อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

'ใหม่-ต้น'ควงแขนเคลียร์ทุกปมดราม่า ให้นมในห้องพระ-จุ๊บปากลูก

ใหม่-สุคนธวา ควงแขนสามี ต้น-สรพงษ์ เล่าและอัพเดททุกปมดราม่าที่ผ่านมา งานนี้ชัดเจนและตรงประเด็นตรงๆ อังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 18.25 น.


มีดราม่ามากมายระหว่างที่สาว ใหม่-สุคนธวา เลี้ยงลูกอยู่บ้านทั้งปมการให้นมลูกในห้องพระ และเรื่องการที่สาวใหม่จุ๊บปากลูกทั้งที่ลูกยังเด็ก งานนี้สาวใหม่ได้ออกมาอัพเดทและเคลียร์ทุกประเด็นดราม่าผ่านรายการคุยแซ่บ SHOW” โดยควงแขนลูกชายและสามีหนุ่ม ต้น-สรพงษ์ มาเปิดใจทุกมุมอีกด้วย

ใหม่ เผยว่า
“เรื่องรูปรถเมียนั่งไม่ใช่เมียน้อยจริงๆแล้วพอลงไปเสร็จคนก็คิดว่าพี่ต้นมีเมียน้อยหรือเปล่า ขอเคลียร์ตรงนี้เลยว่า ณ ตอนนี้ไม่มี แต่ต่อไปไม่รู้คือสิ่งที่เราไปก็ไม่ใช่อะไร เพราะข่าวเมียน้อยเมียหลวงคือใหม่อ่านข่าวจนอิน อินเสร็จก็เลยขู่ไว้ก่อน สมมุติว่าเราลงแบบนี้ต้องมีตรงไหน หรือตัวไหนโดนสักตัว ถ้าหากคนไหนเคยนั่งต้องร้อน ว่าใหม่รู้อะไรหรือเปล่า แล้วความจริงจะเปิดเผยออกมาเอง ด้วยการที่เราขู่อ้อมๆ ทีเล่นทีจริง เราไม่ได้หวงจนเกินไป แต่ตอนนี้ข่าวและสังคมมันทำให้เราคิดมาก และผู้หญิงสมัยนี้น่ากลัว คือเราบอกว่าทุกคนนะ เราก็เลยต้องให้เป็นหลักฐานนิดหนึ่งว่ารักเมียนะ หรือที่นั่งเมียนะ ถ้าไม่ใช่เมียอย่ามานั่งทับที่ทับกลิ่นเรานะ ส่วนเรื่องลูกชายชิณะไม่ใช่นามสกุลต้นคือเป็นลูกคนแรกและเป็นลูกผู้ชาย เราก็มีความรู้สึกว่านามสกุลของทั้ง 2 นามสกุลนั้นดีอยู่แล้ว เราไม่เคยบอกว่า ตระกูลนี้ดีกว่าตระกูลนั้น เพียงแต่เรารู้สึกว่า เกิดนิมิตร ของเราก็มีชื่อเสียง เป็นที่นับหน้าถือตามากกว่า เราก็เลยอยากให้ลูกนามสกุลเรา แต่เขาก็อยากให้ใช้นามสกุลเขาก็เลยใช้วิธีจับฉลาก แล้วเขาเป็นคนเสนอ ใหม่ไม่ได้เป็นคนเสนอ”



