อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

มันคือเรื่องละเอียดอ่อน 'ไบร์ท'เล่าแล้วปมโพสต์ขอความเห็นใจนำเสนอเรื่องแม่

ไบร์ท-พิชญทัฬห์ ควงแขน โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ อัพเดทเรื่องราวแล้วหลังก่อนหน้านี้ออกโรงตำหนิสื่อดังพาดหัวข่าวแม่กระเทือนความรู้สึกลูก จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564 เวลา 19.58 น.


ทำเอาสื่อดังต้องออกมาขอโทษที่มีการพาดหัวข่าวเกี่ยวกับคุณแม่ของสาว ไบร์ท-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ที่กำลังป่วยอยู่ในลักษณะที่ไม่เหมาะสมทันที หลังข่าวดังกล่าวไปกระทบกับความรู้สึกของสาวไบร์ทผู้เป็นลูกแบบเต็มๆ งานนี้มีโอกาสเจอตัวสาวไบร์ทและแฟนหนุ่ม โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เลยไม่พลาดต้องถามถึงเรื่องนี้ทันที พร้อมเรื่องของพี่ชายคนสนิทอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่กำลังจะได้รับอิสรภาพในเร็วๆนี้ด้วย

ไบร์ท เผยว่า
“เรื่องสื่อนำเสนอข่าวแม่ที่ไบร์ทโพสต์สำหรับไบรท์แล้ว เรื่องของคุณแม่หลายๆ คนที่ใกล้ชิดไบร์ทน่าจะทราบอยู่แล้วว่ามันเป็นละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระยะเวลาอย่างนี้ ซึ่งวันนั้นไบรท์ก็มีความรู้สึกว่า ถ้าหากคุณพ่อมาอ่านเห็นหรือพี่สาวมาอ่านเห็นเขาจะรู้ยังไง เพราะขนาดตัวไบร์ทเองตอนที่เห็นไบรท์ก็ยังตกใจคือคนเราเกิดแต่เจ็บตายเป็นสัจธรรม อันนี้ไบร์ทเข้าใจ แต่ด้วยความที่มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องความผูกพันระหว่างไบร์ทกับแม่ และไบร์ทก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นในเร็วนี้หรือตอนไหนก็ตาม คือมันก็จะเป็นความรู้สึกของคนเป็นลูกที่ผูกพันกับแม่ ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่คุณแม่อยู่โรงพยาบาล ไบร์ทกับทุกคนในครอบครัวก็เป็นคนดูแลคุณแม่ด้วยตัวเอง ฉะนั้นมันก็รู้สึกนิดหนึ่งค่ะ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กับเรื่องพี่ยุทธ (สรยุทธ) จะได้ออกมาแล้วดีใจมากค่ะ ดีใจมากจริงๆ ที่พี่ยุทธจะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ และทุกอย่างก็กำลังจะจบลง รู้สึกยินดีมาก (ยิ้ม) พี่ยุทธก็เหมือนคนในครอบครัวไบร์ทอยู่แล้ว ดีใจค่ะที่วันนี้มาถึง ซึ่งก็จะเป็นวันที่ 14 มีนาคมค่ะ เราดีใจกันทั้งทีมเลย และไบร์ทเชื่อว่าแฟนๆพี่ยุทธก็ต้องดีใจด้วยเหมือนกัน ยินดีต้อนรับพี่ยุทธกลับมา แต่ถามว่าพี่ยุทธจะกลับมาทำงานเลยไหม คิดว่าน่าจะพักก่อนในช่วงแรก และจากนั้นจึงค่อยกลับมาทำงานอีกที แต่ว่าจะเป็นช่วงไหนหรือเมื่อไหร่นั้น ก็คงต้องรอพี่ยุทธตัดสินใจค่ะ แต่พี่ยุทธทำงานแน่นอนค่ะ”

ด้าน โต๋ เผยว่า “จริงๆการมีคนป่วยในบ้านถ้าใครไม่เคยเจอจะไม่มีวันเข้าใจเลย ซึ่งนี่ก็คือครั้งแรกสำหรับผมเหมือนกันที่ผมได้เข้าใจประโยคนี้เป็นอย่างดี การที่เราต้องยืนอยู่ข้างๆ คนที่เรารักเป็นยังไง และผมเองก็พยายามเช่นกันที่จะเป็นผู้รับฟังที่ดี พยายามเป็นคนที่คอยให้กำลังใจกัน เพราะเมื่อเวลาที่คนหนึ่งอ่อนแอ อีกคนก็ต้องเข้มแข็งเป็นพิเศษ เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันพาไปข้างหน้าประคับประคองกันไปครับ”



ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @bright_ch3










 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น