อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ซูมา" ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีแอฟริกาใต้

นายไซริล รามาโฟซา หัวหน้าพรรครัฐบาลแอฟริกาใต้และรองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน จะทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งประธานาธิบดี หลังนายจาค็อบ ซูมา ยอมลาออกจากตำแหน่ง เพื่อยุติวิกฤติการเมืองที่ยืดเยื้อ พฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 07.49 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ว่านายจาค็อบ ซูมา แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ โดยซูมาวัย 75 ปี กล่าวว่าการลาออกของเขา "มีผลทันที" แม้ไม่เห็นด้วยกับมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา ( เอเอ็นซี ) แต่ความเป็นเอกภาพภายในพรรคไม่ควรสั่นคลอนด้วยเรื่องของเขา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสมาชิกของพรรคที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดมาตลอด และเขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงสุดจากชาวแอฟริกาใต้ ในการได้รับใช้ประชาชนในฐานะประธานาธิบดี ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา
 


ทั้งนี้ นายไซริล รามาโฟซา วัย 65 ปี รองประธานาธิบดีคนปัจจุบันและประธานพรรคเอเอ็นซี จะปฏิบัติหน้าที่รักษาการจนกว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า โดยการพ้นจกตำแหน่งของซูมา วัย 75 ปี เกิดขึ้นหลังที่ประชุมเอเอ็นซีมีมติเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา "เรียกคืน" ตำแหน่งประมุขของประเทศจากซูมา ซึ่งก่อนหน้านั้นปฏิเสธลาออกตามเส้นตาย 48 ชั่วโมง ขณะที่เอเอ็นซีออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ขอบคุณ "ความซื่อสัตย์" ของซูมาในเรื่องนี้ และขอให้สมาชิกพรรคทุกคนสนับสนุนรามาโฟซาต่อไป

นายไซริล รามาโฟซา



ด้านพันธมิตรประชาธิปไตย ( ดีเอ ) ซึ่งเป็นพันธมิตรพรรคฝ่ายค้านขนาดใหญ่ที่สุดของแอฟริกาใต้ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทั้งเอเอ็นซีและรัฐบาลดำเนินคดีตามกฎหมายกับซูมาและบุคคลใกล้ชิด ซึ่งร่วมกันสร้าง "เครือข่ายการคอร์รัปชั่น" แทรกซึมอยู่ในแทบทุกภาคส่วนของสังคม

เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นบ้านของครอบครัวคุปตะ ในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก

อนึ่ง การลาออกจากตำแหน่งของซูมาเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังตำรวจแอฟริกาใต้บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักของตระกูลคุปตะ ครอบครัวนักธุรกิจมหาเศรษฐีเชื้อสายอินเดีย ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับซูมา และเป็นศูนย์กลางของการทุจริตหลายคดี ที่รวมถึงการทุจริตในโครงการผลิตภัณฑ์นมของรัฐ สร้างความเสียหายมากกว่า 220 ล้านแรนด์ ( ราว 600 ล้านบาท ) การอาศัยความเป็นเพื่อนกับซูมาในการชนะประมูลสัมปทานโครงการรัฐหลายสิบรายการ  และตระกูลคุปตะยังมี "อิทธิพล" ในการคัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลของซูมาด้วย.

   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 5