัวในสายตาเขา เป็นใครๆก็โกรธในเมื่อเราจ่ายเงินไป 4 ปี ไปเป็นคณะกรรมการให้ ที่สำคัญพาไปเจอลูกค้าต่างประเทศที่สิงคโปร์เพื่อให้รู้จักกับบริษัทต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ค้าของแอนเพราะมันมีบางธุรกิจที่เขาขอแอนไปเจอ เราต้องมองความสัมพันธ์ระยะยาว เข้าใจแล้วนะคะ แต่ว่าในเมื่อขอโทษแล้วจะซ้ำเติมทำไม นี่คือเราเคยเป็นลูกค้าเขาหรือเปล่า ถ้ายิ่งเป็นเพื่อนกัน คุณเป็นห่วงดิฉันจริงโทรศัพท์มาสิคะ ไม่ใช่ไปสร้างเฮดไลน์ สร้างไปทำไม ในเมื่อสำนักอื่นๆจบแล้ว ให้กำลังใจด้วยซ้ำ เราทำอะไรให้โกรธหรอ ดูแลน้ำใจหัวใจซึ่งกันและกันมาโดยตลอดเพราะคนก็เข้าใจว่าคุณอยากมีกระแส"

แอน เล่าต่อว่า "3.การจ่ายเงินช้า JKN ไม่เคยจ่ายเงินช้านะ เราอุดหนุนคุณมาตลอด ถ้าคุณไม่พอใจจริงๆ ทำการค้ากับเรามา 4 ปี คุณเลิกไปตั้งแต่ปีที่1 แล้ว แต่ เพราะบริษัทคุณพยายามอยากเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่บริษัทคุณมีคนเดียวที่รันทั้งบริษัท ทั้งเป็นพิธีกรเอง ทั้งจัดงานอีเว้นต์ คนเดียวหมดทั้งกระบวนการ
การมาวางบิลเก็บตังค์มันมีกระบวนการ ไม่ใช่ว่าทำงานเสร็จแล้วเก็บตังค์ บริษัทต้องมีวันวางบิล บริษัทดิฉันวันที่ 4-5 ในการวางบิล เลขเอกสารต้องครบ แล้วมารับเช็ควันที่ 25 ถ้าเอกสารไม่ครบ 4-5 เดือนนี้คุณส่งเอกสารไม่ครบ คุณต้องไปวางบิลในเดือนถัดไป เอกสารคุณไม่ครบ เขาก็ต้องให้คุณมาวางบิลในเดือนถัดไป มันเป็นกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ ของบริษัทมหาชน มันไม่ใช่ความโกรธแค้น ถ้าอย่างนั้นคราวหลังมาขอยืมเงินส่วนตัวแอนจะสะดวกว่า แต่ว่าบริษัทเราเอาเงินให้ไม่ได้จริงๆ ฉะนั้นพูดมาเลยส่วนตัวกันได้เพราะดิฉันให้เพื่อนฝูงกันมาเยอะเลย ไม่มีปัญหา แต่ไม่อยากมาพูดเลยว่าเรตติ้งของคุณเวลาเราไปสัมภาษณ์ก็ไม่เห็นจะดี ดิฉันก็ไม่พูด ขายของดิฉันไม่เห็นจะได้เลยเวลาศิลปินคุณมาทำงาน เรายังไม่พูดออกสื่อเลย เพราะเราให้เกียรติ คุณต้องทำมาหากิน เราต้องรักษาหน้าเอาไว้"

"4.ที่บอกศิลปินมางาน เราดูแลศิลปินเท่าเทียมกัน แต่ห้องมันมีให้แค่เท่านั้น จะตัวใหญ่ตัวเล็กมันมีอยู่เท่านั้นจะไปคอมเพลน ไม่ควรเอามาคุยเลยค่ะ จะทำให้ลูกค้าคิดว่าคุณเรื่องมาก แล้วต่อไปไม่อยากจะจ้างศิลปินในสังกัดคุณเลย เราร่วมกันทำมาหากิน เรื่องไม่เป็นเรื่องจะพูดไปทำไม โดยหลักการเหตุผล ถ้าคุณติดใจเรื่องพวกนี้ และไปมีผลต่อข้อที่ 2 พูดถึงกระแสของแอนแล้วลุกขึ้นมาแบนคือไม่พอใจกับสิ่งที่บริษัทจำกัดมหาชนเรามีกฎเกณฑ์ ไม่สามารถจะทรีตใครให้เป็นซูเปอร์วีไอพีได้มากกว่านี้หรอกค่ะ ช่วยกันถ่อมเนื้อถ่อมตัว ให้งานผ่านไปดีกว่า ศิลปินเบอร์ใหญ่กว่านั้นก็ไม่เคยพูด ฉะนั้นเรื่องของลูกค้าไม่ควรพูด เพราะเขาจะเข้าใจผิด"

"เรื่องนี้ดิฉันรู้สึกสูญเสียคนที่เป็นสุภาพบุรุษที่ลูกแลเราในฐานะลูกค้า และเห็นว่าความแมนของเขาหาย จริงๆต้องโทรศัพท์มาให้กำลังใจด้วยซ้ำ แล้วก็ขออนุญาตเล่าข่าวนะคุณแอน ฉะนั้นดิฉันก็ต้องโพสต์กลับ เป็นเงินคุณคุณรู้สึกยังไง แล้วถูกของฉกหน้า มันคือการทรยศหักหลังกันมั้ยคะ อย่าโลกสวยกันเลย หลายๆคนตอบกลับด่าหนักกว่าฉันด้วย ให้รู้ไว้ดิฉันข้ามเพศนักแลง หัวใจนักเลง หาเรื่องก่อนสิอย่านี้ แต่เดินแบบสวยๆผู้ดีนะ ซึ่งเราก็อธิบาย ทางไอจี เฟซบุ๊ก เรียงลำดับอธิบายเรียบร้อย"

