อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562

โลกประณามเหตุระเบิด คร่าเกือบ300ชีวิตในโซมาเลีย

สหประชาชาติและสหรัฐประณามเหตุระะเบิดครั้งรุนแรงใจกลางกรุงโมกาดิชู ที่ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเกือบ 300 คนแล้ว ขณะที่รัฐบาลโซมาเลียไว้อาลัยทั่วประเทศ และเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่ม "อัล-ชาบับ" จันทร์ที่ 16 ตุลาคม 2560 เวลา 07.21 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโมกาดิชู ประเทศโซมาเลีย เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ว่าประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด อับดุลลาฮี ฟาร์มาอาโจ ผู้นำโซมาเลีย ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ ให้มีการไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน แก่ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 276 คน จากเหตุคนร้ายซุกซ่อนระเบิดไว้ในรถบรรทุกแล้วจุดชนวนบริเวณสี่แยก "เค5" ที่อยู่ใจกลางเมืองหลวง ใกล้กับโรงแรมหรูชื่อ "ซาฟารี" และสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวโซมาเลียสามัคคีกัน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดี ว่า "ศัตรูของชาติ" ไม่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย
 




นอกจากนี้ รายงานของกระทรวงข่าวสารระบุเพิ่มเติมว่า แรงระเบิดยังส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราว 300 คนด้วย แม้ยังไม่มีบุคคลกลุ่มใดออกมารับสมอ้างว่าอยู่เบื้องหลัง แต่รัฐบาลโมกาดิชูเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายอัล-ชาบับ และเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการก่อการร้ายครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแอฟริกา ยิ่งกว่าเหตุระเบิดทำลายสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงไนโรบี ในเคนยา และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงดาร์-เอส-ซาลาม ในแทนซาเนีย เมื่อปี 2541 ที่มีผู้เสียชีวิตรวมกัน 224 คน และกลุ่มอัล-กออิดะห์อ้างเป็นผู้ลงมือ
 





ด้านสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) สหรัฐ สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส ตลอดจนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ( ไอซีอาร์ซี ) ออกแถลงการณ์ประณามเหตุระเบิดที่กรุงโมกาดิชูอย่างหนัก ขณะที่เคนยาและตุรกีส่งเครื่องบินลำเลียงอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการแพทย์ไปยังกรุงโมกาดิชูแล้ว โดยประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน กล่าวว่ารัฐบาลอังการายินดีนำตัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสให้เข้ามารับการรักษาที่ตุรกีด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันตุรกีถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ลำดับต้นในโซมาเลีย และเพิ่งเปิดฐานทัพขนาดใหญ่ที่สุดในโซมาเลียไปเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา.

คลิปประกอบ : Al Jazeera English



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 203