อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 17 เมษายน 2564

ยอดตายทะลุเกินพันศพ เหตุธรณีพิโรธที่เนปาล

"เนปาล" เผชิญแผ่นดินไหวครั้งเลวร้ายสุดในรอบ 8 ทศวรรษ รุนแรงถึง 7.9 แมกนิจูด ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตพุ่งไปสูงถึง 1,182 ศพแล้ว โบราณสถานมรดกโลกยูเนสโกพังถล่มราบเป็นหน้ากลอง เสาร์ที่ 25 เมษายน 2558 เวลา 09.00 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ว่าสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ ( ยูเอสจีเอส ) ตรวจพบการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.9 แมกนิจูด เมื่อเวลา 11.56 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเนปาล ( 13.11 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินราว 11.9 กิโลเมตร ห่างจากเมืองลัมจังไปทางตะวันออกราว 35 กิโลเมตร และห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 77 กิโลเมตร หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยมีรายงานผู้เสียชีวิตนับพันศพ ใน 4 ประเทศ ได้แก่เนปาล อินเดีย เขตปกครองตนเองทิเบตของจีน และบังกลาเทศ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เกรงว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างพังถล่มจำนวนมาก ในจำนวนนี้รวมถึงหอคอยธาราฮารา หรือภิมเสน สะตัมภะ สถาปัตยกรรมเก่าแก่ขนาด 9 ชั้น ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2375 และองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ( ยูเนสโก ) ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมด้วย โดยมีผู้ติดอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง และยังไม่ทราบชะตากรรมราว 50 คน

นอกจากนี้ แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้สามารถรับรู้ได้ไกลถึงเมืองใหญ่หลายแห่งในภาคเหนือของอินเดีย ได้แก่ กรุงนิวเดลี เมืองลัคเนา และเมืองโกลกาตา ตลอดจนเมืองลาฮอร์ในปากีสถาน และเมืองลาซา เมืองเอกของเขตปกครองตนเองทิเบตในจีน ถือเป็นภัยธรรมชาติในเทือกเขาหิมาลัยที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 80 ปี นับตั้งแต่แผ่นดินไหวรุนแรง 8.0 แมกนิจูด ในอินเดียและเนปาล เมื่อเดือนม.ค. 2477 ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 10,000 ศพ

รายงานล่าสุดระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 81 ปี ของเนปาลในครั้งนี้ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,182 ศพแล้ว ใน 4 ประเทศ โดยในเนปาลมีผู้เสียชีวิต 1,130 ศพ กว่าครึ่งอยู่ในเขตเมืองหลวงกรุงกาฐมาณฑุ อินเดียเสียชีวิตอย่างน้อย 36 ศพ เขตปกครองตนเองทิเบตของจีน 12 ศพ และบังกลาเทศอีก 4 ศพ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น