อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

อียิปต์เปิดด่านกาซาครั้งแรก หลังมีข้อตกลงสมานฉันท์

รัฐบาลไคโรเปิดจุดผ่านแดนราฟาห์บริเวณฉนวนกาซา “เพื่อมนุษยธรรม” เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การบรรลุข้อตกลงสมานฉันท์ระหว่างรัฐบาลปาเลสไตน์กับกลุ่มฮามาส เมื่อกลางเดือนที่แล้ว อาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10.02 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองกาซาซิตี ดินแดนปาเลสไตน์ เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ว่ากระทรวงมหาดไทยและความมั่นคงแห่งชาติของปาเลสไตน์ออกแถลงการณ์ว่า ทางการอียิปต์เปิดจุดผ่านแดนราฟาห์ ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศและกั้นระหว่างพรมแดนทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เมื่อช่วงบ่ายของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการเปิดทำการต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมง 
 


อย่างไรก็ตาม ชาวปาเลสไตน์และพาหนะที่ได้รับอนุญาตให้ข้ามพรมแดนจากฉนวนกาซาไปยังอียิปต์ ยังคงสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่จดทะเบียนหรือยื่นคำร้องกับรัฐบาลไคโรล่วงหน้าเท่านั้น ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลว่าอยู่ที่ประมาณ 20,000 คน ท่ามกลางการประท้วงของชาวปาเลสไตน์จำนวนมากที่ไม่ทราบเงื่อนไขนี้มาก่อน ด้านทางการอียิปต์ยังคงยืนกราน “เหตุผลด้านมนุษยธรรม”



ทั้งนี้ จุดผ่านแดนราฟาห์ถือเป็นช่องทางหลักเพียงแห่งเดียวสำหรับชาวปาเลสไตน์ในการเดินทางออกสู่โลกภายนอก หลังอิสราเอลปิดกั้นพรมแดนทั้งทางบก ทางทะเลและทางอากาศบริเวณฉนวนกาซา “อย่างเบ็ดเสร็จ” นับตั้งแต่ปี 2550 แม้มีการผ่อนคลายความเข้มงวดลงบ้าง นับตั้งแต่ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2557 แต่บรรยากาศในบริเวณนี้ยังแทบเรียกได้ว่า “ปิดตาย” โดยรัฐบาลไคโรเปิดด่านราฟาห์ครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ส.ค. และมีการเปิดจุดผ่านแดนรวมกันเพียง 14 วันเท่านั้น ตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา 



แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเปิดจุดผ่านแดนราฟาห์ของรัฐบาลอียิปต์ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่รัฐบาลปาเลสไตน์และกลุ่มฮามาสบรรลุข้อตกลงประนีประนอม เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งสาระสำคัญรวมถึงการที่กลุ่มฮามาสซึ่งยึดครองฉนวนกาซายาวนานถึง 1 ทศวรรษ จะคืนอำนาจการปกครองในเขตเวสต์แบงก์ให้แก่ทางการปาเลสไตน์ ภายในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ และการผ่อนคลายอำนาจควบคุมการข้ามพรมแดนที่ด่านราฟาห์ นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 17