อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สำนักงานจริยธรรมสหรัฐจวกทรัมป์ "ยังไม่โปร่งใส"

ผู้อำนวยการสำนักงานจริยธรรมรัฐบาลสหรัฐวิจารณ์การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ถอนตัวจากธุรกิจทั้งหมดอย่างสิ้นเชิงก่อนเข้ารับตำแหน่ง แต่ให้บุตรชาย 2 คนบริหารแทน ยังถือเป็นกรณีผลประโยชน์ทับซ้อนที่ "อันตราย" ต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต พฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2560 เวลา 13.04 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่าสำนักงานจริยธรรมรัฐบาลสหรัฐ ( โอจีอี ) เผยแพร่แถลงการณ์ของนายวอลเตอร์ เชาบ์ ผู้อำนวยการโอจีอี ตำหนิอย่างหนักต่อกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ถ่ายโอนอำนาจการบริหารธุรกิจทั้งหมดในอาณาจักร "ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น" ให้บุตรชาย 2 คนคือนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ และนายอีริก ทรัมป์ แต่ยังมีชื่อของตัวเองเป็นเจ้าของ แม้จะเข้าบริหารทำเนียบขาวในฐานะประธานาธิบดีแล้วก็ตาม  ว่าในทางกฎหมายยังถือเป็น "ผลประโยชน์ขัดกัน" ที่จะส่งผลต่อตัวผู้นำสหรัฐเองในอนาคตและเสถียรภาพของรัฐบาลในภาพรวม



ทั้งนี้ เชาบ์ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโอจีอีมาตั้งแต่ปี 2556 เสนอให้ว่าที่ผู้นำสหรัฐถอนชื่อของตัวเองออกจากบริษัททั้งหมดในเครือทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น หรือจัดตั้ง "กองทุนรักษาหุ้น" ( Blind Trust ) เพื่อบริหารธุรกิจทั้งหมด ที่ควรเป็นคณะบุคคลที่เป็นอิสระจากภายนอกอย่างแท้จริง เพื่อให้หลีกเลี่ยงอิทธิพลและ "การเมือง" ภายในองค์กร การมอบอำนาจบริหารให้แก่บุตรชายทั้งสองคนไม่เข้าข่ายเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติของกองทุนรักษาหุ้น 

อย่างไรก็ตาม ว่าที่ผู้นำสหรัฐคนที่ 45 ซึ่งจะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ม.ค. นี้ กล่าวว่าไม่มีกฎหมายข้อใดระบุห้ามผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต้องถอนตัวออกจากธุรกิจที่มีอยู่ โดยทรัมป์ยืนยันว่าสามารถบริหารประเทศและทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น "ได้ในเวลาเดียวกัน" ขณะที่นางเชอรี ดิลลอน ที่ปรึกษาของทรัมป์ในด้านนี้ กล่าวว่าตราบใดที่ทรัมป์ยังอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น จะระงับการเจรจาลงทุนเพิ่มในต่างประเทศ และจะมุ่งเน้นกับโครงการพัฒนาภายในสหรัฐเท่านั้น



ด้านน.ส.อิวังกา ทรัมป์ บุตรสาวคนโตของทรัมป์ กล่าวว่าเธอจะลาออกจากตำแหน่งทางธุรกิจในทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น และบริษัทแฟชั่นที่เธอใช้ชื่อตัวเองเป็นเครื่องหมายการค้า เพื่อให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น แต่การที่สามีของเธอ คือนายจาเร็ด คุชเนอร์ ได้รับการแต่งตั้งจากทรัมป์ให้รับตำแหน่งหนึ่งในที่ปรึกษาอาวุโสประจำทำเนียบขาว กำลังเรียกเสียงครหาอย่างหนักจากหลายฝ่าย เกี่ยวกับประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนเช่นกัน.

คลิปประกอบ : CBS Evening News



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 12