อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564

ดูอะไรดี : GHOST LAB : ผีพุ่งทะยานชนกรอบ

"ดูอะไรดี" รีวิวหนังผีมุมมองใหม่ “GHOST LAB ฉีกกฎทดลองผี” จากค่ายหนังดัง GDH ที่เราขอให้นิยามว่า "ผีพุ่งทะยานชนกรอบ" ศุกร์ที่ 4 มิถุนายน 2564 เวลา 19.15 น.


“GHOST LAB ฉีกกฎทดลองผี” ถือเป็น 1 ใน 5 โปรเจคท์ภาพยนตร์เรื่องใหม่จาก GDH หลังจับมือกับ Netflix ก่อนหน้านี้ทางค่ายประสบความสำเร็จจาก "อ้ายคนหล่อลวง" (จัดฉายในโรงภาพยนตร์ไปแล้วเมื่อปลายปี 63) กวาดรายได้ไป 95.5 ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่อยู่ในช่วงโควิด จากนั้นนำมาฉายใน Netflix อีกครั้ง ไต่อันดับความนิยมติด TOP 10 อยู่หลายสัปดาห์ ก่อน GDH จะปล่อย GHOST LAB ออกมา เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ปรากฏว่าหนังเรื่องนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงทั้งในด้านความสยองที่ไม่มีคำว่าเซ็นเซอร์ (+18) จัดวางแกนเรื่องให้ดูลึกลับ ทำออกมาแนวสืบสวนชวนให้ติดตาม มีการโยงเอาความเชื่อตามหลักศาสนาพุทธ โลกหลังความตาย นำไปหาหลักการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่ว่า "...ผีมีจริงหรือไม่?..." และ "...ทำอย่างไรถึงจะเห็นผีได้?..."




เรื่องย่อ : เมื่อแพทย์หนุ่ม "หมอกล้า" (รับบทโดย ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต) แอบศึกษาความเชื่อด้านจิตวิญญาณและภูติผีแบบลับ ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง "หมอวี" (รับบทโดย ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร) เพื่อนซี้ของเขาที่ไม่เคยเชื่อเรื่องผี เพราะวิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้ เกิดมาเจอผีพร้อม ๆ กัน ทั้งคู่ต่างก็ไม่เชื่อในสายตาตัวเองว่าจะเจอผีจริง ๆ จึงพยายามดูภาพจากกล้องวงจรปิด ปรากฏว่ากล้องจับภาพอะไรไม่ได้ ทั้งสองคนต่างตื่นเต้นและอยากพิสูจน์ว่าทำอย่างไรถึงจะได้เห็น "ผี" การทดลองด้วยวิธีการต่าง ๆ จึงเริ่มขึ้น ตั้งแต่เข้าไปยังจุดที่ดูวังเวงและน่ากลัวที่สุด เพื่อใช้เครื่องมือตรวจจับพลังงาน ทั้งคู่เริ่มถลำลึกถึงขั้นอยากติดต่อกับวิญญาณคนตาย เพื่อจะหาช่องทางทำให้ทุกคนได้เห็น "ผี" หรือ "วิญญาณ" ซึ่งจะกลายเป็นงานวิจัยระดับโลก



