อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564

หนังคนละม้วน! 'ท็อป-ณฐกร' โต้แหลก-ลั่นฟ้องกลับแน่

ท็อป -ณฐกร นักแสดงชื่อดัง โต้กลับกรณี ถูกหญิงสาวปริศนาอ้างทำร้ายร่างกาย เสพติดความรุนแรง และมีโลกสองใบ ยืนยันไม่เป็นความจริง พร้อมเดินหน้าฟ้องกลับตามกฎหมาย อาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2564 เวลา 20.08 น.


จากกรณีในโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์ประเด็นร้อน เกี่ยวกับหญิงสาวรายหนึ่ง วัย 25 ปี ที่อ้างว่าโดนดาราชายชื่อดัง มาขอคบหาเป็นแฟนอยู่  2 ปี โดยผู้ชายเซ็กซ์จัด และมารู้ทีหลังว่าฝ่ายชายมีโลกสองใบ มีภรรยาอยู่แล้ว และมาหลอกเธอ ภายหลังเกิดมีปากเสียงกันเรื่องถ่ายรูปเล่น แล้วฝ่ายชายเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว ทำร้ายร่างกายด้วยการบีบคอ  สุดท้ายต้องไปแจ้งความเอาผิด ซึ่งต่อมาในรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ทางช่อง 3 ได้มีการพูดถึงประเด็นนี้ โดยได้บอกว่านักแสดงคนดังกล่าว คือ ท็อป -ณฐกร ไตรกิศยเวช ที่กำลังมีผลงานละคร “พิภพหิมพานต์” ในบท “เล็ก ลิงลม” ทางช่อง 3 ล่าสุดทาง “บันเทิงเดลินิวส์” ได้ติดต่อไปทางนักแสดงชื่อดัง เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าว โดยท็อปได้ยืนยัน เรื่องที่ฝ่ายหญิงเล่ามาไม่เป็นความจริง พร้อมเปิดใจให้ฟังแบบหมดเปลือก

 

ท็อป เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริงเลยครับ ซึ่งมันมีทั้งประเด็นทางกฎหมายที่เซ็นซิทีฟ ยังไม่สามารถพูดได้ อีกส่วนเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ไม่ควรนำมาพูดในที่สาธารณะ แต่มันเกิดความเข้าใจผิดกับสังคม เราไม่ได้มีโลกสองใบ มีโลกเพียงใบเดียว ในขณะที่เราคุยกับผู้หญิงคนนั้น เราได้ลดความสัมพันธ์กับ "คุณแพร์" อดีตภรรยาของเราเรียบร้อยแล้ว เราก็ทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ตามที่เขาให้สัมภาษณ์  พาไปทานข้าว เดินจับมือ เหมือนกับเป็นคนที่กำลังศึกษากัน แต่ช่วงเวลาผ่านไปมันเริ่มมีความแปลก มันมีเหตุการณ์และตรรกะบางอย่างที่เกิดขึ้น และเราพูดไม่ได้ เพราะมีผลทางกฎหมาย เราเลยพยายามเฟดตัวถอยห่างออกมา แต่ตลอดระยะเวลาที่ได้ศึกษากับคนนั้น เรายังทำหน้าที่พ่อของลูก โดยที่ไม่ได้ขาดตกบกพร่อง เพราะลูกก็คือลูก แม่ของลูกก็คือแม่ของลูก แต่เราไม่มีการก้าวล่วงความรู้สึกทางจิตใจ เช่น การโพสต์รูปทางอินสตาแกรม เราไม่ได้ทำแบบนั้น ไม่รู้ว่าตรรกะเขาเกิดอะไรขึ้น แต่มันเกิดเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันไปต่อไม่ได้ มันมีความแปลก เราจึงพยายามถอยตัวออกห่าง จึงทำให้เกิดเรื่อง 