"ฉะนั้นมันคือความโกรธความไม่แฟร์ที่เกิดขึ้นกับเรา เลยไม่อยากให้ LGBT เข้าใจผิด เพราะนี่คือข้อความที่ดิฉันส่งหาคุณณ.เท่านั้น แล้วเขาโพสต์ในสาธารณะ ไม่เคยโทรหาทรศัพท์ส่วนตัว ทั้งๆที่เขาก็มีเบอร์ มีไลน์กัน ก็จะได้รู้กันว่าคุณทำให้คนๆนึงเสียหน้า ถ้าคุณเสียหน้าบ้างจะรู้สึกยังไงคะ แต่ดิฉันเสียทั้งหน้าเสียทั้งเงิน เสียทั้งความรู้สึกเพราะอะไร ดิฉันไปอุดหนุนคนอื่นได้รายการเขามีเยอะแยะ จริงๆรายการบริษัทเป็น 10 รายการ เราก็ไปลิ้งก์กับเขา ทุกช่องเป็นลูกค้าเราหมดไม่จำเป็นต้องไปเพชรรามาหรอกทุกคน LGBTQ ทุกคนกลับมามีสติ อย่าถูกเป็นเครื่องมือคนปั่นกระแสให้เกิดความโกรธเกลียด แต่ก็เป็นการใช้มือที่สามมาวิวาทกันกับดิฉันและคุณณ.เป็นประโยชน์ให้โกรธเกลียดคำพูดนี้ ซึ่งดิฉันอยากจะถามว่าเขียนตรงไหนคะว่าไปข้ามเพศแล้วเป็นนิพพาน เขียนตรงไหนคะว่าเรียนLGBTทั่วประเทศทั่วโลก ทำไมต้องตกเป็นเครื่องมือของคนที่สร้างเรื่องกันคะ ทำไมพวกเราต้องหูเบาขนาดนั้นนะ คำว่าเหยียด เหยียดอะไร ในเมื่อดิฉันก็เป็นคนข้ามเพศ เพื่อน LGBTQ เยอะแยะเติบโตกับพวกเขา มีมูลนิธิข้ามเพศมอบทุนการศึกษาให้กับเด็ก ส่งเสริมให้เขามีการศึกษา ไม่ใช่ปลา แต่ให้เขามีเครื่องมือหาปลา วิเคราะห์ก่อนวิจารณ์หรือยัง แล้วคนที่เขียนเมามัน ประสงค์ร้าย ทั้งๆที่ LGBT ต้องสามัคคีร่วมมือกันค่ะ จะให้เขามาปั่นกระแสแล้วเราแตกแยกกันทำไม"

"อย่าให้มันมีความโกรธความเกลียด อย่าให้มันมีเลยในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเมืองไทยเมืองนอกความเหมาะสมอยู่ตรงไหน เรานำพาคนอื่นทางความคิด เราก็ต้องส่องกระจกตัวเรา อย่าเยอะไป เดี๋ยวคนจะตีความว่าเราอวด เราก็จะบอกหลายๆรายการว่างดคุยเรื่องความร่ำรวย ไม่เปิดเปิดบ้านให้ใครดูแล้วนะ ไม่เปิดทรัพย์สินเปิดรถแล้วนะ พอกันได้แล้ว แต่ก็พูดกันตรงๆนะรายการได้เรตติ้งก็เพราะเรื่องพวกนี้แหละที่เขามาสัมภาษณ์ฉัน แต่ส่วนใหญ่ที่มาสัมภาษณ์ฉันไม่เสียตังค์นะ รายการที่ฉันเสียฉันเสียให้คุณณ.เท่านั้นนะ นอกนั้นเขามาเชิญดิฉันเท่านั้นนะ แต่ตอนนี้เราจะลดเรื่องวัตถุนิยมลง คุยกับทีมงานใหม่แล้วเดี๋ยวคนจะเข้าใจผิด ซึ่งมันจะกลายเป็นโดมิโน่เอฟเฟ็กต์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น อยากให้เห็นว่ากว่าจะมีวันนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง ให้ทุกคนเห็นการทำมาหากินดีกว่า ฉะนั้น 5 หัวข้อตามนี้ค่ะ นอกเหนือจากนี้ดิฉันจะไม่พูดอะไร ขอปิดแค่นี้ทั้ง 2 ฝ่าย เราไม่คุยเรื่องนี้ล่ะ พอเถอะ เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่ ต้องทำมาหากิน เขาก็จะมีงานใหญ่ของเขาเราก็มีงานของเรา ถามว่าคุณแอนยังจะคบและร่วมงานกันอีกไหม ดิฉันถามกลับว่าหากคุณเป็นดิฉันคุณยังอยากจะคบ อุดหนุน และคบกันอีกไหมคะ ถามใจตัวเองดูนะคะ ดิฉันไม่ตอบ ขอบคุณค่ะ"

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก Anne Jakrajutatip

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 26