ความโดดเด่นของ GHOST LAB ก็คือบทของ "หมอวี" เริ่มจากเป็นหมอหนุ่มที่มีความสุขุม เรียบร้อย คอยดูแลแม่ที่ป่วยในโรงพยาบาล กลายเป็นหมอที่มีความทะเยอทะยาน อยากรู้ต้องได้รู้ อยากเอาชนะในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ จนกระทั่งเริ่มมีความดุดันราวกับเป็นบุคคลอันตราย การแสดงของ "ต่อ-ธนภพ" ในเรื่องนี้นับเป็นผลงานที่ท้าทายความสามารถของเขาเป็นอย่างมาก และเขาตีบทแตกจริง ๆ ผู้ชมจะรู้สึกได้ว่า จากคุณหมอใจดีอ่อนโยนกลายเป็นหมอที่คลุ้มคลั่งนั้นเป็นอย่างไร? ส่วนบทของ  "หมอกล้า" มีภาพลักษณ์เป็นหมอหนุ่มมาดเท่ตลอดเวลา น่าเสียดายที่บทเยอะแต่กลับไม่เด่นเหมือน "หมอวี" ขณะที่ "ใหม่" แฟนหมอกล้า (รับบทโดย ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) กับการเล่นหนังครั้งแรกที่ดูยังเกร็งไปบ้าง แต่ท้ายเรื่องถือว่าไหลลื่นไปได้ ที่น่ากังวลก็คือการปูเรื่องให้เห็นความสัมพันธ์ของ "หมอกล้า" กับ "ใหม่" ดูแล้วยังน้อยเกินไป ทำให้ผู้ชมไม่อินกับบทของ "ใหม่" เท่าที่ควร



ในส่วนของสถานที่ถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็นจุดต่าง ๆ ของ รพ. ห้องดับจิต ต่างจัดวางแสงและบรรยากาศได้วังเวง ชวนขนหัวลุกเป็นอย่างมาก ด้านเทคนิคภาพยนตร์ช่วงที่ผีปรากฏตัวมีการใส่ Jump Scare ลงไป แม้จะเรียกเสียงกรี๊ดจากคนดูได้ แต่ผีก็ยังดูลอย ๆ คล้ายกับผีในเกมยิง "ซอมบี้" ซึ่งหากใช้คนจริง ๆ แสดงเป็นผี น่าจะช่วยให้น่ากลัวหรือหลอนมากกว่า ส่วนฉากความสยอง เลือดตกยางออก นิ้วขาด ขาหัก อันนี้ต้องยอมรับว่าเห็นแล้วเจ็บแทนจริง ๆ เด็กเล็กไม่แนะนำให้ชม ยกเว้นมีผู้ปกครองคอยดูแลอยู่ด้วย อีกสิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายก็คือ ฉากที่เรียกความดราม่าของ "หมอวี" และ "แม่" เชื่อว่าผู้ชมหลายคนไม่อินเท่าที่ควร การปูพื้นเรื่องของ "หมอวี" กับแม่ น่าจะมีความแน่นและลึกกว่านี้ ยิ่งให้นักแสดงคนอื่น ๆ โฉบออกมาไม่กี่ซีนแล้วก็หายไป ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า "หมอวี" จำต้องรับบทหนักอยู่คนเดียวตลอดเรื่องหรือไม่?
 
สำหรับแกนเรื่องที่โดนวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวาง คงไม่พ้นเรื่องที่หนังทำให้ดูออกจริงจังเป็นวิทยาศาสตร์ แต่กลับใช้หลักการหรือทฤษฎีแบบเบสิก แถมยังโยงไปหาความเชื่อด้านจิตวิญญาณ ทั้งที่ตอนแรกใช้เวลาปูพื้นเรื่องให้มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างหนักหน่วงไปแล้ว ผู้ชมหลาย ๆ คนรวมไปถึงเหล่านักวิจารณ์จึงไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงหักมุมแบบนี้ หรือเพราะหนังต้องการจะสื่อให้เห็นในเรื่องการรักษาสัจจะ หรือ สัญญา ความมุ่งมั่นตั้งใจ ในแง่คิดที่ว่าอะไรที่มันมากจนเกินไป ก็อาจนำพาให้เกิดการสูญเสียเพียงเท่านั้น ซึ่งถ้าต้องการนำเสนอแนวคิดเพียงเท่านี้ ก็เหมือนเป็นการโชว์ความพยายามพุ่งทะยานไปนอกกรอบ แต่สุดท้าย...ก็ยังมีกรอบมาครอบอีกชั้นอยู่นั่นเอง.

ภาณุพงศ์ ส่องสว่าง
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 23