ส่วนวันที่เกิดเหตุคือช่วงต้นเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ต้องบอกก่อนว่าสิ่งที่เขาให้สัมภาษณ์ คือการถ่ายรูปคนที่หลับอยู่ในสภาพที่ไม่มีเสื้อผ้า มันไม่ใช่เรื่องปกติ และไม่ใช่เรื่องที่ควรรทำ มันเป็นตรรกะที่บิดเบี้ยวไป พอเราสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วโทรศัพท์วางอยู่บนเตียง โดยที่เราไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่มันเปิดกล้องค้างอยู่แล้ว เราก็หยิบขึ้นมาดู ถ้าคนบริสุทธิ์ใจ เราขอดูว่าเขาถ่ายอะไร เขาต้องให้เราดู เราก็เลยเปิดดูก็เห็นว่ามีรูปเยอะมาก ทั้งการแคปแชท สตอรี่ อินสตราแกรม เป็นจำนวนมาก ซึ่งเราพยายามลบ แต่ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกาย หรือบีบคอกันเกิดขึ้น ในความคิดเราก็ไม่มีการยื้อแย่ง เพราะโทรศัพท์อยู่ในมือเรา เขาพยายามเข้ามาเอาโทรศัพท์คืนจากเรา แต่เราเป็นคนที่เอาตัวบัง และพยายามกดลบข้อมูลเหล่านั้น ซึ่ง ณ วันนั้น บนตัวเราก็มีบาดแผล มีรอยเล็บ แต่เราไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่อง จึงไม่ได้แจ้งความและตรวจร่างกาย แต่ปรากฎว่าพอมีเรื่องบนห้อง ฝ่ายนั้นก็กรี๊ดโวยวาย และมีคนมาเคาะประตู เราก็มาเปิดผประตูให้  และบอกว่าผมโดนแอบถ่าย ต่อมาจึงลงมาที่ล็อบบี้ข้างล่างของโรมแรม ผมก็ยังนั่งลบรูปอยู่ ใช้เวลาเกือบ 10 นาที แต่ก็ยังลบไม่หมด เขายังมีรูปอยู่ ลองคิดดูว่ามันเยอะแค่ไหน ซึ่งเหตุการณ์ ณ วันนั้น ผมลบรูปตัวเองอย่างเดียว ไม่ได้มีการปะทะหรือด่าทอ ซึ่งฝ่ายนั้นก็โวยวายพยายามเข้ามาหา แต่มีพนักงานโรงแรมมานั่งกั้นอยู่ เราก็ไม่ได้สนใจ ลบอย่างเดียว พอลบหมดแล้ว ก็คืนมือถือให้เขาและก็กลับเลย เพราะเรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง และเขาก็ไปแจ้งความ ไม่ได้มีการขอโทษ เพราะเขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำไม่ผิด

ซึ่งวันนั้นเขาไปแจ้งความว่าเราทำร้ายร่างกาย เราก็ไม่รู้ตัว เขาพูดว่าจะแจ้งความ ก็ไม่ได้คิดว่าจะแจ้งจริง คิดว่าเขาแค่ขู่ ซึ่งพอเขาโทรฯ มาบอกว่าแจ้งความ เราก็ตอบว่าเดี๋ยวให้ทนายไปคุย ก็ทิ้งเวลาผ่านไป ทั้งนี้ผมยังไม่ได้คืนดีกับภรรยานะ เพราะมันยังมีเรื่องของคดีความบางอย่างที่เล่าให้ฟังไม่ได้ ซึ่งมันไม่ได้มาแค่ตัวผม แต่มันไปถึงลูกผม ซึ่งด้วยวิกฤติต่าง ๆ ที่เข้ามา มันทำให้ผมกับอดีตภรรยาได้คุยกันมากขึ้น และผมก็ได้เห็นว่าเขาอยู่เคียงข้างผมจริง ๆ ในขณะที่เราห่างกันไป และผมเจอเรื่องแบบนี้ เขาอยู่เคียงข้างและช่วยผมตลอด ซึ่งผมต้องขอบคุณอดีตภรรยามาก คำพูดของผู้ชายคนนึงอาจไม่มีน้ำหนักให้ใครเชื่อเลยก็ได้ว่าพูดความจริงว่าฉันโสด แต่เขาออกมาพูดให้ว่าช่วงนั้นเขาถอยความสัมพันธ์กับผมจริง ๆ แต่การถอยออกมา ผมก็ยังทำหน้าที่ดูแลลูก เพราะลูกไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องของผู้ใหญ่ เวลาลูกมีกิจกรรมใด ๆ ก็ยังไปเป็นครอบครัวด้วยกัน รับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบเป็นสามีภรรยากันในตอนนี้

