อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

เกือบเป็นม่าย! "สุนารี" ผวาโควิดจนทะเลาะสามีฝรั่งหนักมาก

สุนารี ราชสีมา กังวลและระแวงโควิดหนักมา จนทำให้ทะเลาะกับสามีชาวต่างชาติรัวๆ จนเกือบเลิกรากัน อังคารที่ 8 มิถุนายน 2564 เวลา 18.20 น.


ก่อนหน้านี้ออกมายอมรับว่ากลัวโควิดที่ระบาดหนักมากๆจนบางทีไม่กล้าเข้าห้องน้ำปั๊มเพื่อขับถ่าย แถมยังระมัดระวังและกลัวทุกอย่างจนสามีชาวต่างชาติ วาวเตอร์ ไม่เข้าใจและทะเลาะกันหนักมาก สำหรับนักร้องลูกทุ่งคนดัง สุนารี ราชสีมา ล่าสุดเจอตัวสาวสุในงานการจับกุมผู้ปลอมแปลงสินค้า Dr.JiLL G5 Essence Plus เลยไม่พลาดอัพเดทเรื่องนี้ทันที

สุนารี เผยว่า "เรื่องโควิดบอกตรงๆกลัวค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่ากลัวแบบไม่มีสตินะ ก็คือมีสติ ไปไหนก็จะพกแอลกอฮอล์ แมสก์ก็จะเปลี่ยนวันละหลายๆรอบ คือ แอลกอฮอล์จะต้องมีอยู่ทุกที่ ทุกกระเป๋า เผื่อกันลืมและรถทุกคันก็จะมีสเปรย์อยู่ตลอด เวลาจอดรถก่อนจะเข้าบ้านก็ฉีดพวกรองเท้าหรือก่อนนอนถ้าอาบน้ำเสร็จ เราก็จะฉีดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้ออีกทีนึง การทำงานข้างนอกก็พยายามระวังมาก จะพยายามชิ่ง จะดูเป็นคนหยิ่งมาก แต่คือทุกคนก็เข้าใจนะคะ เราก็เซฟทั้งเพื่อนเราด้วยและตัวเราด้วย เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าตัวเรามีหรือไม่มี แต่ว่าตรวจทุกอาทิตย์นะคะ ไม่เจอ ไม่เจอหมอ(หัวเราะ)”



"เรื่องห้องน้ำปั๊มไม่เข้าเลย ถ้าเวลาไปต่างจังหวัด แต่ตอนนี้ไม่ได้ไปต่างจังหวัดมันจะมีช่วงโควิดช่วงแรกช่วงมันเครียดจัดจริงๆ เรายังไม่รู้ว่าจะอยู่กับมันยังไงก็แวะข้างทาง ยอมเป็นเชื้อรา(หัวเราะ) แต่ตอนนี้รอบ 2 รอบ 3 เราก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันได้รู้ว่าต้องปรับตัวเองยังไงเพื่อเซฟเราและเซฟสังคม แต่ว่าตอนแรกเรากลัวจัดเราก็ไม่รู้ว่าเราจะต้องทำอย่างไร จะต้องอยู่แบบไหน ตุนอาหารเยอะแยะไปหมด คิดเยอะ ตอนนี้มันก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้วก็จะทำอาหารกินเองอยู่ที่บ้าน แต่เราจะเป็นหน่วยกล้าตายคนเดียวที่ออกไปซื้ออาหาร ไปทีก็ซื้อเก็บไว้ เพราะเราเป็นครอบครัวใหญ่ และมีลูกน้องด้วย เราทำอาหารขาย เราทำผลิตภัณฑ์อาหารขาย เราจะเซฟลูกน้องมาก ไม่ให้เขาออก เพราะว่าถ้าเกิดติดมามันจะเกิดผลกระทบทุกอย่างธุรกิจเราด้วย”

สุนารี เล่าต่อว่า "แต่ประเด็นที่เราระแวงวาวเตอร์ อันนั้นรอบแรกเลยคือวาวเตอร์เขาไปต่างประเทศมา เราก็ฉีดเขาตั้งแต่สนามบิน เขาก็นอยด์นิดนึงเพราะเขาไม่รู้จริงๆว่าบ้านเราเริ่มรุนแรงแล้ว ถามว่าถึงขั้นเลิกเลยไหมก็คืองอน ไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่เราก็คิดว่าถ้าเขาไม่เข้าใจเรื่องนี้ พูดง่ายๆว่า ถ้าจะไม่อยู่กันก็ไม่ต้องวะ(หัวเราะ) เหมือนประมาณนี้ แต่สุดท้ายเราก็มีเทคนิคทำให้เขารู้ เราไม่สามารถอธิบายทุกอย่างกับเขาได้ เพราะภาษาเราก็ไม่เก่ง เราก็ใช้วิธีการรับหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษมาให้เขาอ่านไม่เกินสามวัน เขาก็รู้ เขาก็ถามหาแมสก์แล้ว แต่ตอนนี้เขาโอเค ไม่ออกไปไหนเลย ตอนนี้ทุกคนอยู่แต่บ้าน อยู่ร้านเรา อยู่กับสิ่งที่เราต้องทำงาน”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 47