อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

สหรัฐขึ้นบัญชีดำ'คิงส์ โรมัน กาสิโน' สามเหลี่ยมทองคำ

รัฐบาลวอชิงตันประกาศให้ "คิงส์ โรมัน กาสิโน" สถานพนันชื่อกระฉ่อนแห่งสามเหลี่ยมทองคำ เป็น "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" และขึ้นบัญชีดำ "ผู้มีบทบาทสำคัญ" 4 คน หนึ่งในนั้นเป็นคนไทย พุธที่ 31 มกราคม 2561 เวลา 07.21 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่ากระทรวงการคลังของสหรัฐออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร เรื่องการขึ้นบัญชีดำบริษัท "คิงส์ โรมันส์ อินเตอร์เนชั่นแนล อินเวสต์เมนต์"  ในฐานะ "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" โดยองค์กรแห่งนี้คือผู้บริหารของ "คิงส์ โรมัน กาสิโน" ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ที่เมืองต้นผึ้ง ในแขวงบ่อแก้ว ทางตะวันตกเฉียงเหนือของลาว ซึ่งเป็นพรมแดนรอยต่อระหว่างลาวกับไทย และเมียนมา

ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า คิงส์ โรมัน กาสิโน เป็นชุมทางของกิจกรรมผิดกฎหมายหลายอย่างในเขตสามเหลี่ยมทองคำ ไม่ว่าจะเป็นการค้ายาเสพติด ที่รวมถึงการเป็นผู้จัดจำหน่ายเฮโรอีนและยาบ้าในนามกองทัพว้าแดง ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในรัฐฉานของเมียนมา การค้ามนุษย์ และการค้าสัตว์ป่าและอวัยวะสัตว์ป่าคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นหมีดำ ตัวนิ่ม เสือและช้าง โดยเจ้าหน้าที่สามารถสืบเส้นทางกิจกรรมผิดกฎหมายดังกล่าวย้อนไปได้ถึงปี 2557 ในขณะที่คิงส์ โรมัน กาสิโน ได้รับสัมปทานในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมื่อปี 2552



นอกเหนือจากการระบุให้คิงส์ โรมันส์ อินเตอร์เนชั่นแนล อินเวสต์เมนต์ มีสถานะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแล้ว กระทรวงการคลังสหรัฐยังขึ้นบัญชีดำบุคคล 4 คน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารองค์กรแห่งนี้ ได้แก่ นายจ้าว เหว่ย มหาเศรษฐีชาวจีน ผู้บริหารสูงสุดของคิงส์ โรมันส์ อินเตอร์เนชั่นแนล อินเวสต์เมนต์  ซึ่งจดทะเบียนที่ฮ่องกง นางซู กู่ฉิน สัญชาติจีนและเป็นภรรยาของนายจ้าว เหว่ย นายอับบาส อีบีราฮิม สัญชาติออสเตรเลีย รับผิดชอบระบบรักษาความปลอดภัยภายในคิงส์ โรมัน กาสิโน และมีหน้าที่ติดสินบนในนามองค์กร ส่วนคนสุดท้ายเป็นพลเมืองสัญชาติไทย คือนายณัฐ รุ่งตะวันคีรี (Nat Rungtawankhiri ) ผู้อำนวยการบริษัทคิง โรมันส์ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในจังหวัดเชียงราย และมีหน้าที่เคลื่อนย้ายทรัพย์สินในนามองค์กร.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

บอกต่อ : 2.00K