 

ตอนนี้ผมเจอเรื่องร้าย ๆ มาเยอะมา คุณแพร์ก็อยู่ข้างผม ให้โอกาสในการพิสูจน์ และพูดว่าไปเคลียร์ปัญหาให้หมด แล้วมันก็เกิดเรื่องดังกล่าวนี้ขึ้น จากที่อีกฝ่ายสัมภาษณ์ เขาอยากแค่ให้ผมขอโทษ แต่ถ้าให้ผมขอโทษ ต้องพูดแค่เรื่องคดีความ แต่สิ่งที่เขาพูดก็พูดแต่เรื่องบนเตียง เหมือนต้องการสื่อบอกคุณแพร์ว่าฉันมีอะไรกับสามีเธอนะ ผมมองในแง่นั้นมากกกว่าในสิ่งที่เขาต้องการ แต่ผมก็ยินดี และรู้สึกโชคดีมากที่คุณแพร์พูดว่า ในขณะนั้นมันเป็นเรื่องของเธอ ไม่ใช่เรื่องของฉัน ผมก็เลยรู้สึกว่าผมเลือกคนไม่ผิด แต่อาจทำตัวไม่ดี  เป็นการตัดสินใจด้วยอารมณ์หรือใด ๆ ก็แล้วแต่ มันทำให้ผมพลาดไป ยืนยันว่าสถานะของผมตอนนี้คือโสด ทางภรรยาก็ยังไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม ต้องรอเคลียร์เรื่องของคดีความก่อน

ในส่วนคดีความที่ สน.โชคชัย ที่เขาแจ้งเอาไว้ ผมได้ไปเซ็นรับทราบมาแล้ว วันที่ผมไปเซ็นรับทราบคุณแพร์ก็ไปกับเพื่อนของเขา ผู้หญิงคนนั้นก็ยังพูดเรื่องบนเตียงเหมือนเดิม เหมือนอยากบอกคุณแพร์ ผมเป็นผู้ชายผมยังไม่กล้าพูดเลย ส่วนคุณแพร์เข้าใจหรือไม่ผมก็ไม่รู้ความคิดเขา แต่คุณแพร์ก็ยืนบนหลักการที่ผมฟังแล้วก็ต้องขอบคุณเขามาก ๆ ในช่วงเวลานั้น มันไม่ใช่ของเขา คุณแพร์ไม่อยากเข้ามายุ่งในเหตุการณ์นี้ แต่ผู้หญิงที่กล่าวหาผม เป็นคนดึงคุณแพร์เข้ามา และดึงลูกผมเข้ามาด้วย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คนมีสติจะไม่ทำ เพราะเด็กไม่ได้มีอะไรที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องของผู้ใหญ่ ณ ตอนนี้ ผมก็ได้ให้ทนายทำทุกอย่างตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งผมฟ้องกลับแน่นอน แต่ในรายละเอียดยังบอกไม่ได้ มันเกี่ยวข้องกับกฎหมาย แต่หนึ่งในข้อหาที่ฟ้องกลับ คือหมิ่นประมาทไปหนึ่งคดีแล้ว แต่ว่ายังมีอีกหลายคดีที่คำสัมภาษณ์มันมีรายละเอียดอีกเยอะมาก คือในการแจ้งความของผมเองในตอนนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ ผมก็แค่แจ้งความไว้ไม่ให้หมดอายุความเฉย ๆ แต่ไม่ได้ให้ตำรวจดำเนินคดีใด ๆ แค่ปกป้องสิทธิ์ คือมันเป็นคดีที่ค้างตั้งแต่เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา  

 

