อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564

ดูอะไรดี - Sweet & Sour : รัก(แกง)หวานอมเปรี้ยว

"ดูอะไรดี" ครั้งนี้ ขอรีวิวหนังรักเกาหลี "Sweet & Sour" ใน "Netflix" ที่คนดูโดนแกงไปตาม ๆ กัน ศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2564 เวลา 19.15 น.

สัปดาห์นี้ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ (ตลกฮาน้ำตาไหล) ของเกาหลีอย่าง "Sweet & Sour" หรือ "รักหวานอมเปรี้ยว" เป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนหนังใน Netflix เป็นอย่างมาก คะแนนนิยมพุ่งทะยานครองอันดับ 1 ชนิดหนังเรื่องอื่น ๆ ยังต้องสตั้น! แบบงง ๆ




"Sweet & Sour" นำแสดงโดย จางกียง, แชซูบิน, ช็องซูจอง หรือ คริสตัล ช็อง เป็นหนังที่ดูได้ชิล ๆ ง่าย ๆ ความยาว 1 ชั่วโมง 40 นาที นำเสนอแบบเรียบง่าย แต่ทุกเหตุการณ์ล้วนมีปมซ่อนเอาไว้ การจัดวางสถานที่หรือฉากในการถ่ายทำก็น้อย จึงไปเน้นเรื่องของการถ่ายทอดอารมณ์ตัวละคร เช่น ความรักหวานชื่นเมื่อแรกพบ, ความรักในที่ทำงาน, รัก 3 เส้า ทุกสิ่งล้วนวนลูปไปมาในไทม์ไลน์ที่ผู้กำกับ "อีกเยบยอก" ต้องการนำเสนอ ซึ่งในตอนท้ายของเรื่อง เขากล้าที่จะหักดิบให้จบชนิดหน้ามือเป็นหลังมือกันเลยทีเดียว



เรื่องราวของหนังเริ่มต้นที่ "อีจางฮยอก" หนุ่มรูปร่างอ้วนท้วนที่เพิ่งจะได้งานเป็นวิศวกร เกิดป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบตัวเหลืองหน้าซีด เขาถูกหามตัวส่งรพ.รักษาอาการโดยด่วน "อีจางฮยอก" ได้มาเจอกับ "ดาอึน" พยาบาลสาวผู้น่ารัก เธอทั้งสวยและใจดีกับคนไข้มาก ๆ ทั้งสองเริ่มสนิทกันจนกลายเป็นเพื่อนซี้ ซึ่งฝ่ายชายหนุ่มได้ตกหลุมรักพยาบาลสาว จึงพยายามช่วยเหลือเธอหลายต่อหลายครั้ง กระทั่งอีกฝ่ายประทับใจยอมคบหาเป็นแฟน จากนั้นฝ่ายชายเริ่มรู้สึกว่าต้องพยายามลดน้ำหนักเพื่อแฟนสาวของตัวเอง และตั้งใจทำงานเพื่อสร้างอนาคตไปพร้อม ๆ กัน ต่อมาชายหนุ่มได้เข้ามาทำงานในบริษัทรับเหมาชั้นแนวหน้าใจกลางกรุงโซล นั่นทำให้เขาได้พบกับ "โบยอง" วิศวกรสาวคู่แข่งในบริษัท แรก ๆ ก็เป็นคู่กัด แต่หลัง ๆ กลับกลายเป็นสนิทกันเกินเพื่อน จุดเริ่มต้นของความรัก 3 เส้าจึงได้เริ่มขึ้น



ความโดดเด่นของ "Sweet & Sour" คือ การแสดงของเหล่าดาราระดับมืออาชีพ ทั้งที่เนื้อหาของเรื่องไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เล่าแบบตรงไปตรงมาตั้งแต่เรื่ององเท้าผ้าใบคู่ใหม่ กับ รองเท้าผ้าใบคู่เก่า ด้าน "จางกียง" พระเอกสุดหล่อที่เหล่าสาว ๆ กรี๊ดสลบ เขาเล่นได้ดีมาก ๆ คุมสีหน้าอารมณ์ไว้ได้ตลอด เนื่องจากต้องรับบทวิศวกรหนุ่มบุคลิกสุขุม ขณะเดียวกันเขาก็เหมือนกับเป็นคนสับสน ลังเลใจว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้น ดีแล้วหรือไม่ แต่สุดท้ายเขาก็ยังสามารถก้าวต่อไปโดยไม่มีอะไรต้องเสียใจแม้แต่น้อย



เช่นเดียวกับ บทของพยาบาลสาว "ดาอึน" ที่แววตาดูเศร้าและเหงา ราวกับต้องการคนเอาใจใส่ตลอดเวลา ทั้งที่บทของเธอคือพยาบาลต้องเอาใจใส่คนไข้ และยังต้องดูแลแฟนหนุ่มที่ทำงานหนักอีกด้วย ผู้ชมจะสัมผัสได้ว่า พยาบาลสาวผู้นี้เป็นคนน่าเห็นใจ แต่ขณะเดียวกันในบางซีน แววตาของเธอก็แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ และสุดท้ายคือบทของ "โบยอง" สาววิศวกรที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานชนิดไม่สนใจโลก มีหลายซีนที่เธอต้องแสดงความเก็บกดอารมณ์โกรธ พร้อม ๆ กับงอนอยากให้พระเอกเอาใจ ซึ่งต้องเล่นให้ดูน่ารัก ไม่ใช่น่าหมั่นไส้เหมือนนางร้าย ปรากฏว่า "คริสตัล ช็อง" สามารถจัดเต็มบทบาทนี้ได้เป็นอย่างดี



บทสรุปของภาพยนตร์เรื่องนี้ มีนักวิจารณ์หลายคนบอกว่าเป็นการ "แกง" หรือ "แกล้ง" ผู้ชมให้รู้สึกว่าโดนหลอก เพราะทุก ๆ เหตุการณ์มีปมเชื่อมโยงกัน ทำให้รู้สึกประทับใจ ซึ่งแท้จริงแล้วการจัดฉากแบบนี้ ไม่ถือเป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด หากใครเคยชมภาพยนตร์ฝั่ง "ฮอลลีวูด" แนว ๆ Ocean's ตั้งแต่ Ocean's Eleven, Ocean's Twelve, Ocean's Thirteen และ Ocean's 8 ก็จะเป็นการไล่เลียงไทม์ไลน์ เพื่อผูกปมโยงไปมาจนบางทีก็งง ๆ แล้วค่อยเฉลยความจริงในตอนสุดท้าย ซึ่งจะเป็นความรู้สึกเดียวกันนั่นเอง บางทีเราควรลงลึกเรื่องที่หนังได้พยายามสะท้อนการใช้ชีวิตคู่ที่เร่งรีบ จนลืมความสำคัญของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือแม้แต่คนรัก เพราะความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ล้วนมาจากความรัก ความเข้าใจ ความเอาใจใส่กัน ตลอดจนการให้อภัยซึ่งกันและกัน จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมิได้ อีกทั้งยังสะท้อนความคิดของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ผู้ชายจะมีโลก 2 ใบได้เพียงฝ่ายเดียว บางทีผู้หญิงก็อาจมีโลก 2 ใบได้เช่นกัน เพียงแต่รอเวลาจากโลกใบเก่าไปเท่านั้น แสดงถึงความเท่าเทียมระหว่างชายหญิง ว่าจะเลือกใช้ชีวิตคู่แบบไหนนั่นเอง.

ภาณุพงศ์ ส่องสว่าง