“ส่วนดราม่าก่อนหน้านี้จูบปากลูก ในเคสที่จุ๊บปากลูกเราเข้าใจว่าเขาห่วงเรา คือตอนนั้นเพิ่งคลอดมาไม่กี่อาทิตย์ เดี๋ยวเชื้อโรคในปากของเราจะไปติดกับลูกแล้วทำให้ลูกอันตราย ด้วยความที่เป็นสัญชาติญาณความเป็นแม่คน มันก็ต้องมีการรักษาความสะอาด ล้างหน้า แปรงฟัน บ้วนปากก่อนแล้ว แล้วค่อยมาหอมลูก แต่คนที่อยู่ข้างนอกเขาไม่รู้หรอกว่าเราบ้วนปากแปรงฟัน เขาเห็นแค่เราจุ๊บลูก เขาก็เลยห่วงใย แต่เราก็รู้สึกว่า ก็ลูกฉัน ฉันอยากจะหอม ถ้าไม่หอมลูกจะให้ไปหอมแมว หอมสุนัขที่ไหน แล้วอีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าเราไปปลูกฝังให้เขามีความอบอุ่น แสดงความรักความผูกพันธ์กับแม่ตั้งแต่ตอนนี้ โตขึ้นมาเขาก็อายเขาก็เขิน เขาก็จะไม่มีการแสดงความรักกับแม่อีก กลายเป็นว่าเหมือนเราที่เราเคยเป็นกับพ่อแม่ ที่เราไม่เคยแสดงออก เราจะไม่ให้เป็น แบบนั้น เราก็เลยสอนเขาตั้งแต่เด็กๆ”


ใหม่ เล่าต่อว่า “ส่วนดราม่าให้นมในห้องพระคือการให้นมในห้องพระวันนั้นเราไม่ได้ตั้งใจ อย่างที่ใหม่บอกว่าใหม่พาลูกสวดมนต์ทุกคืนอยู่แล้ว แทบจะทุกคืนอยู่แล้ว แล้ววันนั้นลูกหิวนมพอดี ด้วยสัญชาติญาณความเป็นแม่จะให้ลูกอดตรงนั้นเหรอ ก็ต้องเปิดเสื้อแล้วให้นมลูก แต่มันอาจจะดราม่าตรงที่ว่าทำไมจะต้องให้ที่ห้องพระด้วย คือเราก็ต้องบอกก่อนว่าถ้าไม่ถูกใจใครก็ต้องขอโทษ แต่เรารู้สึกว่าคนเป็นแม่คน ถ้าลูกหิวกลางตลาดเราเป็นแม่ก็ต้องถลก แต่เราต้องดูคน แต่วันนั้นเป็นบ้านใหม่ เป็นห้องพระที่บ้าน ไม่มีใคร ดังนั้นอย่าดราม่า หรือถ้าวันหนึ่งเราไปทำบุญที่วัดแล้ว ลูกหิวนมเราก็ต้องให้นมลูกกลางวัดแต่เราก็ต้องดูพระ ดูคน แต่วันนั้นมันไม่มีใครเลย เราอยู่บ้านเรา เป็นห้องส่วนตัวของเรา”



ด้าน ต้น เผยว่า “จริงๆเรื่องนามสกุลจะเป็นนามสกุลต้นหรือนามสกุลใหม่ได้หมดเลย เพราะสุดท้ายเขาก็เป็นลูกเราคือผมไม่กังวล แต่คุณพ่อคุณแม่ผมกังวลว่าเป็นลูกชายคนแรกทำไมไม่ให้ใช้นามสกุลเรา เราก็บอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวจัดให้เป็นคอก (หัวเราะ) และอย่างวันที่ใหม่คลอดผมร้องไห้คือผมอยากจะบอกเลยนะ ถ้าคนไม่มีลูกไม่รู้จริงๆ คือก่อนหน้านี้เรามีคำถามว่าคนอย่างเราจะเป็นพ่อคนได้จิรงๆ เหรอ แล้ววันที่เห็นเขาคือเรารักแบบไม่มีเงื่อนไข เราเข้าใจพ่อกับแม่มากขึ้น เข้าใจเขามากขึ้นที่เขาอุ้มท้องมา 9 เดือน แล้วลูกออกมาก็สมบูรณ์ เราแค่รู้สึกว่า มันคือที่สุดแล้ว การคลอดลูกครั้งนั้นมันทำให้เราเปลี่ยนความคิดตัวเราเองว่า เราเห็นใจคนมากขึ้น ต่อให้คุณเป็นคนแบบไหน อยู่ข้างนอกเป็นอย่างไร แต่พอคุณกลับบ้านคุณคือนัมเบอร์วันของพ่อ แม่”



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น