ตรรกะของเขา คือคนเล่นกีฬาต่อสู้คือต้องเป็นคนเสพย์ติดความรุนแรงเหรอ สำหรับผมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยใช้ความรุนแรง ผมไม่ได้เสพย์ติดความรุนแรง ผมเล่นคิวบู๊ก็กล้าพูดได้เลยว่าไม่มีใครเคยบาดเจ็บ ไม่เคยพลาด และผมเกลียดมากกับการโดนเล่นเจ็บ ๆ เพราะผมเป็นคนขี้เจ็บ แต่เอาตรงนี้ของเรามาเป็นจุดสนใจ มันไม่น่ารักเลยที่คุณพูดจาแบบนี้ ณ วันนี้ผมยืนยันเลยว่าผมไม่ได้บีบคอเขา จริง ๆ มีคนส่งมาให้ผมดูเรื่องที่เขาให้สัมภาษณ์ ผมเองก็เป็นผู้กำกับคิวบู๊ ผมก็ลองดูในสิ่งที่เขาให้สัมภาษณ์ ผมต้องมี 4 มือ นึกภาพเข่ากดซี่โครง มือบีบคอ อีกมือนึงปิดปาด ปิดจมูก และพยายามลบโทรศัทพ์ มือของผมไม่พอแล้วนะ แล้วเขาเหลืออีกตั้ง 2 มือ เขาไม่ข่วนหน้าผมเลยเหรอ ผมไม่สามรถลบโทรศัพท์ด้วยมือข้างเดียวได้ มันเป็นเรื่องตลก และมันมีหลักฐานอีกเยอะมากที่ผมไม่สามารถเปิดให้ได้ แต่ถ้าเปิดออกมาคือตลกเลย และผมยืนยันว่ามีโลกใบเดียวเท่านั้น เราแค่รู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำต้องการอะไร ที่คุณบอกว่าต้องการให้ผมขอโทษ แต่ในวันที่ไปเจอที่ สน.ไม่ใช่เลย มันเป็นเรื่องที่ทุกคนคิดไว้ในใจเลยแต่เราไม่ตกลง เพราะกลัวว่าไม่มันไม่จบ มันเป็นเรื่องที่เรารู้สึกว่าเขาแปลก มันมีมานานแล้ว และเราพยายามถอย แต่ก็มีบางเรื่องที่เขาทำมาตลอด ไม่แปลกใจเหรอว่าทำไมโทรศัพท์เขาต้องมีรูปเยอะขนาดนั้น แสดงว่ามันต้องมีเรื่องอะไรบางอย่าง ซึ่งคนที่ศึกษาดูใจกัน ขอถ่ายรูปผมก็ให้ถ่าย ไม่มีอะไรปิดบัง เขาก็พูดเองว่าเขาไปไหน ผมก็ไม่เคยปิดบังผม ขอบคุณที่เขาพูดความจริง แต่เขาอาจไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดก็ได้

ซึ่งนับแต่เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีเรื่อง ผมก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย กินเวลามาประมาณ 3 - 4 เดือนแล้ว อีกประเด็นคือถ้าเขาเป็นคนอยากเร่งคดี ก็ต้องไปหาพยานด้วยตัวเขา แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือผมไปหาพยาน ขอชื่อและโทรศัพท์จากพยานให้ตำรวจด้วยตัวผมเอง และต้องใช้คำว่าตอนนี้คดีมันอยู่ในช่วงสืบสวน ยังไม่ได้สอบสวน ผมก็บอกตำรวจว่ายินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่ตำรวจบอกว่าคดีไม่ได้ช้า แต่ต้องรอผลแพทย์ ผมก็รอและให้ความร่วมมือ ซึ่งผมไม่ทราบเลยเรื่องผลแพทย์ เพราะเป็นเรื่องของทางฝ่ายนั้น แต่ถ้าอย่างที่ฝ่ายนั้นบอกว่าอยากให้เรื่องนี้เป็นตัวอย่างของสังคม ผมว่ามันก็ดี เพราะผมไม่ชื่นชอบให้ผู้ชายใช้กำลังกับผู้หญิง ผู้ชายใช้กำลังกับผู้ชายหรือผู้หญิงใช้กำลังกับผู้ชาย มันก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด ผมกล้าพูดว่าในโลกปัจจุบันไม่ได้มีแค่ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อ แต่ผู้ชายก็เป็นเหยื่อได้ ซึ่งตอนที่คบกัน ผมก็ไม่ได้แคปอะไรเก็บไว้เลย เพราะไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่อง ผมคบด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทั้งนี้ผมมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง และจะขอต่อสู้ทางด้านกฎหมายอย่างเต็มที่ครับ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 28